คัดเลือก100 แบรนด์ไทย ขายใน ‘เถาเป่า’

SME Go Inter
25/01/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 681 คน
คัดเลือก100 แบรนด์ไทย ขายใน ‘เถาเป่า’
banner

คนจีนรุ่นใหม่ฮิตซื้อสินค้าต่างประเทศผ่านออนไลน์  ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือ ไทย เนื่องจากในสายตาของผู้บริโภคมีความเชื่อถือในเรื่องของคุณภาพสินค้าที่ได้มาตราฐานสากล แตกต่างกับสินค้าจีนมีของปลอมเยอะมาก แต่เมื่อมาเทียบสินค้าจากเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แล้วดูเหมือนว่าสินค้าจากไทยจะได้รับความนิยมมากที่สุด

เนื่องจากชาวจีนเองชื่นชอบประเทศไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับราคาของสินค้าที่สมเหตุสมผลและดูไม่แพงจนเกินไปเมื่อเปรียบเทียบจากประเทศอื่น นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการชาวไทย ในการที่จะนำสินค้าไปตีตลาดที่ประเทศจีน ซึ่งสินค้าไทยที่ชาวจีนนิยมใช้ ได้แก่

1. อาหาร ขนมต่าง หรือผลไม้อบแห้ง

2 .เครื่องสำอาง แบรนด์ไทยที่ราคาไม่แพงจนเกินไป

3. ของใช้ประจำวันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาดม หรือยาอมยี่ห้อตะขาบ 5 ตัว ยาหม่องลิงถือลูกท้อ เป็นต้น

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


สินค้าเหล่านั่น คือสินค้ายุคทองรุ่นบุกเบิกตลาดจีน กระแสตอบรับอย่างล้นหลามและยังขายดิบขายดีจนทุกวันนี้ แต่ในช่วงปี 2020 หรือ ปี 2563 กำลังจะกลายยุคทองของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก(SMEs)ไทยก็ว่าได้ เมื่อ เถาเป่า โกล บอล” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเว็บซื้อขายสินค้าออนไลน์เถาเป่า มาร์เก็ตเพลส” ในเครืออาลีบาบา ได้เลือกประเทศไทยในการเปิดโครงการระดับโลกใหม่ล่าสุด นั่นก็คือโครงการ “โปรเจค แมคเจลแลน” เฟ้นหาสินค้าแบรนด์นอกประเทศจีนครั้งแรก ตามสโลแกนที่ว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว”

โดยมุ่งเน้นคัดสรรคเอาผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ แปลกใหม่ คุณภาพคับแก้วจากผู้ผลิตรายย่อยโดยตรง ซึ่งโครงการดังกล่าวเถาเป่า โกลบอล” ต้องการช่วยเหลือให้ SMEs ไทยที่มีศักยภาพได้มีโอกาสเติบโตในตลาดอี-คอมเมิร์ซ” ของจีน ซึ่งเถาเป่า โกลบอล ได้ลงนามเซ็นสัญญากับกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันดำเนินการคัดเลือกแบรนด์สินค้าไทยนำร่องประมาณ 100  ราย นำสินค้าไปขายบนแพลตฟอร์ม เถาเป๋า โกลบอล เพื่อเจาะตลาดคนจีนรุ่นใหม่ที่กำลังนิยมสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์

 

ดึง”ดารา-อินฟลูเอ็นเซอร์”สร้างแบรนด์-โปรโมตสินค้า

ปัจจุบันประเทศไทยมีแบรนด์ที่ผลิตสินค้าออกสู่ท้องตลาดจำนวนมาก แต่กลับยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ อุปสรรคดังกล่าว เหยา เหว่ย ผู้อำนวยการ เถาเป่า โกลบอล สะท้องมุมมองให้เห็นว่า เป็นเพราะผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังทำการตลาดอยู่ในขีดจำกัด และยังอยู่ในกรอบการตลาดแบบดั้งเดิม ทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ทั่วถึง

การที่ “เถาเป่า โกลบอล” นำแบรนด์สินค้า 100 รายการจากไทยไปทำตลาดในจีน จะเน้นการทำตลาดเชิงรูปแบบใหม่ผ่านออนไลน์เป็นหลัก นอกจากดึงดาราและอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังชาวจีน ช่วยสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าเป็นที่รู้จักแพร่หลายแล้ว ทางเถาเป่ายังจะให้การสนับสนุนในการสร้างธุรกิจผ่านบายเออร์ หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ซึ่งเถาเป่าเข้าถึงผู้ติดตามชาวจีนกว่า 100 ล้านคน และยังจะช่วยโปรโมตสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย และไลฟ์สตรีม ตลอดทั้งกระตุ้นยอดขายให้กับ 100 แบรนด์จากไทยให้มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกเดือน  

“สาเหตุที่เลือกไทยเป็นประเทศแรกในชาติอาเซียน เพราะความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่มีความสนิทแน่นแฟ้นมายาวนานมากกว่า 150 ปี ขณะเดียวกันคนจีนส่วนใหญ่นิยมมาท่องเที่ยวในไทยเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคนี้  และที่สำคัญชาวจีนนิยมชื่นชอบสินค้าไทยเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้จึงมองว่าสินค้าไทยมีคุณภาพดี การนำสินค้าไปทำการตลาดจีนจึงเป็นเรื่องง่าย เพราะสินค้าจากไทยผู้บริโภคจีนให้การยอมรับเป็นอย่างดีถึงคุณภาพเทียบมาตรฐานสากล”

 

ดันแบรนด์ไทยขายบนแพลตฟอร์มเถาเป่า 25% สิ้นปีนี้

เป้าหมายการทำตลาด เหย่า เหวย บอกว่า จะเพิ่มจำนวนแบรนด์สินค้าไทยที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มเถาเป่าอย่างน้อย 25% ภายในสิ้นปีนี้ นั้นปีต่อๆ ไปขยายให้ครบ 100 % โดยกลุ่มสินค้าของ SMEs ที่เถาเป่ามุ่งเน้นขายเป็นอันดับแรก อาทิ หมอนยางพารา ที่นอนยางพารา ผลไม้อบแห้ง และเครื่องสำอาง ควบคู่กับการทำตลาดกลุ่มแบรนด์สินค้าต่างๆ ในจำนวน 100 ราย เจาะกลุ่มผู้ซื้อของเถาเป่า ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เกิดตั้งแต่ปี 2538 ขึ้นไป มีความเป็นตัวของตัวเองสูงและชื่นชอบแบรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่ซํ้าใคร ซึ่งที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่ในจีนต่างมองหาผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่น่าใช้และมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น

“เราเชื่อว่าสินค้าไทยจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีแบรนด์จำนวนมากที่ผลิตสินค้าออกมาน่าสนใจ แต่ทุกวันนี้กลับยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในตลาดจีน เราเชื่อว่าเมื่อมีการนำคู่แบรนด์สินค้าจากไทยไปวางขาย บนแพลตฟอร์มของเถาเป่าจะดันยอดขายเติบโตอย่างแน่นอน เพราะทางเถาเป่ามีเครื่องมือดิจิทัล สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกว่าสินค้าตัวไหนขายดีไม่ สินค้าตัวไหนลูกค้าชื่นชอบเป็นพิเศษ  และยังสามารถค้นหาความต้องการของลูกค้าจีนและจุดประกายให้ลูกค้าทดลองสินค้าสิ่งใหม่ๆ ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์เด็ดทางการตลาดทางลัด ให้ผลักดันแบรนด์ SMEsของไทยก้าวเข้าสู่ “เถาเป่า มาร์เก็ตเพลส”ต่อไป ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์บนมือถือที่ขนาดใหญ่ที่สุดของจีนได้อย่างรวดเร็ว”

ปัจจุบัน เถาเป่า โกลบอล มีบายเออร์เกือบ 400 คนในประเทศไทย ซึ่งสินค้าที่มีวางจำหน่ายมากที่สุดบนเถาเป่า โกลบอล คือเครื่องนอน ความงาม และอาหาร โดยเถาเป่ามียอดซื้อขายออนไลน์ (GMV) เกิน 1 แสนล้านหยวนต่อปี มีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 1-1.2 แสนแบรนด์ จำนวนผู้ใช้ในจีน 100 ล้านคน โดยวางเป้าภายในปีนี้เพิ่มเป็น 120 ล้านคน


มิติใหม่ SMEs แบรนด์สัญชาติไทยโอกาสทองโกยเงินหยวน

นับเป็นมิติใหม่แห่งการค้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง การทำตลาดผ่าน เถาเป่า โกลบอล  คุณสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่าจะสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทยฉีกหนีกรอบการค้าแบบดั้งเดิม ก้าวเข้าสู่การค้าขายออนไลน์แบบไร้พรมแดนแบบเต็มตัว จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับเถาเป่าที่จะช่วยผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน ให้เติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากคนจีนรุ่นใหม่มากกว่า 90% สั่งซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์

สอดคล้องกับ คุณทวาวัลย์ พูนสิริรัตน์ ผู้ประกอบการ SMEs  เจ้าของผลิตภัณฑ์แยมมัลเบอร์รีออร์และขนมถั่วเขียวอบแห้งออร์แกนิก 100% แบรนด์ ”ONE อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ เชื่อว่าหากนำแบรนด์สินค้าไทยไปจำหน่ายผ่านเว็บไซต์เถาเป่าอย่างจริง จะสร้างมูลค่าให้กับสินค้าไทยมหาศาล เนื่องจากจีนเป็นตลาดใหญ่ซึ่งทุกวันนี้คนรุ่นใหม่มีกำลังซื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และจะกลายเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ได้ระบายสินค้าคุณภาพไปจำหน่ายยังประเทศจีนสร้างรายได้เข้าประเทศ ซึ่งข้อดีที่เว็บไซต์ชื่อดังของจีนนำสินค้าไทยไปจำหน่าย ผ่านช่องทางออนไลน์มีแต่ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์

นอกจากช่วยโปรโมทสินค้าไทยให้ตลาดจีนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแล้ว ยังเป็นการรันตีทางอ้อมว่าสินค้าไทยนั้นมีมาตราฐานสากล เมื่อนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวประเทศไทยทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าแบรนด์ที่จะซื้อนั้นไม่ถูกหลอก เพราะเคยพบเห็นและรับรู้แบรนด์ผ่านเว็บไซต์เถาเป๋า โกลบอล มาแล้ว

ในอนาคต 100 แบรนด์ไทยที่นำร่องส่งไปขายผ่าน เถาเปา โกลบอล จะช่วยต่อยอดให้สินค้าจากประเทศไทยอีกนับพันแบรนด์มีโอกาสเข้าไปแจ้งเกิด เจาะตลาดจีนรุ่นใหม่ นี่คือโอกาสทองที่ผู้ประกอบไทยจะได้ขยายตลาดจีนได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องทำตลาดเอง เพราะกว่าจะทำแบรนด์ให้รู้จักอย่างแพร่หลายต้องใช้เวลานาน



พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แบรนด์ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล

ชี้ช่องธุรกิจความงามไทยลุยตลาดจีน


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230270 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
81285 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
34834 | 21/01/2020
banner