สิงคโปร์เปิดประเทศระยะ 3 – เตรียมแจกวัคซีนเดินหน้าเศรษฐกิจ
'สิงคโปร์โมเดล' คำนี้กำลังเป็นที่สนใจในประเทศไทยอยู่ขณะนี้ กับการรับมือสถานการณ์โควิด
19 อย่างเข้มงวดจนในที่สุดก็เหมือนจะควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดและเริ่มเปิดประเทศได้อีกครั้ง
ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นาย Lee Hsien Loong
แถลงสถานการณ์ COVID-19 ในสิงคโปร์
พร้อมประกาศจะเปิดประเทศระยะที่ 3 ในวันที่ 28 ธันวาคม 2563 และแผนการเตรียมแจกวัคซีนป้องกัน COVID-19
ให้แก่ชาวสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักระยะยาวในสิงคโปร์ทั้งหมดภายในสิ้นปี
2564
โดยเนื้อหาในการแถลงสถานการณ์ COVID-19 ในสิงคโปร์ และการประกาศจะเปิดประเทศระยะที่ 3 นั้น นายกรัฐมนตรี Lee กล่าวว่า เนื่องจากสิงคโปร์สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี หลังจากการออก มาตรการผ่อนปรนหลังการสิ้นสุด Circuit Breaker (CB)1 ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ที่อนุญาตให้เฉพาะกิจกรรม ทางเศรษฐกิจและทางสังคมบางประเภทเท่านั้นที่ดำเนินการได้ โดยต้องอยู่ภายใต้มาตรการจัดการความปลอดภัย และการเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme
รวมถึงความร่วมมือจากประชากรสิงคโปร์ในการใช้
แอปพลิเคชัน TraceTogether (TT) ที่มีสัดส่วนมากถึง
65% ของจำนวนประชากรสิงคโปร์ทั้งหมด ทั้งนี้มาตรการผ่อนปรนหลังการสิ้นสุด
CB ระยะที่ 3 จะเป็นการอนุญาตการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมของประชาชนในสิงคโปร์มากขึ้น
เพื่อให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ได้มากขึ้น โดยการอนุญาตเพิ่มเติมภายใต้มาตรการผ่อนปรนหลังการสิ้นสุด
CB ระยะที่ 3 มีรายละเอียด ดังนี้
1. การอนุญาตให้เพิ่มจำนวนคนสำหรับการพบปะ
สังสรรค์ และไปเยี่ยมญาติจาก 5 คน เป็น 8 คน
2. การอนุญาตให้ห้างสรรพสินค้า
สถานที่ทางศาสนา การแสดงสดกลางแจ้ง สามารถเพิ่มขนาดพื้นที่ ตารางเมตรต่อคน จาก 10
ตารางเมตรต่อคน เป็น 8 ตารางเมตรต่อคน
3. การอนุญาตให้จัดกิจกรรมขนาดใหญ่
โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมงานไม่เกิน 250 คน
พร้อมมาตรการการจัดการความปลอดภัยที่เคร่งครัด
4. การอนุญาตให้เพิ่มจำนวนคนสำหรับพิธีมงคลสมรสที่จัดขึ้นในบ้าน
เชิญแขกได้ไม่เกิน 8 คน
5. การอนุญาตให้แสดงดนตรีสด
(ยกเว้นเครื่องเป่า) ในงานพิธีพร้อมมาตรการจัดการความปลอดภัยที่จำเป็น
6. การอนุญาตให้ผู้ให้บริการสถานที่ท่องเที่ยว
สามารถยื่นขอเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานจาก 50% เป็นสูงสุด
65% ภายใต้การดำเนินมาตรการจัดการความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แผนการเตรียมแจกวัคซีนป้องกัน COVID-19 แก่ชาวสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักระยะยาวในสิงคโปร์
ทางรัฐบาลมีการวางแผนการจัดสรรวัคซีนป้องกัน COVID-19 ให้กับชาวสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักระยะยาวในสิงคโปร์
ซึ่งรวมถึงผู้ถือใบอนุญาตทำงานระยะยาว Long-Term Work-Permit โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และคาดว่าจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นภายในปี
2564
ทั้งนี้ในการดำเนินการแผนการดังกล่าว รัฐบาลสิงคโปร์มีการลงนามข้อตกลงการสั่งซื้อวัคซีนล่วงหน้ากับบริษัท Moderna, Pfizer-BioNTech และ Sinovac โดยทั้ง 3 บริษัทจะส่งข้อมูลและหลักฐานทางการวิทยาศาสตร์มาให้หน่วยงานภาครัฐสิงคโปร์
Health Sciences Authority (HSA) เพื่อการตรวจสอบ
ซึ่งหน่วยงาน HSA ได้ทำการตรวจสอบและอนุมัติวัคซีน Pfizer-BioNTech
COVID-19 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางสิงคโปร์ได้รับวัคซีนชุดแรกแล้วในเดือนธันวาคม
2563 ส่วนชุดต่อไปจะได้รับภายในปี 2564
นอกจากนี้สิงคโปร์ยังมีการเจรจากับบริษัทผู้จำหน่ายยารายอื่นๆ
อีกด้วย ในการดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนสิงคโปร์ ทางรัฐบาลจะเรียงลำดับตามความสำคัญโดยเริ่มต้นจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
เช่น เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 กลุ่มอาสาสมัคร และกลุ่มเสี่ยงในด้านอายุและสุขภาพ
ซึ่งจะมีการเรียงลำดับที่สอดคล้องกับคำแนะนำของ World Health Organization
(WHO) โดยการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนจะเป็นไปโดยความสมัครใจ
แต่รัฐบาลสิงคโปร์ได้แนะนำให้ประชาชนทุกคนรับการฉีดวัคซีน
เพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนป้องกัน COVID-19 เข้าถึงประชาชนทุกคน ทั้งนี้การฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ให้แก่ชาวสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักระยะยาวในสิงคโปร์ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจสิงคโปร์และกิจกรรมทางสังคมสามารถเปิดกว้างได้มากขึ้น
และจะยังช่วยให้ทุกคนกลับคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เปิดช่องทางพิเศษสำหรับนักธุรกิจ
ภายหลังจากการแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์
Lee Hsien Loong เกี่ยวกับสถานการณ์
COVID-19 และการประกาศมาตรการผ่อนปรนหลังการสิ้นสุด CB
ระยะที่ 3 ในวันถัดมา
รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ นาย Chan Chun Sing ได้ประกาศเปิดตัว Connect@Singapore เพื่อการเตรียมเปิดช่องทางการเดินพิเศษสำหรับนักธุรกิจ
เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และนักเดินทางที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง จากทุกประเทศที่ประสงค์จะเดินทางมายังสิงคโปร์ในระยะสั้นไม่เกิน
14 วัน ภายใต้การมาตรการควบคุมความปลอดภัย เพื่อการดำเนินการทางธุรกิจที่สำคัญทั่วโลก
และยังเป็นการสนับสนุนการฟื้นฟูการเป็นศูนย์กลางทางอากาศและภาคการบริการ ในการเดินทางเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์
ภายใต้โครงการ Connect@Singapore ผู้เดินทางเหล่านี้จะไม่ถูกกักตัว เมื่อเดินทางถึงสิงคโปร์ตราบใดที่ผ่านการทดสอบ
Polymerase Chain Reaction (PCR) และการทดสอบ Antigen
Rapid Tests (ART) รวมถึงพักอยู่ใน “Bubble” ณ
ศูนย์การประชุม Singapore Expo ที่ทางรัฐบาลสิงคโปร์จัดให้
พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
และห้องเจรจาธุรกิจที่มีแผ่นกระจกกันอากาศสูงจากพื้นจรดเพดาน ภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม การขออนุญาตดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้ส่งใบสมัครได้ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม
2564 โดยผู้เดินทางกลุ่มแรกที่ได้รับอนุญาตจะเดินทางมาถึงสิงคโปร์ในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนมกราคม
2564 ซึ่งคาดว่า Connect@Singapore จะเข้ามาเสริมการอำนวยความสะดวกในการเดิมทาง
Green Lane ของประเทศต่างๆ ด้วย
นับเป็นความพยายามและการต่อสู้กับการระบาดอย่างอดทนของสิงคโปร์เริ่มประสบผลสำเร็จ ซึ่งนอกจากกฎระเบียบที่เข้มงวด ประชาชนยังให้ความร่วมมือด้วยดี ทำให้เกิดภาพเหล่านี้ได้จริง และปีหน้าสิงคโปร์จะเดินหน้าประเทศได้อีกครั้ง แม้จะไม่สะดวกเหมือนเก่าก็ตามที
สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<
‘เนื้อจากห้องแล็บ’ ความท้าทายของผู้ผลิตอาหาร
การพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร