เจาะยุทธศาสตร์ข้าวไทย 5 ปี ดันไทยแหล่งผลิตข้าวมาตรฐานโลก

SME in Focus
26/06/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 661 คน
เจาะยุทธศาสตร์ข้าวไทย 5 ปี ดันไทยแหล่งผลิตข้าวมาตรฐานโลก
banner

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย ภายใต้กลยุทธ์ “การตลาดนำการผลิต” ซึ่งการตลาดถือว่าหัวใจสำคัญและจะเป็นตัวกำหนดการผลิตข้าวไทยในช่วงระยะเวลา 5 ปีถัดจากนี้ โดยตั้งเป้าหมายสำคัญเอาไว้ คือจะทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านการผลิต การส่งออกข้าว และผลิตข้าวคุณภาพของโลก

ยุทธศาสตร์ข้าวไทย 5 ปีเป็นนโยบายสำคัญที่จะมุ่งเน้นทำการผลิตข้าวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด คือ ผลิตข้าว 7 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ, ข้าวหอมไทย, ข้าวพื้นนุ่ม, ข้าวพื้นแข็ง, ข้าวนึ่ง, ข้าวเหนียว, ข้าวคุณภาพพิเศษที่มีตลาดเฉพาะ

โดยข้าวทั้ง 7 ชนิดนี้จะแบ่งตลาดออกเป็น 3 ตลาดในภาพรวม ประกอบด้วย

1. ตลาดพรีเมียมประกอบด้วยข้าวหอมมะลิกับข้าวหอมไทย

2. ตลาดทั่วไป ประกอบด้วย ข้าวนุ่ม ข้าวพื้นแข็ง ข้าวนึ่ง

3. ตลาดเฉพาะประกอบด้วยข้าวเหนียวกับข้าวคุณภาพพิเศษ เป็นการจัดระบบภาพรวมในเรื่องของการผลิตข้าวโดยใช้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


วิจัยพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวตอบโจทย์ตลาดโลก

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับเรื่องของเมล็ดพันธุ์ ซึ่งถือว่าเป็นต้นน้ำที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่ผลผลิตข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวต่อไป ในห่วงโซ่การผลิตและการตลาด ซึ่งในเรื่องของเมล็ดพันธุ์นั้นจะมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ การพัฒนาพันธุ์ และการสร้างพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อสนองต่อความต้องการของตลาดให้มากขึ้น โดยเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพและที่สำคัญ คือมุ่งส่งเสริมให้ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัยพัฒนาสร้างพันธุ์ข้าวใหม่ขึ้นมาให้มากขึ้น ด้วยการสนับสนุนของทางราชการ อะไรที่เป็นปัญหาอุปสรรคโดยกฎระเบียบก็จะตัดทอนให้หมด เพื่อทุกฝ่ายจะได้ร่วมมือกันให้พันธุ์ข้าวไทยนั้น สามารถผลิตข้าวคุณภาพไปแข่งขันในตลาดโลกได้

อย่างไรก็ตามส่วนในเรื่องของการตลาดนั้นก็จะมุ่งให้ความสำคัญทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยหัวใจสำคัญ คือการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการค้าข้าวไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกกับประเทศคู่แข่งสำคัญหลายประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการก็จะประกอบด้วยโรงสี อุตสาหกรรมแปรรูป และผู้ส่งออกข้าวของไทย

สำหรับคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ข้าวไทย โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นประธาน และกรรมการประกอบด้วยผู้บริหารกรมและกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และมีสมาคมค้าข้าวไทย, สมาคมชาวนาข้าวไทย, สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย, สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย, สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าว, สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย, สมาคมโรงสีข้าวไทย, สภาเกษตรกรแห่งชาติ, และกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ เป็นต้น โดยอนุกรรมการฯ นี้มาจากคำสั่งแต่งตั้งของคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งได้ลงนามเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันยุทธศาสตร์ข้าว 5 ปียังมีเป้าหมายหลัก คือเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิตและการส่งออกข้าวตลาดโลก โดยพัฒนาข้าวให้ตรงกับความต้องการของตลาด สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัย สร้างทีมขายขยายตลาดและสามารถแข่งขันได้ ด้านการตลาดในประเทศมุ่งรักษาคุณภาพข้าวและสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สร้างเสถียรภาพด้านราคาพัฒนากลไกซื้อขายข้าวให้ได้มาตรฐาน พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มช่องทางการจำหน่ายและความต้องการบริโภค ส่วนทางด้านการผลิต ให้พัฒนาชาวนาให้มีความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ บริหารจัดการด้านการผลิตข้าวมีประสิทธิภาพและความต้องการของตลาด เน้นการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวและการผลิตข้าวให้สามารถแข่งขันได้

ผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดโลก

การตลาดนำการผลิตในภาคการเกษตร เป็นแนวคิดด้านการบริหารจัดการสินค้าเกษตรรูปแบบใหม่ เพื่อให้ปริมาณการผลิตและความต้องการสินค้าเกษตรเกิดความสมดุลกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ให้การสนับสนุนให้เกษตรกรเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล เอกชน สหกรณ์การเกษตร และผู้ค้า ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2561 มีการดำเนินงานคืบหน้าแล้วหลายโครงการ เช่น โครงการการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่ 3.72 ล้านไร่ การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าวอินทรีย์บนเนื้อที่ 120,000 มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 36,000 ราย ช่วยให้ลดต้นทุนการผลิตลดลงและขายข้าวได้ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไปตันละ 2,000-8,000  บาท อีกทั้งเพิ่มช่วงทางการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรใน 38 จังหวัด สร้างมูลค่ารวมกว่า 400 ล้านบาท

ปัจจุบันภาคการเกษตรยังมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เช่น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด ต้นทุนการผลิตสูง ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม เป็นต้น ส่วนเกษตรกรไทยยังขาดปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน คือ

1. ขาดความรู้

2. ขาดเงินทุน 

3. ไม่มีตลาดรองรับ

ซึ่งยุทธศาสตร์ข้าวไทย 5 ปี กำหนดนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ถือว่าแก้ปัญหาถูกจุด เนื่องจากจะเป็นแนวทางให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรไทยสู่ความมั่งคั่ง ชีวิตมั่นคงยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า

การตลาดนำการผลิต กุญแจสำคัญที่สามารถดันรายได้เกษตรกร และยังเป็นอีกทางออกให้เกษตรกรจะไม่ต้องทนทุกข์การผลิตล้นตลาด ถูกกดราคา หาที่รับซื้อไม่ได้ และภาครัฐที่จะไม่ต้องทุ่มเงินภาษีประชาชนมาอุ้มราคาสินค้าเกษตรจน กลายเป็นปัญหาลูกโซ่กระทบทั้งเศรษฐกิจสังคมและการเมืองอย่างที่ผ่านมา



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


ตัวอย่างเกษตรกรยุคใหม่ ใช้นวัตกรรมเพิ่มผลผลิต

เกษตรยอดขายพุ่ง ฮิตติดตลาดออนไลน์รับ New Normal



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
147891 | 09/06/2020
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
33786 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน…
20725 | 14/06/2019
เจาะยุทธศาสตร์ข้าวไทย 5 ปี ดันไทยแหล่งผลิตข้าวมาตรฐานโลก