สารพัดกลยุทธ์! เมื่อธุรกิจร้านอาหาร “ต้องรอด” วิกฤตโควิด-19

SME Update
21/04/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 4291 คน
สารพัดกลยุทธ์! เมื่อธุรกิจร้านอาหาร “ต้องรอด” วิกฤตโควิด-19
banner

การรับมือกับโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกต้องใช้มาตรการเข้มเพื่อยับยั้งการแพร่กระจาย หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการให้อยู่บ้านและปิดพื้นที่ที่คนจำนวนมากอยู่รวมกัน อย่างศูนย์การค้าและงดการรับประทานอาหารในร้าน สถานการณ์นี้ทำให้ร้านอาหารเผชิญกับความยากลำบาก การกู้วิกฤติครั้งนี้จึงกลายเป็น “ความท้าทาย” อย่างมากในการประคองธุรกิจให้อยู่รอดภายใต้วิกฤติครั้งใหญ่นี้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


MK เจ็บเพื่อจบ จัดโปรแรง “ซื้อ 1 แถม1

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่การมีสาขานอกศูนย์การค้าจำนวนน้อยการปิดพื้นที่ดังกล่าวจึงได้รับผลกระทบมาก ซึ่งการรับมือครั้งนี้ขั้นแรกเอ็มเค มุ่งไปที่การระบายสต็อกซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปที่มีอายุจำกัด ด้วยแคมเปญซื้อ 1 แถม 1 ในอาหารหลายเมนู ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในรอบ 33 ปีของเอ็มเค ที่ยอมเฉือนเนื้อลงถึง 50%

โดยหันมาจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์อย่าง www.MK1642.com, MK Delivery แน่นอนว่าสินค้าที่สร้างกระแสให้กับแคมเปญนี้เป็นอย่างมากคือ “เป็ดย่างเอ็มเค” เมื่อมีการจัดแคมเปญซื้อ 1 แถม 1 ในวันที่ 25 มีนาคม พบว่ามีคำสั่งซื้อและส่งเป็ดย่างให้ลูกค้ามากกว่า 100,000 จาน

นอกจากนี้เอ็มเคได้เปิดให้บริการใหม่ผ่าน MK FRESH MART ด้วยการจำหน่าย“ผักสด”ภายใต้แนวคิด “พร้อมส่งผักสด ตรงถึงบ้าน” เป็นผักจากโครงการหลวงและไม่คิดค่าส่งเมื่อสั่งครบ 150 บาท มีกำหนดให้บริการประมาณ 30 วันหรือจนกว่าสินค้าจะหมด กรณีนี้สะท้อนให้เห็นได้ว่ากลยุทธ์กระจายความเสี่ยงของเอ็มเคได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

เนื่องจากในปีที่ผ่านมาได้ตัดสินใจร่วมทุนกับเซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัทโลจิสติกส์จากญี่ปุ่น ซึ่งเชี่ยวชาญในการขนส่งสินค้าแบบเย็น (Cold Chain) ด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นรายแรกในไทยที่สามารถให้บริการโลจิสติกส์แบบเย็นได้ครบวงจร ทำให้เอ็มเคมีความได้เปรียบในการจัดการด้านคุณภาพของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะเห็นว่าครั้งนี้นอกจากเอ็มเคจะสามารถระบายสินค้าในสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะไม่ได้ระดับกำไรเทียบเท่าช่วงเวลาปกติก็เชื่อว่ายังมีกำไร ขณะเดียวกันยังทำให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่เลือกใช้นั้นสอดคล้องกับพฤติกรรมเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนต้องอยู่บ้าน ต้องกินหรือหันมาทำอาหารกินเองมากขึ้น



ZEN รุดปรับโมเดล “ครัวกลาง” ประคองรายได้

สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระยะแรก ส่งผลกระทบต่อยอดขายบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยตัวเลขที่ลดลงถึง 20% เนื่องจากรายได้หลักมาจากสาขาในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง ประกอบกับผู้บริโภคจะระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้นเพราะความกังวล ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การขยายตัวของช่องทางเดลิเวอรีเพิ่มขึ้น 20% ขณะที่ร้านอาหารที่ราคาไม่สูงกลับมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การตีโจทย์ของกลุ่มธุรกิจเซ็นกับภาวะวิกฤตครั้งนี้ สิ่งแรกคือปรับเมนูและโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น ปลาดิบได้รับผลกระทบมากที่สุดทำให้ลดครัวเย็นลง ปรับไปเน้นเมนูปรุงสุก ขณะเดียวกันเลือกที่จะปรับโมเดลธุรกิจด้วยการหันมาโฟกัสที่ช่องทางเดลิเวอรี่ ด้วยระบบครัวกลาง โดยปรับพื้นที่ครัวของร้านอาหารในเครือ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการเดลิเวอรี่ได้อย่างหลากหลาย

เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็นจะปรับพื้นที่เป็น ‘ครัวกลาง’ ให้กับร้านอาหารต่างๆ ในกลุ่ม ซึ่งเฟสแรกจะปรับ 5 สาขา ได้แก่ สาขาดองกิ มอลล์ ทองหล่อ, สยามสแควร์ วัน, เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะแจส วังหิน และอาคารออล ซีซั่นส์ หรือครัวเขียงจะเข้าไปแบ่งพื้นที่ครัวตำมั่ว, ครัวมุฉะอยู่ในพื้นที่ครัวเซ็น เป็นต้น เป็นการสลับแบรนด์ร้านอาหารลูกมาอยู่ในครัวแบรนด์หลัก ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้มีรายได้อีก 5-10%

อย่างไรก็ตามจะยังคงมีการพัฒนาปรับรูปแบบธุรกิจรูปแบบนี้ต่อไปอีก 1-2 ปีรวมถึงการมองโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น การขยายเมนูที่เป็นสตรีทฟู้ดอย่างข้าวมันไก่ ที่จะให้บริการร่วมกับร้านเขียง หรือการทำอาหารกล่อง ข้าวปั้น อาหารทำสำเร็จที่จะไปขายตามจุดต่างๆ เพื่อตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศที่ไม่มีเวลามาก ซึ่งจะทำคู่กับการเดลิเวอรีในอนาคต



ไมเนอร์ ประกาศยกระดับ “เดลิเวอรี่” ขั้นสูง

ด้านบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำในตลาดเชนร้านอาหารด้วยร้านอาหารในเครือ 1,430 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่น้อยจากการปิดสาขาชั่วคราวไปแล้วกว่า 500 สาขา ซึ่งเป็นช่องทางที่สร้างยอดขายหลักให้กับไมเนอร์ ทำให้สัดส่วนรายได้ในขณะนี้มาจากที่นั่งกินในร้านเหลือ 0% เดลิเวอรี่เพิ่มเข้ามาเป็น 70% และซื้อกลับบ้านมาเป็น 30% ส่วนบริการไดรฟ์ทรูของจากเบอร์เกอร์คิงเติบโตกว่า 2 เท่าตัว

การปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่สะท้อนจากรายได้ในแต่ละช่องทาง ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ไมเนอร์ต้องปรับกลยุทธ์ไปในทิศทางที่สอดคล้อง  เช่น ขยายระยะเวลาให้บริการสำหรับร้านที่ไม่อยู่ในศูนย์การค้า เช่น เดอะ พิซซ่า คอมปานี และเบอเกอร์คิง จากเดิมเริ่มส่งอาหารเวลา 10.00 น. ได้ขยับมาเป็น 08.00 น. และส่งจนถึง 21.00 โดยจะรับผิดชอบค่าส่งแทนผู้บริโภค 50 บาท เมื่อสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น

สำหรับไมเนอร์ฯ จัดเป็นเชนร้านอาหารที่มีความหลากหลายด้านช่องทางจัดจำหน่ายสูง ทำให้ในสถานการณ์นี้ยิ่งต้องพยายามนำจุดแข็งที่มีมาใช้ประโยชน์สูงสุด โดยการปรับระบบการให้บริการจากเดิมที่แยกเป็นรายแบรนด์ แต่ปัจจุบันนี้จะสามารถใช้บริการรับคำสั่งซื้อและให้เดลิเวอรี่ได้เช่นเดียวกันทั้งหมด เพื่อเพิ่มความสะดวกและเพิ่มโอกาสในการขาย



KFC ย้ำความมั่นใจด้วย “Contactless Delivery”

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เคเอฟซีมีตัวเลขผู้ใช้บริการผ่านช่องทางเดลิเวอรี เพิ่มสูงขึ้น 50% และบริการไดรฟ์ทรูเพิ่มขึ้น 20%สะท้อนถึงความต้องการสั่งอาหารไปรับประทานที่บ้านเพิ่มขึ้น หากเทียบกับช่วงปกติ ส่งผลให้สำหรับเคเอฟซี เลือกที่จะให้ความสำคัญกับมาตรการทางสังคมเพื่อสร้างมั่นใจในการใช้บริการ

เริ่มการหนุนแนวคิดเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distance) ด้วยบริการใหม่ “Contactless Delivery” หรือ “บริการส่งอาหารแบบไร้สัมผัส” เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดส่งนั้นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่เกิดจากการสัมผัส ทั้งจากการสัมผัสเงินและการสัมผัสมือ

ผ่าน 3 ขั้นตอนดังนี้ การสั่ง-สั่งผ่านเว็บไซต์ kfc.co.th หรือ แอปพลิเคชัน KFC Thailand เพื่อเลือกและสั่งเมนูตามต้องการ ใช้บริการ Contactless ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หรือ Rabbit Line Pay  จากนั้นจะทำการบรรจุสินค้า ด้วยพนักงานผู้ดูแลออร์เดอร์เป็นคนจัดอาหาร บรรจุ และตรวจคุณภาพอาหารก่อนผูกมัดถุง และนำอาหารจัดใส่กระเป๋าขนส่งของการจัดส่ง ขั้นตอนการส่งพนักงานส่งเดินทางไปยังจุดหมาย โทรหาลูกค้า โดยลูกค้าหยิบถุงบรรจุอาหารออกจากกระเป๋าจัดส่งเองและเว้นระยะห่างในการยืนรอ

นอกจากนี้เคเอฟซี เลือกนำแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนอยู่ในที่ตั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อและติดเชื้อจากภายนอก ผ่านข้อความรณรงค์ให้กำลังใจคนไทย “อยู่บ้าน ยิ้มเข้าไว้ เคเอฟซียังอยู่คอยให้บริการ” ด้วยภาพพนักงานเคเอฟซีจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศที่ร่วมส่งกำลังในให้คนไทยและยืนยันว่าจะอยู่ให้บริการเปิดให้บริการร้านเคเอฟซี บริการเดลิเวอร์รี่ และไดร์ฟทรู ทั่วประเทศ ในทุกจังหวัดที่ได้รับอนุญาตในการให้บริการ ปัจจุบันเคเอฟซีเปิดให้บริการทั้งสิ้น 810 สาขา ใน 73 จังหวัด โดยมีบริการเดลิเวอรีรวมกว่า 600 สาขา และไดรฟ์ทรูอีก 94 สาขา

 

เห็นได้ชัดว่าแม้แต่ธุรกิจอาหารรายใหญ่ต่างได้รับผลกระทบหนักจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 จนต้องมีการปรับกลยุทธ์ขนาดใหญ่ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน

เพราะแม้ว่า อาหาร จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีพ แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ในปัจจุบัน ทำให้รายใหญ่ รายย่อยต่าง ขยับ เพื่อทางทางรอด โดยการใช้กลยุทธ์ออนไลน์ที่ต้องใกล้ชิดและง่ายต่อผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านธุรกิจอาหารสามารถนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมได้ 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


กำลงซื้อซึม! สัญญาณชีพ “ค้าปลีก” จากวิกฤตโควิด 

อุดช่องโหว่! กรณีน่าศึกษาจากร้านอาหารแบบ QUICK FOOD


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

รักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ด้วย Food Ingredients ตัวช่วยสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร

รักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ด้วย Food Ingredients ตัวช่วยสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร

ประโยชน์ของ Food Ingredients ตัวช่วยรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ในทุกจาน.เพราะมาตรฐานรสชาติคือหัวใจของธุรกิจร้านอาหาร ไม่ว่าจะมีสาขากี่แห่ง…
pin
1 | 02/04/2025
เคล็ดลับการเพิ่ม Engagement บน IG ฉบับปี 2025

เคล็ดลับการเพิ่ม Engagement บน IG ฉบับปี 2025

ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำการตลาดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่…
pin
3 | 31/03/2025
5 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคสำคัญในปี 2025

5 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคสำคัญในปี 2025

5 เทรนด์ผู้บริโภคโลก ปี 2025 โดย Euromonitorล่าสุด ผลสำรวจจาก Euromonitor International ได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค…
pin
10 | 17/03/2025
สารพัดกลยุทธ์! เมื่อธุรกิจร้านอาหาร “ต้องรอด” วิกฤตโควิด-19