กระแสการดื่มชาแบบอังกฤษ และโอกาสของผู้ผลิตไทย

SME Go Inter
21/11/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 2034 คน
กระแสการดื่มชาแบบอังกฤษ และโอกาสของผู้ผลิตไทย
banner

ชาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดหนึ่งของโลก โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษซึ่งมีวัฒนธรรมของการดื่มชามายาวนาน โดยปกติการดื่มชาในอังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในยุโรป เป็นแบบการดื่มชาร้อนที่ช่วยให้ผ่อนคลายในยามอากาศหนาวเย็น และในการเข้าสังคมพบปะกันทำให้การดื่มชายามบ่าย (afternoon tea) ถือเป็นวัฒนธรรมของชาวอังกฤษ และมีการเสริฟของว่างพร้อมกันไปด้วย เรียกว่า High Tea

ชาวอังกฤษ นิยมดื่มชาดำ (Black tea) ใส่นม เช่น English Breakfast, Earl Grey Tea เป็นต้น สถิติค้นพบว่า ในแต่ละวัน การดื่มชาของพลเมืองชาวอังกฤษอยู่ที่ 1-2 ถ้วย นับเป็น 165 ล้านถ้วยต่อวัน 

ด้านตลาดชาในสหราชอาณาจักรคิดเป็นมูลค่าประมาณ 748 ล้านปอนด์ต่อปี(ประมาณ 2.9 พันล้านบาท) จากสถิติของ Nielsen for The Grocer บริษัท Twinings ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสินค้าชาขนาดใหญ่ระดับโลก มีมูลค่าขายจากช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่าน มาถึงเดือนกรกฎาคม 2562 จำนวน 107.9ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 3.9%

ส่วนบริษัท Yorkshire มีมูลค่าในตลาด 97.6 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 5%  และบริษัท Pukka ผู้จำหน่ายชาประเภทชาผลไม้ ชาสมุนไพร และชาเขียว ระดับตลาดบน (high end) มีมูลค่า 22.6ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 15.4% แต่ในขณะที่  PG Tips บริษัทชื่อดังของอังกฤษทีเน้นผลิตภัณฑ์ประเภทชาดำ (Black tea) และได้รับความนิยมจากผู้ดื่มชามานานกว่า 70 ปี มีมูลค่า 98.7ล้านปอนด์ ลดลง 7.2% 

ท่ามกลางกระแสความห่วงใยเรื่องสุขภาพในกลุ่มผู้ดื่มชา ประกอบกับมีงานวิจัยจำนวนมากที่กล่าวถึงคุณประโยชน์ของชา ทำให้มีผู้คนจำนวนมากหันมาดื่มชาเพิ่มขึ้น จากแต่ก่อนที่ชาเป็นเพียงเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเฉพาะในหมู่ผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคชาเริ่มมีอายุน้อยลง (24-35 ปี) ประกอบกับมีผลิตภัณฑ์ชาหลากหลายให้ผู้บริโภคเลือกดื่มมากขึ้น ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาผลไม้ และชาสมุนไพร   

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 




ชาดำรสจืดจาง และกระแสบริโภคชาไข่มุก

Ms. Angela Pryce นักปรึกษาด้านตลาดชา กล่าวว่าชาดำ (Black tea) เป็นประเภทชาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของผู้บริโภคจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามการบริโภคชาดำเริ่มมีแนวโน้มลดลง เพราะปัจจุบันผู้ดื่มชาให้ความสำคัญต่อสุขภาพมากขึ้น ทำให้ชาประเภทชาผลไม้ ชาสมุนไพร ตลอดจนชาที่ไม่มีส่วนผสมจากสารคาเฟอีน (caffeine-free) กลายมาเป็นชาที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ตลอดจนวัฒนธรรมของการดื่มชาแบบไม่ผสมนม (Dairy-free) ของกลุ่มผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติ (Vegan) มีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

กระแสค่านิยมใหม่ๆ ของการดื่มชาในสหราชอาณาจักร ปัจจุบัน ชาเขียว เป็นชาที่ผู้ดื่มชานิยมมากขึ้นอีกชนิดหนึ่ง เพราะจากการศึกษาวิจัยทำให้ผู้ดื่มชาได้รับข้อมูลว่า ชาเขียวมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ และนอกจากชาเขียวแล้ว ประเภทของชาที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้ ได้แก่ Chai tea ซึ่งมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 93.8% รวมทั้งชาสมุนไพร/ชาผลไม้ ที่มีรสชาติดั้งเดิมจากธรรมชาติและไม่ปรุงแต่ง เช่น ขิง ขมิ้น (Turmeric) ยี่หร่า (Cumin) ชาไข่มุก (Bubble tea)


ร้านอาหารปรับรูปแบบการเสริฟชา

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีพลเมืองอาศัยอยู่มาจากวัฒนธรรมทั่วโลก โดยเฉพาะชนชาติเอเชียที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรนั้นมีจำนวนมาก เช่น จากประเทศอินเดีย จีน ชาวอัฟริกา ซึ่งชนชาติเหล่านี้มีวัฒนธรรมในการดื่มชาอยู่แล้วเช่นกัน ทั้งหมดนี้ ชาไข่มุก (Bubble tea) กลายมาเป็นชารสชาติใหม่ของชาวอังกฤษที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ส่งผลให้ธุรกิจทำการค้าชาไข่มุกแบบ Chain Stores เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย

ตัวอย่างเช่นร้าน Bubbleology ที่มีสาขาทั่วสหราชอาณาจักรมีจำนวนทั้งหมด18 แห่ง มีเมนูชาไข่มุกทั้งแบบ ร้อน และเย็น โดยใช้ชาดำ ชาเขียว และชาอื่นๆ ให้ผู้ซื้อได้เลือกรสชาติตามความพึงพอใจ จากรายงานของ Allied Market Research ตลาดชาไข่มุกทั่วโลกมีมูลค่าราว 1,578 ล้านปอนด์ และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 2,591 ล้านปอนด์ในปี 2023 

นอกจากนี้ ปัจจุบันชาเขียวญี่ปุ่น (matcha) ได้กลายมาเป็นส่วนผสมในเมนูของหวานประเภทเค้กอีกด้วย เช่น Matcha Cake, Green Tea & Lychee Cake, Greeen Tea Nokcha Cake เป็นต้น และจากวงการ Master Chef ที่ได้เริ่มใช้ชาเขียวเป็นส่วนผสมในการทำเมนูของหวานของตนเอง ยิ่งสร้างค่านิยมการใช้ชาเขียวญี่ปุ่นในเมนูของหวาน และในหมู่ผู้บริโภคเพิ่มมากยิ่งขึ้น

อีกกระแสหนึ่งของการส่งเสริมการดื่มชาจากร้านอาหารหลายๆ แห่ง เริ่มจากการแนะนำชนิดชาที่ดื่มได้รสชาติร่วมกับเมนูอาหาร ดังเช่นแต่ก่อนมีพียงชาดำ English Breakfast Tea อยู่ในเมนู ทางร้านอาหารได้เพิ่มประเภทของชาเพื่อเสนอให้แก่ลูกค้าของร้าน เช่นการแนะนำชาประเภทสมุนไพรชื่อว่า Lemon Verbena ร่วมกับเมนู Fish & Chip เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสลิ้มรสชาที่แตกต่างไปจากเดิม จากข้อมูลของ Luxury Lifestyle พบว่าผู้บริโภคจำนวน 7.1 ล้านคน มีความสนใจที่จะได้ลิ้มรสชาติการดื่มชาที่มีความแปลกใหม่ไปจากเดิม 


โอกาสธุรกิจชาของผู้ประกอบการไทย

ชาเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทย ที่ภาครัฐส่งเสริมให้มีการปลูกมีแหล่งผลิตทางภาคเหนือ โดยในปี 2561 ไทยมีผลผลิตชาสดประมาณ 93,309 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 27.45  ส่วนใหญ่เป็นชาอัสสัม 84,231 ตัน คิดเป็นร้อยละ 90.27 ของผลผลิตชาทั้งหมด และชาจีน 9,078 ตัน คิดเป็นร้อยละ 9.73 ในปีเดียวกัน ขณะเดียวกันไทยนำเข้าชา 11,639 ตัน จากประเทศจีน ร้อยละ49 เวียดนาม ร้อยละ25 และเมียนมา ร้อยละ11

ในปี 2560 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ชาเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากแคนาดา สหรัฐอเมริกา และจีน โดยส่งออกเป็นปริมาณ 10,775 ตัน คิดเป็นมูลค่า 958 ล้านบาท ไปยังพม่า ร้อยละ 46 ไปยังสหรัฐอเมริการ้อยละ 27 และลาว ร้อยละ 7

ทั้งนี้ ชาที่นิยมดื่มกันในอังกฤษ เริ่มมีการปรับเปลี่ยนกระแสชาดำเริ่มลดลง ขณะที่ผู้บริโภคชามีความต้องการและสนใจชาที่มีรสชาติใหม่ๆ ทำให้ตลาดชาไม่เคยหยุดนิ่งในการปรับปรุงรสชาติที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ดื่มชา เห็นได้จากการที่บริษัท PG Tips ไม่พัฒนาปรับปรุงสินค้าของตนให้มีความหลากหลายตรงตามความต้องการของตลาด ทำให้ได้รับผลกระทบต่อยอดจำหน่ายของบริษัท

ในขณะที่บริษัท Twinings ได้เพิ่มชนิดประเภทของชาให้หลากหลายมากขึ้น โดยเพิ่มชาประเภทชาผลไม้ และชาสมุนไพร พร้อมกับการวางตำแหน่งของสินค้าชาของบริษัทให้อยู่ในระดับตลาดบน (High – end) ทำให้บริษัท Twinings ประสบความสำเร็จในทางการตลาด ส่วนบริษัท Pukka เป็นบริษัทที่ควรจับตามองในการพัฒนาสินค้าที่เน้นสินค้าชาเพื่อสุขภาพ รสชาติธรรมชาติ และผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและมีชาออแกนิกอีกด้วย

ปัจจุบันการขยายตัวของร้านชาแบบ High End ในสหราชอาณาจักรมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดชาของอังกฤษกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป  ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะส่งออกสินค้าชามายังตลาดสหราชอาณาจักร ควรศึกษาแนวโน้ม พฤติกรรมการบริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เพื่อพัฒนาสินค้าชาให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าชาให้เหมาะกับสินค้าตลาดระดับกลาง-บน (medium to high end) เน้นรสชาติที่ทำจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

สรุปคือ ผู้ประกอบการที่สนใจตลาดชาในอังกฤษ ไม่เพียงต้องอัพเกรดชาให้พรีเมี่ยม เจาะกลุ่มตลาดบนสุด ทั้งยังต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ให้ความความสำคัญทั้งรสชาติ ดีต่อสุขภาพ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย  

 

อ้างอิง : สักนักงานการค้าต่างประเทศ กรุงลอนดอน

            : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์


"Biotic Coffee" นวัตกรรมกาแฟขี้ชะมด 

การตลาดรุ่นใหญ่ ดีไซน์ต้องดี นวัตกรรมก็ต้องโดน

 



Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230270 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
81284 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
34833 | 21/01/2020
banner