การแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดสิงคโปร์

SME Go Inter
19/01/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 587 คน
การแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดสิงคโปร์
banner

“สิงค์โปร์” เป็นประเทศขนาดเล็ก มีพื้นที่ทำการเกษตรเพียง 3% จากพื้นที่ของประเทศ แต่ก็มีการวางแผนนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาด้านต่างๆ รวมถึงการทำการเกษตรในเขตเมือง หรือที่เรียกว่า Living Lab ซึ่งเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นและเป็นธรรมชาติ เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนสิงคโปร์ แม้ว่าจะมีทรัพยากรจำกัด และเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น

การทำการเกษตรแบบ Living Lab เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 20-30 ปี เนื่องจากการทำการเกษตรลักษณะนี้ไม่เพียงจะตอบโจทย์เรื่องการเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปราศจากสารปราบศัตรูพืชตกค้าง แต่ยังเป็นเป็นงานอดิเรกผ่อนคลายความตึงเครียด

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


อย่างไรก็ตาม จำนวนการทำการเกษตรสมัยใหม่ด้วยวิธีดังกล่าวยังมีเพียง 62 ฟาร์มเท่านั้น ปริมาณผลผลิตที่ได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรของสิงคโปร์ ทำให้ยังมีความจำเป็นที่ต้องนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ

ในช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) 2562 สิงคโปร์มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรจากทั่วโลก 560,687 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยนำเข้ามากที่สุดจากสหรัฐ มูลค่า 79,090 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 14.11%  มาเลเซีย 69,418 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 12.38% จีน 57,475 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.25% ออสเตรเลีย 56,716 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.12% อินโดนีเซีย 37,099 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.62% และไทย 26,846 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประจำสิงคโปร์ วิเคราะห์ว่าโอกาสการส่งออกไปยังตลาดสิงคโปร์ยังมีอีกมาก เพราะตลาดนี้มีประชากรที่มีกำลังซื้อสูง นิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ออร์แกนิกโดยจะเลือกสินค้าที่มีคุณภาพเหมาะสมคุ้มค่ากับราคาประเภทผลไม้ที่นิยม เช่น ทุเรียน ลิ้นจี ลำไย มังคุด และสับปะรด เป็นต้น และที่สำคัญตลาดนี้ไม่เพียงนำเข้าเพื่อไปบริโภคภายในเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเข้าเพื่อไปส่งออกต่อ ( Re-Export) ไปยังอินโดนีเซีย และบรูไน

อย่างไรก็ตาม ตลาดสิงคโปร์ถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงจากแหล่งนำเข้าอื่นๆ ที่มีผลไม้ชนิดเดียวกับไทย ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา ดังนั้นไทยมีโอกาสเสียเปรียบในการแข่งขันราคา และระยะเวลาในการขนส่ง ทำให้ต้นทุนราคาผลไม้จากไทยสูงหากเทียบกับประเทศที่อยู่ใกล้เคียง


ดังนั้นกลยุทธ์สำคัญในการเจาะตลาดนี้ จึงต้องมุ่นเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรม การแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า และสร้างโอกาสในการส่งออก ด้วยการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่เน้นเจากลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น ไทยแลนด์วีค รวมถึงงานแสดงสินค้าอาหารในสิงคโปร์ เช่น Asia Pacific Food Expo และสิงคโปร์ Food Expo และควรมุ่งเจาะตลาดค้าปลีก เพราะเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคสิงคโปร์ให้ความนิยมบริโภคมากที่สุด

โดยภาครัฐควรส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรไทยในด้านต่างๆ นอกจากด้านเงินทุน ควรให้ความรู้เรื่องการส่งออก ความรู้ด้านเทคนิค การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต การทำการเกษตรแบบครบวงจร และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในในการทำการเกษตรแบบสมาทฟาร์มเมอร์ รวมถึงการดูแลลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งออก

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230130 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
80867 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
34152 | 21/01/2020
banner