ความสำเร็จของ ‘ซาบีน่า’ขยายลงทุนอาเซียน

SME in Focus
25/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 298 คน
ความสำเร็จของ ‘ซาบีน่า’ขยายลงทุนอาเซียน
banner

ปัจจุบันนอกจากรัฐบาลไทยจะมีนโยบายในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือ เมกะโปรเจกต์ รวมถึงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 20 แห่ง รัฐบาลยังสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ

ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ส่งเสริมและนำนักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ที่ขยายตัวสูง โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้ ในปี 2661 ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนที่เวียดนาม คิดเป็นมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท

ตั้งแต่ปี 2532-2562 ไทยมีการลงทุนในสปป.ลาวรวม 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1 แสนล้านบาท ถือเป็นนักลงทุนอันดับ 2 รองจากประเทศจีน  ในปี 2560 ไทยลงทุนในเมียนมา 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท และลงทุนในกัมพูชา มูลค่า 15.75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 500 ล้านบาท

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ในแต่ละประเทศ ความน่าสนใจในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมแตกต่างกันไป ซึ่งบีโอไอมีข้อแนะนำว่าอุตสาหกรรมเด่นๆ ที่คนไทยควรเข้าไปลงทุนในแต่ละประเทศ ได้แก่ กัมพูชา อุตสาหกรรมเด่น คือ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ท่องเที่ยวและบริการ และธุรกิจโรงพยาบาล ส่วนลาว อุตสาหกรรมเด่น คือ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ธุรกิจโรงแรมและเชนร้านอาหาร เมียนมา อุตสาหกรรมเด่น ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม อาหารและเครื่องดื่ม  ร้านอาหาร และ เวียดนาม อุตสาหกรรมเด่น คือ อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์และธุรกิจค้าปลีก

อย่างไรก็ตาม การไปลงทุนในแต่ละประเทศมีทั้งโอกาส ปัญหาและอุปสรรครอผู้ประกอบการอยู่ เพราะฉะนั้นต้องศึกษาให้ดี อย่างในประเทศกัมพูชา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทุกปี ค่าเช่าที่ดินในเมืองมีราคาแพงและต้นทุนค่าก่อสร้างสูงมาก เพราะต้องนำเข้าวัสดุก่อสร้าง

ส่วนที่สปป.ลาว มีการควบคุมเงินตราต่างประเทศ มีปัญหาเรื่องที่ดิน เพราะค่าเช่าที่ดินแพง และส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่รับสัมปทานจากรัฐ อาจไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมด การตีความกฎหมายในแต่ละพื้นที่ (แขวง) มีความแตกต่างกัน มีขั้นตอนการลงทุนที่ยุ่งยาก ต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และแรงงานยังขาดทักษะ

สำหรับที่เมียนมา อนุญาตให้ชาวต่างชาติเช่าที่ดินได้ไม่เกิน 1 ปี และการทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัทต่างชาติต้องใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ขณะที่สหภาพแรงงานในเมียนมามีบทบาทสูงและมีการปรับขึ้นค่าแรงอย่างต่อเนื่อง

ด้านเวียดนามมีขั้นตอนการขออนุญาตที่ช้ามาก กระบวนการทางศุลกากรล่าช้า เอกสารด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวด และกฎ ระเบียบ มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย


การออกจาก Comfort Zone ของผู้ผลิตชุดชั้นใน ซาบีน่า

บีโอไอ มีการส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ โดยมี “ศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ” (TOISC) จัดอบรมหลักสูตร “สร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศ” ดำเนินการมาแล้ว 8 ปี จัดฝึกอบรมรวม 17 รุ่น ผู้ประกอบการแต่ละรุ่นออกไปประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เช่น บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ ผู้ผลิตชุดชั้นใน ซาบีน่า ที่เริ่มจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ให้กับชุดชั้นในแบรนด์ยุโรป ต่อมาเห็นโอกาสในตลาดอาเซียน จึงมุ่งขยายการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน โดยซาบีน่าใช้กลยุทธ์ขยายตัวตามห้างสรรพสินค้าที่เข้ามาลงทุน

บีไยกุมาร ปานเดย์ ศิษย์เก่า TOISC รุ่นที่ 8 เข้ามาเรียนหลักสูตรสร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศเมื่อปี 2558 ขณะนั้นมองว่าหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ตรงตามจุดประสงค์คือเน้นการออกไปต่างประเทศ ก่อนหน้าที่จะเริ่มเรียนหลักสูตรนี้ ซาบีน่าได้ทำการเปิดสาขาไปบ้างแล้วที่เมียนมาและเวียดนาม และเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีและถึงเวลาแล้วที่เราต้องออกจาก comfort zone แล้วลองดูตลาดในต่างประเทศที่มีช่องทางและโอกาสสำหรับสินค้าอย่างไรบ้าง

โดยที่เริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพราะเพื่อนบ้านต่างยอมรับในสินค้าทั้งด้านคุณภาพและราคาของสินค้าไทยเมื่อเทียบกับหลายประเทศ สิ่งที่สำคัญคือมาตรฐานและบริการหลังการขายที่ต้องดีกว่าชาติอื่นเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นคู่ค้าได้ในระยะยาว รวมทั้งช่วยลดต้นทุนสินค้าจากความต้องการของสินค้ามากขึ้นและลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วยได้

เมื่อได้เริ่มเรียนแล้วพบว่าหลักสูตรนี้ ช่วยให้มีความรู้ในเรื่องกฎระเบียบการค้าการลงทุนมากยิ่งขึ้น, สิ่งที่ควรและไม่ควรทำในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งได้ออกไปเจรจาในภาคสนามจริงเพื่อเป็นประสบการณ์และสร้างความกล้าในการเริ่มธุรกิจต่างประเทศ และที่สำคัญอย่างมากคือได้ network และ Connection กับเพื่อนนักธุรกิจที่เข้ามาเรียนรู้ด้วยกัน

ปัจจุบันซาบีน่าถือว่าประสบความสำเร็จในตลาดอาเซียนโดยเฉพาะเวียดนามเป็นประเทศที่มีสาขาการลงทุนมากที่สุด และก็มีการขยายช่องทางการจำหน่ายในหลายประเทศ อาทิ สปป.ลาว, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์, สิงค์โปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บังคลาเทศ, ปากีสถาน, อินเดีย, สาธารณอาหรับเอมิเรสต์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าซาบีน่าจะเติบโต แต่การดำเนินธุรกิจยังประสบปัญหาในพื้นที่ CLMV คือ ด้านกฎหมายที่ขาดความชัดเจน กฎข้อบังคับการค้าขายสินค้าในประเทศ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การกีดกันทางการค้าในด้าน Anti Dumping คือถึงแม้ภาษีเป็นศูนย์ในภูมิภาคอาเซียน หรืออัตราภาษีที่ลดน้อยลงตามข้อตกลงกับกลุ่มประเทศในเอเซีย แต่ผู้ประกอบการต้องศึกษาให้ดีว่ามีกำแพงภาษีทางอ้อมใดที่อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคหรือต้นทุนสินค้าในการส่งออกเพิ่มขึ้นหรือไม่ อาทิเช่น แหล่งวัตถุดิบสินค้ารวมทั้งแรงงานผลิตถ้าไม่ถึงเปอร์เซนต์ที่แต่ละประเทศกำหนดก็อาจจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี เป็นต้น

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการไทยที่มีความกล้าออกไปเผชิญกับโอกาสในตลาดนอกประเทศ ซึ่งพบเจอทั้งโอกาสและอุปสรรคที่ต้องเรียนรู้ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายให้ได้



Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30055 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18030 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
10371 | 08/07/2019
banner
banner