ส่องโอกาสธุรกิจร้านขายยาในเวียดนาม

SME Go Inter
14/10/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 662 คน
ส่องโอกาสธุรกิจร้านขายยาในเวียดนาม
banner

เวียดนามเป็นอีกหนึ่งประเทศในอาเซียนที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนส่งเสริมการพทำธุรกิจร้านขายยา  อีกทั้งมองว่าการที่เข้ามาลงทุนเปิดร้านขายยาของบริษัทที่ไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในเวียดนาม คาดว่าจะช่วยให้ตลาดนี้จะพัฒนามากขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมยาเวียดนามมีศักยภาพสูงเพราะเวียดนามมีประชากรกว่า 90 ล้านคน พร้อมรายได้ที่สูงขึ้น และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้นนับเป็นทิศทางที่ดีสำหรับธุรกิจด้านยาและเวชภัณฑ์

จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจ BMI พบว่าตลาดด้านยาและเวชภัณฑ์ในเวียดนามเติบโตเฉลี่ยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี โดยในปี 2560 มีมูลค่าสูงถึง 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและคาดว่าจะเติบโตสูงถึง 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ด้านประชากรสูงวัย (อายุมากกว่า 65 ปี) ที่จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 18 ล้านคน

โดยปัจจุบันรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการผลิตยาในประเทศมากขึ้น โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ภาษีการนำเข้าปัจจัยการผลิต และการใช้ที่ดิน เป็นต้น โดยเฉพาะการผลิตยาสามัญทั่วไปเพื่อทดแทนการนำเข้ารวมถึงส่งเสริมการวิจัยและผลิตยาแผนโบราณ ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและโรงพยาบาล ในส่วนของนครโฮจิมินห์ มีนโยบายส่งเสริมการใช้การบริการทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยเฉพาะด้านทันตกรรม

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


กฎหมายใหม่ เปิดกว้างลงทุนธุรกิจยา

ช่วงต้นปีทีผ่านมา รัฐบาลเวียดนามได้ออกกฤษฎีกาหมายเลข 115/2018/ND-CP แก้ไขเพิ่มเติมข้อกฎหมายภายใต้กฤษฎีกาหมายเลข 54/2017/ND-CP ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจด้านเภสัชกรรมในเวียดนามส่งผลให้บรรยากาศการแข่งขันทางธุรกิจในด้านดังกล่าวเปิดกว้างมากขึ้น โดยการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเวียดนามและภาคเอกชนของต่างชาติรวมถึงไทย สามารถแข่งขันกับบริษัทผลิตเวชภัณฑ์ยาที่เป็นรัฐวิสาหกิจได้มากขึ้นทั้งในด้านการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการขยายตลาดด้านผลิตภัณฑ์เวชสำอางซึ่งมียาเป็นส่วนประกอบสำคัญ

สาระสำคัญของกฤษฎีกาหมายเลข 115/2018/ND-CP โดยสรุปได้ลดขั้นตอนและจำนวนเอกสารสำหรับการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศอาทิ

1. ผู้นำเข้าได้รับการยกเว้นการยื่นใบประกาศ Good Manufacturing Practice(GMP) หากสถานที่ที่ผลิตสินค้าได้รับการรับรอง GMP แล้ว ต่างจากเดิมที่กำหนดให้ยื่น GMP ของแหล่งผลิตทุกแห่ง

2. ได้รับการยกเว้นclinical records สำหรับการนำเข้ายาที่เคยได้รับใบอนุญาตการนำเข้าผ่านการนำเข้าด้วยวิธีเดียวกันแล้ว

3. การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านปริมาณการนำเข้ายาให้เป็นไปตามความต้องการของผู้นำเข้ามากขึ้นบนพื้นฐานของปริมาณความต้องการใช้ยาและความรุนแรงของโรคระบาดในประเทศเวียดนาม

4. การย่นระยะเวลาสำหรับการประเมินและรับรองเอกสารในการขึ้นทะเบียนเวชภัณฑ์ยาจากเดิม 60 และ 30 วัน เหลือเพียง 40 และ 20 วัน ตามลำดับ

5. การกำหนดให้การขอขึ้นทะเบียนยานำเข้าสามารถใช้รายละเอียดฉลาก (label model) และคำอธิบายผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประเทศผู้ผลิตหรือประเทศผู้ส่งออกยาก็ได้ กรณีที่ไม่มีเอกสารใบอนุญาตผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม Certificate of pharmaceutical product : CPP)


โอกาสธุรกิจยาไทย

การแก้ไขกฤษฎีกาในครั้งนี้ จึงน่าจะส่งผลให้บริษัทเวียดนามและบริษัทต่างชาติ สามารถนำเข้าเวชภัณฑ์ยามายังเวียดนามได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะยาเพื่อรักษาโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)ซึ่งมีความต้องการสูง และเป็นสาเหตุลำดับต้นกว่าร้อยละ 70 ของการเสียชีวิตของผู้ป่วยในเวียดนาม

อย่างไรก็ดี กฤษฎีกาดังกล่าวมิได้มีการกล่าวถึงสิทธิการเช่าพื้นที่/ คลังสินค้า และการกระจายสินค้าเวชภัณฑ์ยาในประเทศเวียดนามซึ่งตามกฎหมายฉบับเดิมกำหนดให้บริษัทที่มีการลงทุนของต่างชาติและผู้นำเข้าต่างชาติต้องใช้ผู้กระจายสินค้าและคลังสินค้าท้องถิ่นตามที่กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามกำหนด

สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจด้านยาและเภสัชภัณฑ์ของไทยที่สนใจบุกตลาดเวียดนามควรมองแนวโน้มการพัฒนาและขยายตัวของการกระจายสินค้าแบบ Modern Trade และรีบคว้าโอกาสในการเข้าสู่ตลาดและช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด

กระนั้นนั้นควรศึกษากฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เชื่อถือได้ ในส่วนของภาครัฐของไทยในประเทศเวียดนาม สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ตลอดจนสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศของไทยในเวียดนาม พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในเวียดนาม

 

อ้างอิงข้อมูล    : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์

                        : สำนักงานการค้าในต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 


“เวียดนาม” ตลาดศักยภาพที่น่าลงทุน 

จับตา ภาษีอีคอมเมิร์ซแบบใหม่ในเวียดนาม


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
229350 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
50866 | 12/06/2019
Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร SME Go Inter

Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร

ยุคสมัยนี้ เป็นที่รู้กันว่า “นักช็อปปิ้งชาวจีน” จะให้น้ำหนักกับคำว่า “ของแท้” (Genuine Product Guarantee) อยู่เหนือปัจจัยด้านราคาและระยะเวลาขนส่งเวลา...
19536 | 02/07/2019
banner
banner