เชื่อว่าหลายคนชอบชีวิตสันโดษ
แต่ทราบหรือไม่ว่า พื้นฐานของมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ชอบการอยู่รวมกลุ่ม ชอบปฏิสัมพันธ์กัน
ดังนั้นสำหรับคนที่คิดว่าชอบความสันโดษ หรือกำลังหลีกหนีสังคม เก็บตัวอยู่คนเดียว
กินข้าวคนเดียว ใช้ชีวิตตัวคนเดียว จริงอยู่มันสบายตัว สบายใจ แต่นี่คือคำเตือนของจิตแพทย์ที่ระบุไว้ว่า
การอยู่คนเดียวนานๆ สุ่มเสี่ยงภาวะซึมเศร้านะรู้มั้ย ?
แบบนี้ก็หาคนรู้ใจสักคน
...ซึ่งมันก็ดีอยู่หรอก แต่หากันง่ายนักหรือ สู้เก็บตัวมานานหลายปีวันนี้อยากเปิดใจ
แต่ใครละจะเป็นคนโชคดีคนนั้น ในเมื่อก่อนหน้านี้คุณปิดตัวเองมาตลอด
เรื่องนี้ค่อยเป็น ค่อยไปดีกว่า เดี๋ยวไม่ปังและจะพังไม่เป็นท่า
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme

ชีวิตมีเป้าหมาย : คนเราใช้ชีวิตอย่าใช้เสียเปล่า แม้จะไม่ช่วยใครเลย ก็ให้ช่วยตัวเองเป็นที่ตั้ง
ดังนั้นชีวิตในแต่ละช่วงควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าชีวิตจะดำเนินชีวิตต่อไปเราต้องทำอะไร
ต้องการที่จะมีชีวิตไปในทิศทางไหน ต้องการอะไร ลองใช้ช่วงเวลานี้ค้นหาตัวเอง ค้นหาสิ่งที่รักและศักยภาพของตัวเองให้เจอ
ไม่อย่างนั้นคุณจะรู้สึกไร้ความหมายในชีวิต การได้ทำสิ่งที่รักหรือตั้งเป้าหมายไว้จะทำให้ชีวิตรู้สึกเติมเต็ม
จำไว้กฎข้อแรก แม้เราจะโสด หรือจะสันโดษ ก็อย่าเมินเฉยกับเป้าหมายชีวิต
เข้าสังคมเพื่อปรับพื้นฐานชีวิต : หลีกหนีวงจรเดิมๆ หลีกเลี่ยงการทำอะไรจำเจ อาจจะโทรนัดเพื่อสมัย
ม.ปลาย หรือเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไปหาพื้นที่ผ่อนคลายบ้าง
คนเราแม้จะเข้มแข็งแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวได้
ดังนั้นควรพาตัวเองออกไปพบปะผู้คนรอบข้างบ้าง เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน
และยังทำให้เราไม่เหงาอีกด้วย ความเหงาที่ปล่อยไว้นาน ๆ สามารถก่อตัวเป็นภาวะซึมเศร้าได้โดยที่เราไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะสังคมยุคโซเชียลที่เอาแต่ก้มหน้าพิมพ์หากัน มันไม่หายเหงาหรอก
เชื่อสิแม้คุณจะมั่นใจว่าจิตใจเข้มแข็งแค่ไหน ต้องมีบ้าง ในบางช่วงที่คุณเปราะบาง
จำไว้กฎข้อที่สองต้องมีสังคม (บ้าง)
ร่างกายที่แข็งแรง : การออกกำลังกายจะช่วยให้กระปรี้กระเปร่า เลือดลมสูบฉีด ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จิตใจจะไม่ห่อเหี่ยวได้ง่ายส่งผลต่อจิตใจที่ดีและเข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี
รวมถึงอาหารการกินด้วย แม้จะอยู่เป็นโสดคนเดียว ก็ต้องเลือกอาหารที่ดี มีประโยชน์
มีคุณภาพ กินคนเดียวจะหง่อยๆ หน่อย
ก็ลองเปลี่ยนที่รับประทานอาหารในพื้นที่คนพลุกพล่านบ้างก็ดี ดูผู้คน ซึมซับบรรยากาศ
แต่ต้องระวัง บางครั้ง อารมณ์นี้ก็นำมาซึ่งความเหงาแทบขาดใจโดยไม่รู้ตัว
เห็นคนมากมาย แต่ข้างกายเราไม่มีใคร ... ดังนั้นที่คือกฎข้อสาม ถ้าเหงา
ให้ไปออกกำลังกาย
งานอดิเรกเชิงบวก : เราเชื่อว่าคนโสด หรือคนชอบสันโดษมีอะไรให้ทำคนเดียวมากมาย และงานอดิเรกคือหนึ่งในนั้น ยกตัวอย่างมือกีตาร์อัจฉริยะของโลกอย่าง ‘จิมมี่ เฮนดริกซ์’ กีตาร์มือขวาในตำนานแต่ถนัดซ้าย เมื่อตอนอายุ 15 ปี จิมมี่ เล่นกีตาร์ทุกวันวันละหลายๆชั่วโมง ต่อมาโดยเขาแสดงความอัจฉริยะด้วยการเป็นคนถนัดซ้ายแต่ใช้กีตาร์ Fender Stratocaster สำหรับคนมือขวา แต่เล่นแบบหันกลับด้าน ไม่ใช่อะไรหรอก งานอดิเรอกของจิมมี่ คือการเล่นกีตาร์ในมือข้างที่ไม่ถนัดและเล่นกลับด้าน อืม...คนแบบนี้ก็มี ดังนั้นในฐานะที่คนโสดหรือชอบสันโดษย่อมมีเวลาอยู่กับตัวเองเยอะ ลองหางานอดิเรกเชิงบวกที่อาจทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นสิ เริ่มต้นจากสิ่งที่คุณไม่ถนัดหรือยังไม่เคยทำมาก่อนเลย แล้วคุณจะไม่มีเวลาไปคิดฟุ้งซ่านจนเกิดภาวะซึมเศร้าแน่นอน และกฎข้อที่สี่ท่องไว้หางานอดิเรกเชิงบวก
รู้คุณค่าของตัวเอง : แน่นอนย่อมไม่ใช่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนรถอะไรพวกนั้น
แต่เราหมายถึง ‘คุณค่า’จริงๆ ของตัวคุณ ค้นหามันใจเจอง่ายๆ โดยการสำรวจตัวเอง
เราอยู่บนโลกนี้แล้วมีประโยชน์ต่อใครหรือไม่ ? เคยถามตัวเองมั้ย ? ลองถามดู
อาจจะมี หรืออาจจะไม่ ก็ไม่เป็นไร มาเริ่มใหม่ด้วยการสร้างคุณค่าใช้ตัวเอง เช่น
โทรศัพท์หาครอบครัวแล้วบอกว่าเรารักพวกเขามากแค่ไหน นี่คือการสร้างคุณค่าง่ายๆ
ในจิตใจ คือยังมีคนที่รักเรา เรามีคุณค่าสำหรับคนเหล่านั้น หรือการหากิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมลองทำดูบ้าง
ลองได้ช่วยเหลือเรื่องบางอย่างสำหรับคนที่เราอาจไม่รู้จักเขาหรือเธอมาก่อน
หรือเรียนรู้การเป็นผู้ให้ที่จะก่อประโยชน์ต่อผู้อื่น อาจเป็นเรื่องง่าย ๆ
เราไม่ได้บอกให้คุณไปกอบกู้โลก เรื่องเหล่านี้ทำได้ง่ายๆ และมีมากมายรอบตัวเรา
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะลองทำมันหรือไม่ การให้ คือการสร้างความสุข และรู้ค่าของตัวเองนี่คือกฎข้อสุดท้ายที่เราอยากจะบอกกับคุณ
ทดลองทำดูสิ!!!