จุดประกายสตาร์ทอัพไทย ไปให้ถึง ‘ยูนิคอร์น

SME Startup
11/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 785 คน
จุดประกายสตาร์ทอัพไทย ไปให้ถึง ‘ยูนิคอร์น
banner

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินคำว่า “สตาร์ทอัพ” กันมาเป็นระยะเวลาพอสมควร ซึ่งขณะนี้ในบ้านเรา ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างกำลังผลักดันให้ธุรกิจดังกล่าวสามารถสร้างทั้งมูลค่าและสร้างการยอมรับให้เกิดขึ้นในตลาดโลก ทั้งด้วยการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ การพัฒนาโมเดลธุรกิจให้มีความแตกต่างสามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการจับคู่ธุรกิจและดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพไทย

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนามต่างก็ให้ความสำคัญกับธุรกิจสตาร์ทอัพไม่แพ้กัน โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียที่ทุกวันนี้มีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาสตาร์ทอัพให้ก้าวสู่ระดับยูนิคอร์น (สตาร์ทอัพที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) และก้าวสู่ตลาดอินเตอร์ติดตลาดได้หลากหลายราย

ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DIPT) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) ได้ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ดำเนินการจัดโครงการ “Pitch2Success : สานฝันสตาร์ทอัพไทยสู่สากล” โดยมุ่งติดอาวุธสำคัญอย่าง “การพิชชิ่ง : Pitching” ให้กับเหล่าสตาร์ทอัพ เพื่อสร้างทักษะที่ดีในการนำเสนอแผนธุรกิจ และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการจัดตั้งและขยายธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

คีย์เวิร์ดของเรื่องนี้  “เคล็ดลับการทำสตาร์ทอัพให้ประสบความสำเร็จ” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากวงการสตาร์ทอัพมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งได้แชร์ข้อคิดดีๆไว้ได้แก่

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ปัญหาคือที่มาของสิ่งใหม่” จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจของ คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ผู้สร้างสรรค์และก่อตั้งแอพพลิเคชั่น คิวคิว แอพเพื่อคนไม่ชอบรอคิว ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับร้านอาหารและลูกค้าทั่วไป ที่ไม่อยากเสียเวลารอคิวให้หมดไปอยู่หน้าร้าน เทคนิคง่ายๆที่ฝากไว้ให้รุ่นน้องสตาร์ทอัพนำไปใช้ก็คือ ต้องรู้จักวิเคราะห์ปัญหาจากสิ่งใกล้ตัว ตีโจทย์ให้แตกว่าจะแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร และที่สำคัญคือ คิดแล้วต้องลงมือทำ หาช่องทางในการนำนวัตกรรมมาช่วยพัฒนาระบบ มองตลาดที่รองรับให้กว้าง และไม่หยุดยั้งในการพัฒนาสินค้าและบริการ

คุณรังสรรค์  เล่าว่า สำหรับผมการเขียนโปรแกรม มันคือการแก้ปัญหาจากเมื่อก่อนเราพยายามจะแก้ปัญหาของคนอื่น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจหลายๆอย่าง จนมาตอนนี้เราก็แก้ปัญหาเหมือนเดิม เพียงแต่มองที่ปัญหาของตัวเองเป็นจุดเริ่มต้น เอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ แล้วบังเอิญมันมีคนจำนวนมากที่มีปัญหาเหมือนเรา และมีคนพร้อมจะจ่ายเพื่อโซลูชั่นที่เราคิดเราทำขึ้นมา มันก็เลยเกิดเป็นธุรกิจ ทีนี้วิธีการและรูปแบบที่จะใช้มันคือโมเดลธุรกิจ เราจะให้มันโตไปทางไหน แบบไหน แบบที่เราเลือกเราเลือกวิธีแบบสตาร์ทอัพมันก็เลยเกิดแบรนด์คิวคิว ขึ้นมาแบบที่ได้เห็นกัน”

นอกจากนี้ ยังได้ทิ้งท้ายข้อคิดที่ฝากไว้ให้รุ่นน้องที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจสตาร์ทอัพ คือ “หาสิ่งที่ชอบ หาตัวเองให้เจอเร็วที่สุด โฟกัสในเรื่องนั้น และลุยให้มันสุดๆ ไปเลย”


สร้างคุณค่าและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า

ด้านนพพล อนุกูลวิทยา ผู้ก่อตั้ง เทคมีทัวร์ : TAKE ME TOUR ธุรกิจท่องเที่ยวแนวคิด Local Experience หรือประสบการณ์ร่วมกับชุมชน โดยนพพลเล่าว่าเทคมีทัวร์ ถือกำเนิดจากการเป็นคนชอบเที่ยวและไม่อยากเป็นลูกน้อง จึงริเริ่มก่อตั้ง เว็บไซต์ ที่เป็นตลาดกลางให้นักท่องเที่ยวมาพบปะไกด์ท้องถิ่น ซึ่งบริษัทได้สร้างแพลตฟอร์มในการสร้างทริป ตั้งราคาและพาเที่ยวได้ด้วยตนเอง หรือที่เรียกว่า Local Expert ถ้าคุณรู้จักย่านที่คุณอยู่เป็นอย่างดี และ มีไอเดียพาเที่ยวก็สามารถเข้ามาสร้างทริปได้ฟรี

เพราะเราเชื่อว่า ใครๆก็พาเที่ยวได้ ส่วนในด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเข้ามาเลือกทริปและจองออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เทค มี ทัวร์ มีโมเดลธุรกิจเดินตามแนวคิดแบบ Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปัน ซึ่งเป็นคอนเซปต์ใหม่ของโลกที่เราพยายามสร้างให้เห็นว่า Local Experience มันมากกว่าแค่การไปในที่ชุมชน หรือชนบทไกลๆ หรือการเที่ยวเมืองไทยอาจไม่ใช่เรื่องของวัดพระแก้ว หรือวัดอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องทั่วๆ ไปในชีวิตรอบๆ ตัวเราทั้งหมดเลย

ด้วยคอนเซปต์นี้ทำให้เกิดความหลากหลายในกิจกรรมการท่องเที่ยวค่อนข้างมากขึ้น เปรียบเสมือนการสร้างคุณค่าและประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้า ทั้งฝากข้อคิดให้คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจสตาร์ทอัพ คือ “จิตใจต้องพร้อม ต้องสู้ระดับหนึ่ง แต่ต้องชอบในสิ่งที่คุณทำเมื่อเห็นปัญหา และนำมาเพื่อแก้ไข"


ขณะที่ นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการศูนย์ Startup Thailand สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การเริ่มต้นทำสตาร์ทอัพ สิ่งสำคัญจะต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้า เข้าใจกระบวนการในการพัฒนาเรื่องของสินค้า และผู้ประกอบการต้องไม่ย่อท้อ ยกตัวอย่างจากทั้งคิวคิวและเทคมีทัวร์ กว่าที่จะประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศและได้มาพูดบนเวทีนี้ได้นั้น เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วเขาค่อนข้างทรหด ล้มแล้วลุกเสมอไม่ย่อท้อ

นอกจากนี้ ไม่มีใครรู้ว่าในสิ่งที่เรากำลังทำมันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะการทำสตาร์ทอัพส่วนใหญ่แล้วเป็นสิ่งใหม่ในตลาด เราจึงต้องรู้จักเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล เงินทุน เครือข่ายธุรกิจ แผนการทำตลาด ฯลฯอีกอย่างหนึ่งก็คือเราล้มเมื่อไหร่ก็ต้องลุกเสมอ เพราะว่าจะไม่มีใครเป็นไอดอลหรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้เราได้ 

เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องทดสอบสมมติฐานเรื่อยๆอยู่เสมอ และประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ปัญหาทุกอย่างมีทางออก ไม่มีเงินก็มีหน่วยสนับสนุน ไม่มีตลาดเราก็ต้องหาวิธีทำ Business Model ใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นปัญหาพวกนี้สามารถทำได้ แก้ไขได้ เพียงแค่อย่าเพิ่งยอมแพ้อะไรง่ายๆ


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย SME Startup

เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

สหภาพยุโรป(อียู)ถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่  ประชาชนนิยมบริโภคอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ส่งผลทำให้มูลค่าทางด้านตลาดกว่า 30.7 ล้านล้า...
23527 | 12/06/2019
เริ่มแล้ว! กิจกรรมเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ SME Startup

เริ่มแล้ว! กิจกรรมเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์

ภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์จะประกอบด้วย การขนส่ง การจัดเก็บรักษา และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มหลักนี้ ยังสามารถแยกย่อยเป็นกิจกรรมด้านโล...
1746 | 20/06/2019
KIDDEEPASS แหล่งรวมกิจกรรมสำหรับเด็ก SME Startup

KIDDEEPASS แหล่งรวมกิจกรรมสำหรับเด็ก

แนวคิดของคุณแม่ลูกแฝด ‘คุณณกุล ยุคล ณ อยุธยา’ ช่วงวัยที่ลูกๆ เริ่มเดินและพูดได้ เลยอยากหากิจกรรมนอกบ้านสำหรับเด็กๆ ได้เล่น ได้เรียนรู้ เธอเชื่อว่าท...
966 | 22/06/2019
banner
banner