FinTech เวียดนาม โอกาสที่ Startup ไทยควรรีบคว้า

SME Startup
28/08/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 766 คน
FinTech เวียดนาม โอกาสที่ Startup ไทยควรรีบคว้า
banner

ภายใต้การจัดตั้งองค์กรด้านการสนับสนุนและพัฒนาสตาร์ทอัพ หรือ Business Startup Support Center (BSSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ภายใต้สหพันธ์เยาวชนแห่งชาติ มีหน้าที่สนับสนุนด้านความรู้ ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือเงินทุนในการขยายธุรกิจสตาร์อัพให้เติบโตและมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในเวียดนามและในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในปี 2561 BSSC มีเครือข่ายในประเทศเวียดนามแล้วมากกว่า 1,000 องค์กร ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานลงทุน

โดยในทุกปี BSSC จะจัดงาน Vietnam Startup Wheel งานประกวดสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบันมีผู้ประกอบการและธุรกิจสตาร์ทอัพราว 4,000 บริษัท และประชาชนกว่า 90,000 คน ให้ความสนใจและเข้าร่วม ทั้งนี้งานดังกล่าวสร้างมูลค่าสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งชาติเวียดนามยังได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนฟินเทคเพื่อให้การสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างและพัฒนาระบบนิเวศน์ของฟินเทคในประเทศ โดยภาพรวมพบว่ารัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุนระบบนิเวศน์ของฟินเทคสตาร์ทอัพในแบบ Top Down ผ่านการออกนโยบายและโครงการสนับสนุนต่าง ๆ ซึ่งเน้นการดำเนินงานในลักษณะ Micro Long Term การปรับมาตรการต่าง ๆ เพื่อดึงดูดบุคลากรสายเทคโนโลยีดิจิตอล (Tech Talent) ชาวเวียดนามที่อยู่ในต่างประเทศให้หันมาเป็นผู้ประกอบการภายในประเทศมากขึ้น การสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในระดับเมือง อาทิ โครงการ Saigon Silicon Valley ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้ธุรกิจฟินเทคสตาร์ทอัพในเวียดนามมีตลาดที่ชัดเจน เฟื่องฟูและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ความท้าทายของธุรกิจ FinTech ในเวียดนาม

จากข้อมูลและแนวโน้มต่าง ๆ ชี้ชัดว่าฟินเทคสตาร์ทอัพในเวียดนามกำลังเติบโตและขยายตัวอย่างมาก ตลอดจนมีศักยภาพที่จะสามารถขยายสู่ระดับภูมิภาคได้ในอนาคต อย่างไรก็ดีการดำเนินธุรกิจดังกล่าวยังมีความท้าทาย โดยสรุปได้ดังนี้

1.ภาวะขาดแคลนการระดมทุน ทำให้สตาร์ทอัพขนาดกลางและเล็กบางรายไม่สามารถดำเนินกิจการหรือพัฒนาเทคโนโลยีต่อไปได้

2.ความปลอดภัยในการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ

3.กระบวนการขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจด้านฟินเทคยังคงมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน

4.รัฐบาลยังขาดหน่วยงานสนับสนุนกลุ่มธุรกิจฟินเทคสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง รวมทั้งขาดแคลนบุคลากรที่มีความเข้าใจในระบบนิเวศน์ของธุรกิจดังกล่าว

5.กรอบกฎหมายและแนวทางปฏิบัติของเวียดนามในปัจจุบันยังไม่ชัดเจนและไม่ครอบคลุมการพัฒนาและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่ๆ โดยในประเด็นนี้ มีนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้เสนอให้มีการจัดตั้งกรอบ Regulatory Sandbox เพื่อให้บริษัทและสตาร์ทอัพด้านฟินเทคได้ใช้ทดสอบและพัฒนานวัตกรรม ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งกรอบดังกล่าวยังจะช่วยให้รัฐบาลสามารถติดตามและกำกับดูแลเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่และสามารถพัฒนารูปแบบการกำกับดูแลของภาครัฐในอุตสาหกรรมดังกล่าวได้อีกด้วย

6.ความร่วมมืออย่างจริงจังจากภาคธนาคาร หลายภาคส่วนยังคงแสดงความกังวลต่อการเติบโตของบริษัทฟินเทค โดยให้ความเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของธุรกิจดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อภาคธนาคาร

การสำรวจล่าสุดของ Vietnam Report เปิดเผยว่าทั้งธนาคารท้องถิ่นและบริษัทฟินเทคแสดงความพร้อมและยินดีที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมตลาดการชำระเงินแบบไร้เงินสดของเวียดนาม เนื่องจาก สถิติการทำธุรกรรมการเงินภายในประเทศผ่านบัตรธนาคารในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.4 ในขณะที่การชำระเงินออนไลน์โตขึ้นกว่าร้อยละ 66

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชำระเงินบนมือถือซึ่งขยายตัวสูงถึงร้อยละ 97.7 โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 232 ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าธนาคารไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปรับตัว หากแต่ต้องจับมือกับผู้ประกอบธุรกิจฟินเทคในการพัฒนาและส่งเสริมสังคมไร้เงินสดอย่างจริงจัง

แนวทางการดำเนินธุรกิจ FinTech ในเวียดนาม

จากศักยภาพด้านธุรกิจฟินเทคสตาร์ทอัพในเวียดนามนับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการลงทุนและขยายธุรกิจมายังเวียดนาม โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจการชำระเงินดิจิทัล การซื้อของออนไลน์ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจการเงินส่วนบุคคลและนิติบุคคล ตลอดจนด้านเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งยังมีความเป็นไปได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็น

1.โอกาสสำหรับVenture Capital (VC) จากไทยในการเข้ามาร่วมลงทุนในตลาดฟินเทคสตาร์ทอัพเวียดนาม

2.โอกาสสำหรับฟินเทคสตาร์ทอัพไทยในการขยายตลาดเข้ามาในเวียดนาม

3.โอกาสของฟินเทคสตาร์ทอัพของไทยในการมาหา Venture Capital (VC) ที่ประเทศเวียดนามซึ่งมีจำนวนและเงินทุนสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราการขยายตัว

4.โอกาสของบริษัทเอกชนไทยทั้งขนาดกลางและใหญ่ในการจ้างแรงงานฝีมือ โดยเฉพาะบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน IT ของเวียดนาม เนื่องจากปัจจุบัน เวียดนามมุ่งเน้นส่งเสริมการสร้างบุคลากรกลุ่มอาชีพดังกล่าวจำนวนมาก ทำให้ตลาดแรงงานด้าน IT ของประเทศขยายตัวและเติบโตมากขึ้น

5.โอกาสของแรงงานไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล โดยเฉพาะในสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเวียดนามมีอัตราตำแหน่งงานว่างในสาขาดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 อันเป็นผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจ


สำหรับผู้ที่จะเข้าตลาดฟินเทคสตาร์ทอัพเวียดนามจำเป็นต้องศึกษาบริบทของประเทศ เพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรม สังคม และระบบการปกครอง เพื่อให้การทำงานกับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น ทั้งทำความเข้าใจกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อห้ามและการสนับสนุนต่าง ๆ ที่มีโอกาสได้รับระหว่างดำเนินกิจการ และทำความเข้าใจการบริหารแรงงานชาวเวียดนาม ซึ่งมีทัศนคติ พฤติกรรม และรูปแบบการทำงานที่อาจแตกต่างจากแรงงานไทยและที่สำคัญการเข้าใจรูปแบบการดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนาม กล่าวคือในการเข้าถึงทรัพยากรใด ๆ ในประเทศนั้น จำเป็นต้องผ่านการรับรองจากรัฐบาลเวียดนามซึ่งเป็นผู้ดูแลทรัพยากรทั้งหมดของประเทศเสมอ

อ้างอิง : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์  สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์

จับตา FinTech ในประเทศเวียดนาม

กว่าจะมาถึงยุค Cashless Society เราผ่านยุคอะไรกันมาบ้าง


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย SME Startup

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

สหภาพยุโรป(อียู)ถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่  ประชาชนนิยมบริโภคอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ส่งผลทำให้มูลค่าทางด้านตลาดกว่า 30.7 ล้านล้า...
52935 | 12/06/2019
‘นวัตกรรม’ ขับเครื่องธุรกิจสตาร์ทอัพยุค 4IR SME Startup

‘นวัตกรรม’ ขับเครื่องธุรกิจสตาร์ทอัพยุค 4IR

การทำธุรกิจยุค 4IR หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ธุรกิจที่มีความคล่องตัวปรับตัวได้เร็วก็มีสิทธิ์ล้มยักษ์ได้ จะเห็นว่าผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่รายหล...
15652 | 01/07/2019
จากโดมปลูกผักของ JD ถึงนวัตกรรม“ข้าวทางเลือก” SME Startup

จากโดมปลูกผักของ JD ถึงนวัตกรรม“ข้าวทางเลือก”

หลายคนคงจะพอได้ยินชื่อ JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในจีน เมื่อเร็วๆนี้ได้แตกไลน์ธุรกิจ โดยร่วมมือกับ Mitsubishi C...
7769 | 17/07/2019
banner
banner