4IR กับโอกาสครั้งสำคัญของชาติอาเซียน

SME in Focus
26/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 2155 คน
4IR กับโอกาสครั้งสำคัญของชาติอาเซียน
banner

เคลาส์ ชวาบ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้เขียนถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที 4 หรือที่เรียกว่า 4IR (The Fourth Industrial Revolution) เป็นหนังสือที่ให้ภาพรวมแนวกว้างรวมกับข้อมูลเชิงลึกว่า โลกในวันพรุ่งนี้หลายปีข้างหน้าจะไปในทิศทางไหน ด้วยผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

แต่ก่อนไปถึงครั้งที่ 4 เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงอยากรู้ว่า 3 ครั้งที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 การปฏิวัติแรงงานจากคนและสัตว์ กลายมาเป็น “เครื่องจักรไอน้ำ” ทำให้การทำงานที่ต้องใช้แรงงานในรูปแบบซ้ำๆ ถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรไอน้ำ เรียกได้ว่าเป็นยุคแรก ที่มนุษย์เข้าใจคำว่า ‘พลังงาน’ ไม่จำกัดเฉพาะ ‘แรงงาน’ จากไอน้ำมนุษย์ในยุคนั้นยังรู้จักใช้ประโยชน์จาก ‘น้ำมัน’ มากขึ้น

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 คือการปฏิวัติพลังงานไอน้ำมาเป็น “ไฟฟ้า” และการผลิตแบบสายพานการผลิตถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายและลดอันตรายจากการเผาถ่านเพื่อใช้ในเครื่องจักรไอน้ำลงมากมาย จากความเข้าใจเรื่องพลังงาน นำไปสู่การค้นพบสิ่งที่ดีกว่า

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 คือการปฏิวัติด้วยคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต หรือเป็นยุคของการเริ่มของปฏิวัติดิจิทัล ทำให้การเข้าถึงและเชื่อมต่อข้อมูลที่เคยมีข้อจำกัดด้านระยะทาง ภูมิศาสตร์ และอื่นๆที่เคยเป็นเรื่องยากนั้นกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก เริ่มขึ้นในช่วงที่เครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มกระจายลงสู่บ้านผู้คนเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา

เห็นได้ชัดว่า ทุกการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมาบอกให้รู้ว่ามีหลายอาชีพต้องสูญหายไป แต่ก็ตามมาด้วยอาชีพเกิดใหม่มากมาย

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งก็คือ ยุคแห่งดิจิทัลและนวัตกรรม เป็นยุคที่สามารถเข้าถึงข้อมูลขนาดมหาศาล(Big Data) ยุคที่หุ่นยนต์ทำงานหลายอย่างแทนคน ยุคที่การติดต่อสื่อสารไร้ข้อจำกัด และเป็นยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI)มีบทบาทในทุกภาคส่วนของสังคมมนุษย์ และอีกหลายอย่างที่ทั้งภาคสังคมและเศรษฐกิจ ไม่สามารถทำแบบเดิม ได้อีกต่อไป

กล่าวโดยสรุปคือ 4IR คือยุคที่ธุรกิจ ‘ใหญ่’ก็ล้มได้ถ้าช้า ‘เล็ก’ ก็ชนะได้ถ้าเร็วมากพอ และหัวใจสำคัญคือ เครื่องมือดิจิทัล 

บทบาทอาเซียนกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม

มองในมุมของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอาเซียน จากรายงานซิสโก้ และ บริษัท เอ.ที. เคียร์เน่ ที่เผยผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่าอุตสาหกรรมภาคการผลิตของไทยจะเติบโตถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.6 ล้านล้านบาท ในทศวรรษหน้าจากการปรับใช้เทคโนโลยียุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution หรือ 4IR)

รายงานการศึกษาดังกล่าว มีชื่อว่า “เร่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในอาเซียน: แผนปฏิบัติการสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต (Accelerating 4IR in ASEAN: An Action Plan for Manufacturers)” ระบุว่า การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากผลผลิตที่มีมูลค่าสูงถึง 3.5 - 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1 – 1.3 ล้านล้านบาท และการขยายช่องทางรายได้อื่น ๆด้วยไลน์สินค้าใหม่ๆ และการปรับปรุงคุณภาพสินค้า โดยทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้หากภาคการผลิตปรับใช้เทคโนโลยี 4IR

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 มีจุดเด่นที่ระบบอีโคซิสเต็มส์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อบุคลากรและเครื่องจักรเข้าด้วยกัน โดยอาศัย 5 เทคโนโลยีหลักที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในห่วงโซ่มูลค่าด้านการผลิต เทคโนโลยีที่ว่านี้ได้แก่ IoT, AI, ระบบการพิมพ์ 3 มิติ, เทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูง และอุปกรณ์สวมใส่


อาเซียนยังอยู่ในช่วงตั้งไข่

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ภาคการผลิตในอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาสู่ระบบดิจิทัล โดยมีรูปแบบการดำเนินงานที่ยังล้าสมัย และการปรับใช้เทคโนโลยี 4IR ยังมีความช้าและไม่ต่อเนื่อง จาก 5 สาเหตุหลักดังต่อไปนี้

แรงงานยังมีราคาถูก ค่าจ้างแรงงานในโรงงานของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน (ยกเว้นสิงคโปร์) ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และเป็นอุปสรรคต่อการปรับใช้เทคโนโลยี 4IR แม้กระทั่งในบริษัทระดับโลกหลายบริษัทที่มีการดำเนินงานในภูมิภาคนี้

ยังไม่มีความต้องการของลูกค้าในตอนนี้ ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันยังไม่ได้สร้างแรงผลักดันให้แก่ผู้ผลิตในการสร้างกระบวนการผลิตที่คล่องตัวและไร้รอยต่อ

ไม่สามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญ การเข้าถึงบุคลากรที่เชี่ยวชาญและมีทักษะยังคงเป็นปัญหาท้าทายที่สำคัญสำหรับภาคการผลิต เพราะบุคลากรเหล่านั้นมีค่าจ้างที่สูงเกินไปสำหรับผู้ผลิตหลายราย

อีโคซิสเต็มส์ของซัพพลายเออร์ มีความซับซ้อนและแยกออกเป็นส่วนๆ ภาคการผลิตมักไม่แน่ใจเกี่ยวกับการดำเนินการในสภาพแวดล้อมของซัพพลายเออร์ 4IR ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายทางธุรกิจเป็นแบบระยะสั้นและไม่ชัดเจน การจัดซื้อและติดตั้งเทคโนโลยีใหม่อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จึงเป็นเรื่องยากที่ภาคการผลิตจะสามารถระบุเป้าหมายทางธุรกิจที่เหมาะสม

ทั้งภายใต้การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 34  หัวข้อ ‘Fourth Industrial Revolution’ หรือ 4IR เป็นหัวข้อที่ 10 ชาติอาเซียนให้ความสำคัญและพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายผลักดันให้อาเซียนมีศักยภาพสูงที่จะก้าวสู่ยุค 4IR เพื่อพัฒนาไปพร้อมๆ กันในทุกสาขา รวมทั้งรักษาพลวัตของการพัฒนาต่อไป

ว่ากันตามจริง อาเซียนมีความพร้อมและโอกาสที่ดีในหลายด้านอาเซียนมี GDP รวมถึง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการเติบโตร้อยละ 5.3 มาตั้งแต่ปี 2553 ตลาดดิจิทัลของอาเซียนขยายตัวถึง 3 เท่า ในรอบ 3 ปี ปัจจุบัน ร้อยละ 7 ของ GDP อาเซียนมาจากเศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศที่ก้าวหน้าด้านนี้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งมีชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัวและประชากรส่วนมากเติบโตในยุคดิจิทัล มีคนใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ SMEs ส่วนใหญ่ในประเทศเหล่านี้ก็ปรับใช้เครื่องมือดิจิทัล (digital tools) ในการดำเนินธุรกิจด้วยแล้ว

ว่ากันว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญของอาเซียนเช่นกัน 


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
146672 | 09/06/2020
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
33412 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน…
20413 | 14/06/2019
4IR กับโอกาสครั้งสำคัญของชาติอาเซียน