‘เมโม่โคลทติ้ง’ แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นสุดฮิต ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล สู่การคิดค้นกลยุทธ์ ‘Friend and Partner for Life’

SME in Focus
27/09/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 348 คน
‘เมโม่โคลทติ้ง’ แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นสุดฮิต ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล สู่การคิดค้นกลยุทธ์ ‘Friend and Partner for Life’
banner
แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นในเมืองไทยมีมากมายหลากหลายยี่ห้อ การจะประสบความสำเร็จมีที่ยืนในตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย จุดประเด็นอันน่าติดตามเป็นอย่างมากว่า บริษัท เมโม่โคลทติ้ง จำกัด เจ้าของแบรนด์ ‘Memoclothing’ ซึ่งมีการบริหารโดยมือฉมัง คุณณพศร แม้นสกุล กรรมการผู้จัดการ, คุณจิรา ฉลาดกิจศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด, คุณอัญญะเวชย์ นิลเพ็ชร ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและเทคโนโลยี จะมีแนวทาง - วิธีคิด รวมถึงกลยุทธ์ต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจอย่างไร จนสามารถเอาชนะใจทั้ง Customer และ Partner ก้าวสู่การเป็นแบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์สตรีทแฟชั่นแถวหน้าเมืองไทย Bangkok Bank SME บรรจงคัดสรรคำตอบมาให้ผู้ประกอบการและ SME ได้ศึกษาแบบเน้น ๆ 



เปิดเส้นทางวัยรุ่นสร้างตัว ไม่กลัวที่จะทำตามฝัน

คุณจิรา ฉลาดกิจศิริกุล เล่าถึงเส้นทางธุรกิจว่า บริษัท เมโม่โคลทติ้ง จำกัด ก่อตั้งมาเกือบ 10 ปีแล้ว (เริ่มตั้งแต่ปี 2555) โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเด็กวัยรุ่น 4 คนที่ฝันอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับเห็นช่องว่างทาง Marketing ด้านราคา และคุณภาพเนื้อผ้า ซึ่งขณะนั้นเสื้อผ้ากำลังบูม ประกอบกับการที่พวกเราชอบใส่เสื้อผ้าแฟชั่น และคุณณพศร แม้นสกุลได้ทำธุรกิจจำหน่ายเสื้อผ้าอยู่แล้ว จึงมีการตกผลึกทางความคิดก่อเกิดไอเดียว่า เสื้อผ้าที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปในบ้านเรานั้น บริษัทสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้อีก เช่น ลวดลาย ดีไซน์ เนื้อผ้า ก่อนที่พวกเราทั้ง 4 คนจะตัดสินใจร่วมกันว่ามาทดลองทำธุรกิจนี้ด้วยกัน

“จากนั้นบริษัทได้มีการวางกลุ่มเป้าหมายว่าจะอยู่ในตลาดไหน เนื่องจากเสื้อผ้าที่ทำเป็นการครีเอทใส่ไอเดียของเราเอง ก่อนทดลองนำมาจำหน่ายให้กับร้านค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร เมื่อได้รับผลตอบรับดีจึงปักหลักอยู่ที่นี่ พร้อมกับคิดกลยุทธ์ Marketing เพื่อหาตลาดใหม่ๆ และลูกค้าเพิ่มเติม”


(จากซ้ายไปขวา) : คุณณพศร แม้นสกุล, คุณจิรา ฉลาดกิจศิริกุล, คุณอัญญะเวชย์ นิลเพ็ชร

วัยรุ่นคือ Target ทำอย่างไร? ให้เจาะใจได้สำเร็จ

คุณณพศร แม้นสกุล กล่าวว่า ขอบเขตธุรกิจ แรกๆ ยังไม่ได้วางกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงขนาดนั้น เพียงแต่มองว่าถ้าผลิตเสื้อผ้าเองต้องมีความครีเอท - แตกต่างกว่าที่จำหน่ายทั่วไปในตลาด ก่อนที่ช่วงหลังจะมีการวิเคราะห์ตลาดอย่างจริงจังว่ากลุ่มเป้าหมายของเราหลักๆ ก็คือ B2B โดยเป็นลูกค้าในต่างจังหวัด ดังนั้นบริษัทจึงสร้างช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ไว้คอยให้บริการ โดยราคาสินค้าจับต้องได้ ป๊อปปูล่าร์ไม่ถึง 300 บาท ขณะที่ราคาสูงสุดจะไม่เกิน 1,000 บาท

ส่วนสไตล์สินค้าจะเป็นแนวสตรีทแฟชั่น โดยกลุ่มลูกค้าจะอยู่ในช่วงอายุ 18 - 35 ปีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเราเลือกกลุ่มเป้าหมายนี้เนื่องจากเหมาะกับสไตล์เสื้อผ้าที่ทางบริษัทผลิตคือ ใส่สบาย แนวสตรีทแฟชั่น สตรีทอเมริกัน และมีความวินเทจ โดยซิกเนเจอร์รูปแบบการดีไซน์ที่มีสไตล์ชัดเจน สินค้าราคาจับต้องได้ ใส่ได้ทั้งชายและหญิง 



จุดเด่นเป็นจุดขาย ‘Memoclothing’

ในเรื่องนี้ คุณณพศร แม้นสกุล เผยว่า ด้วยความที่บริษัททำธุรกิจทั้งแบบ B2B และ B2C ดังนั้นแต่กลุ่มลูกค้าเราจึงต้องมองทั้งสองมุม ไม่ว่าจะจำหน่ายผ่านพาร์ทเนอร์ หรือจำหน่ายให้กับ End User เองก็ดี เช่น หากมองมุมผู้บริโภคก็จะมองว่าเสื้อมีความแตกต่าง ไม่เหมือนกับแบรนด์อื่นอย่างไร อาทิ มีสไตล์ที่ชัดเจน รวมถึงเนื้อผ้ามีความ Unique ซึ่งทางบริษัทได้มีการดีเวลลอปดีไซน์ - สไตล์เอง จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะนำเสนอรูปแบบ - สไตล์อย่างไรเพื่อให้ผู้บริโภคชื่นชอบนำมาสู่การเลือกซื้อสินค้า

โดยบริษัทจะผลิตสินค้าใหม่ๆ ออกมาทุกสัปดาห์ เพราะ ‘เมโม่โคลทติ้ง’ ไม่ได้มองว่าผู้คนจะซื้อสินค้าเป็นซีซั่น แต่มองว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่อยากได้สินค้าใหม่ เห็นตอนนี้อยากได้ตอนนี้

“ที่สำคัญเสื้อผ้าที่ลูกค้าซื้อไปแล้วต้องคุ้มค่ากับการใช้จ่าย โปรดักส์ให้มากกว่า Expectation ที่ลูกค้าวางเอาไว้ Memoclothing เช่น จำหน่ายสินค้าในราคา 290 บาท แต่ดีไซน์ - คุณภาพที่ให้ ไม่แตกต่างจากเสื้อผ้าราคา 1,000 - 2,000 บาท สรุปให้เข้าใจก็คือสินค้ามีความพรีเมียมแต่ราคาแมสส์ นี่คือความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับ โดยที่แบรนด์ของเราจะเป็นตัวแทนที่บ่งบอกความรู้สึกว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับการสวมใส่เสื้อผ้าชิ้นนั้น”

ส่วน B2B ก็จะเป็นอีกหนึ่งคีย์ แต่ก็จะเชื่อมโยงกันกับ B2C เมื่อบริษัทผลิตสินค้าให้มีจุดขายสำหรับ End User สุดท้ายแล้ว พาร์ทเนอร์ของเราที่เป็น B2B ก็ต้องนำสินค้าไปขายให้ C (Customer) อยู่ดี ซึ่งจะเป็นคุณค่าในแบรนด์ที่ Memoclothing ส่งต่อไปยังลูกค้าผลดีก็จะส่งไปถึงพาร์ทเนอร์ของเราด้วย สำหรับกลยุทธ์ B2B ส่วนที่เสริมเพิ่มเติมเข้าไปก็จะมีในเรื่องเซอร์วิส



‘Friend and Partner for Life’ กลยุทธ์สะกดใจ B2C และ B2B

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมโม่โคลทติ้ง จำกัด อธิบายถึงเรื่องนี้ว่า ตัวแบรนด์ของบริษัทค่อนข้างจะมี Core Value สูง เนื่องจากเราได้วาง Purpose เอาไว้ มองแบรนด์ (Memoclothing) ว่าเป็น Friend and Partner for Life โดยลูกค้าซึ่งเป็น End User จะเป็น Friend for Life เป็นการใส่มุมมองว่าเราจะดำเนินธุรกิจกับผู้บริโภคให้ความสำคัญแบบไหนอย่างไร

ส่วน B2B จะมองเป็น Partner for Life เมื่อเรามองว่าเป็นพาร์ทเนอร์ไม่ใช่แค่ผู้ค้า เลนส์ที่มอง - วิธีการทำธุรกิจร่วมกัน รวมถึงการวางกลยุทธ์ก็จะแตกต่างกัน นั่นคือการใส่ใจในมุมมองพาร์ทเนอร์ของเรา ในสิ่งที่ ‘เมโม่โคลทติ้ง’ ทำลงไป หากเป็นเพียงผู้ค้าก็คือขายแล้วจบกันไป แต่บริษัทมองว่าเราโตไปด้วยกัน ซึ่งเกิดจากการร่วมมือกัน พยายามร่วมกัน กลายเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของ 2 ธุรกิจ ส่วนตัวโปรดักส์ที่เกิดขึ้นถูกดีเวลลอปขึ้นมา เกิดจากการที่เราใส่ใจ ผลิตสินค้าให้พาร์ทเนอร์นำไปจำหน่ายอย่างมีคุณภาพในจำนวน สี และไซส์ที่เหมาะสม

ดังนั้นการผลิตสินค้าใหม่ทุกสัปดาห์จะไม่ใช่การสักแต่ว่าผลิต แต่บริษัทผลิตบน Data Base ที่ว่า เราคิดแล้วว่าลูกค้าต้องการสินค้าแบบไหน (ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ CRM : Customer Relationship Management)

1. จากสถิติเดิม ดาต้าเคยบอกไว้ว่าอย่างไร พาร์ทเนอร์ 1 ราย ใน 1 สัปดาห์ควรจะมีกี่แบบกี่สีกี่ลาย จึงจะเหมาะสมไม่มากจนเกินไป เพื่อไม่ให้ทุนจมกับของ เกิดการหมุนเวียนแล้วพาร์ทเนอร์จะสั่งซื้อสินค้าทุกสัปดาห์ 

2. การตีโจทย์ความต้องการลูกค้า ดังนั้นจึงต้องครีเอทสินค้าบางอย่างมาทดลองตลาด บนความเป็นไปได้ว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นมามีความน่าสนใจน่าทดลอง ซึ่งจะผลิตในปริมาณที่เหมาะสม แม้จะไม่ติดตลาดก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถสร้างฟีลลิ่งความแปลกใหม่ความน่าตื่นเต้นให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องอีโมชันสำหรับลูกค้า 



Data หัวใจบริหารการผลิต - สต็อก และการจัดจำหน่าย

คุณณพศร แม้นสกุล ให้ความรู้ว่า บริษัทจะทำงานทุกอย่างไปจนถึงการวาง Strategy บน Data ขณะที่การเกิดสต็อกต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ได้เกิดจากเราผลิตสินค้าใหม่ แต่มาจากการผลิตแล้วจำหน่ายไม่หมด ซึ่งมีสาเหตุจากหลายปัจจัย ดังนั้นบริษัทจึงไม่ได้ Base ว่าต้องผลิตสิ่งนี้ได้ 100% ซึ่งโดยปกติสินค้าแต่ละประเภทจะมีการคาดการณ์ว่าจะจำหน่ายได้ประมาณ 90% เผื่ออีก 10% ไว้สำหรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

ด้วยความที่สินค้าของบริษัทมีส่วนกับอารมณ์ของผู้คน ดังนั้นการเลือกเสื้อผ้าก็คือความชอบของผู้คนที่อยากจะเลือกแบบนี้ชอบแบบนี้ ไม่มีบัญญัติไตรยางศ์ แต่เราจะมีการเผื่อไว้สำหรับความผิดพลาดว่าจะพลาดได้แค่ไหน เช่น เสื้อลายนี้ยอดขายไม่ปังเท่าที่ควร ก็จะหาสาเหตุแล้วนำมาสู่การบริหารจัดการปัญหาโดยต้องดูทั้งเรื่องต้นทุน ราคาป้าย รวมถึงการเทิร์นโอเวอร์ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องมีการแยกแต่ละประเภท แบ่งหมวดหมู่แอ็กทีฟ กับนอลแอ็กทีฟ ระบุตัวตนให้ได้ ซึ่งจะช่วยในการประเมินว่าสินค้าจะเกิดการหมุนเวียนหรือไม่ ถ้าไม่ก็จะมีการดาวน์เฟสลง นำไปเป็นของเซล เป็นต้น

คุณอัญญะเวชย์ นิลเพ็ชร ได้กล่าวสำทับว่า สำหรับกลยุทธ์ในการจัดการสินค้าด้วยการลดราคาทางบริษัทจะมีหลากหลายช่องทางในการกระจายสินค้า มีการเซลประจำปี รวมถึงการจำหน่ายตามแคมเปญดับเบิลนัมเบอร์ เช่น 7/7 (7 เดือน 7), 8/8 (8 เดือน 8) เป็นต้น เพื่อจัดการสต็อก หากเราแมตช์เลเวลสินค้าได้ดี วิธีและกลยุทธ์การจัดการสต็อกก็จะต่างกันไป เสื้อผ้าแม้ไม่หมดอายุแต่ด้วยความที่เป็นสินค้าแฟชั่น การเห็นด้วยสายตาก็มีผลในการเลือกซื้อเนื่องจากลูกค้าอาจมองว่าไม่เฟรช

คุณณพศร แม้นสกุล เสริมว่า หากมองว่าสินค้าไม่หมดอายุก็ถือเป็นวิธีคิดที่น่าสนใจมาก แต่เราต้องมองในมุมที่ว่า เสื้อผ้าอาจเสียได้เช่นกัน เพราะยิ่งนานไปแล้วเราไม่จัดการอะไร ก็จะกระทบกับ Cash Flow ต้นทุนจมอยู่กับสินค้าโดยที่ไม่เกิดการหมุนเวียน 

ซึ่งการจะแก้ปัญหาดังกล่าว เราต้องมองตั้งแต่ต้นทางใช้ดาต้าแล้ววิเคราะห์เพื่อหากลยุทธ์ ก่อนเทกแอ็กชันไม่ว่าจะทางการตลาดหรืออะไรก็ตาม เพราะ Marketing ก็ต้องทำงานร่วมกับเราในการจัดการสต็อก นี่ไม่ใช่เรื่องของคลังสินค้าเพียงอย่างเดียว บริษัทมองว่าแต่ละส่วนคือเนื้อเดียวกันทั้งหมดในการจัดการปัญหาหรือสร้างยอดขายก็ดี

“บริษัทไม่ได้มองว่าเอาแต่ละฝ่ายรวมกันแล้วเป็นชิ้น แต่เรามองว่าทุกชิ้นลิงก์กันทั้งหมดแยกชิ้นหนึ่งออกไปก็จะกระทบทั้งหมด” 



Key Success นำ Data มาใช้..ให้ประสบความสำเร็จ

สำหรับเรื่องนี้ คุณณพศร แม้นสกุล กล่าวว่า จริงๆ เครื่องมือของเราไม่ได้ซับซ้อน ใช้โปรแกรมเก็บข้อมูลพื้นฐาน แต่ที่พิเศษขึ้นมาคือการเก็บข้อมูลต่างๆ ให้มากกว่าที่ต้องใช้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ‘วิธีคิด’ ซึ่งเป็น Big Question ข้อมูลที่เก็บนั้นเก็บเพื่อหาอะไรจากนั้นมาวิเคราะห์หากลยุทธ์ ส่วนข้อมูลเชิงสถิติก็จำเป็นต้องเก็บเช่นกันเพื่อนำมาประกอบในเชิงการตัดสินใจในการตอบโจทย์ลูกค้า

‘Memoclothing’ กับสิ่งที่วาดแพลนสำหรับอนาคต

ท้ายบทสัมภาษณ์ คุณณพศร แม้นสกุล ฉายมุมมองในอนาคตว่า วิกฤตโควิด 19 ทำให้บริษัทต้องมีการปรับภายในองค์กรให้มีความคล่องตัว - เป็นมืออาชีพ มีระบบแบบแผนการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราเป็นผู้ประกอบการ SME ตัวเล็กๆ ที่เริ่มทำเหมือนๆ คนอื่น อย่าง ‘เมโม่โคลทติ้ง’ ก็เกิดจากเด็กสาขาประวัติศาสตร์ที่สนใจทำธุรกิจ ซึ่งพอมาถึงจุดหนึ่งในการประสบความสำเร็จเฟสที่ 1 แล้ว เมื่อเข้าสู่เฟสที่ 2 องค์กรโตขึ้นมาความซับซ้อนมากขึ้น ก็ต้องมีการสร้างระบบการทำงานเพื่อช่วยให้การทำธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น 



แต่ด้วยสถานการณ์โควิดจึงทำให้บริษัทต้อง Stable ไปก่อน แต่ในอนาคตอันใกล้เรามองเรื่องการเติบโตเนื่องจากมีฐานที่เข้มแข็งขึ้น มีการจัดการภายใน มีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง มีแกน - แบรนด์องค์กรที่ชัดเจนขึ้น สิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือความเชื่อมั่นและมั่นใจในสิ่งที่ทำว่ามีคุณค่ารังสรรค์สินค้าที่ลูกค้าเต็มใจที่จะรับ ในอนาคตอันใกล้บริษัทวาดแพลนการเติบโตยิ่งขึ้นผ่านแบรนด์ที่เรามี (Memoclothing) ซึ่งแนวทางเติบโตคือเน้นไปที่ธุรกิจที่กำลังทำอยู่ โดยการพัฒนาแนวคิดในเรื่องของอินโนเวชันที่จะมาสร้างโซลูชันให้ Customer & Partner ของบริษัทได้รู้สึก - เกิดความน่าสนใจตอบโจทย์ตลาดยุคปัจจุบัน รวมถึงการหาสิ่งใหม่ หรือ New S-Curve เพื่อสร้างโอกาสในการขยายไปสู่องค์กรไปสู่ขนาดใหญ่ระดับเอเชียในอนาคต 


รู้จัก ‘บริษัท เมโม่โคลทติ้ง จำกัด’ เพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/memoclothing/

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

‘สยามอิมพลีเม้น’ สร้างธุรกิจอุปกรณ์การเกษตรจาก Pain Point พลิกโฉมจอบหมุนให้เหมาะกับการเกษตรไทย

‘สยามอิมพลีเม้น’ สร้างธุรกิจอุปกรณ์การเกษตรจาก Pain Point พลิกโฉมจอบหมุนให้เหมาะกับการเกษตรไทย

บริษัท สยามอิมพลีเม้น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายจอบหมุน (โรตารี่) และอุปกรณ์การเกษตรสำหรับต่อพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ อีกทั้งยังรับผลิตสินค้าให้แบรนด์ดังต่าง…
pin
85 | 27/11/2022
‘แป้งเด็กไร้ซแคร์’ ผลิตจากข้าวเจ้า ปลอดภัยไร้สารตกค้าง สร้าง Value Added ให้กับข้าวไทย

‘แป้งเด็กไร้ซแคร์’ ผลิตจากข้าวเจ้า ปลอดภัยไร้สารตกค้าง สร้าง Value Added ให้กับข้าวไทย

หลายธุรกิจอาจกำลังมีไอเดียใหม่ๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งการจะทำให้ New Product เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค รวมไปถึงการทำให้ไอเดียกลายเป็นสินค้าใช้ได้จริง…
pin
86 | 26/11/2022
หยิบงานวิจัยใส่นวัตกรรม พลิกโฉมปลาหมึกเป็น ‘แคปหมึก' สแน็คไทย สะกดใจผู้บริโภคสายเฮลตี้

หยิบงานวิจัยใส่นวัตกรรม พลิกโฉมปลาหมึกเป็น ‘แคปหมึก' สแน็คไทย สะกดใจผู้บริโภคสายเฮลตี้

มีผู้ประกอบการไม่น้อยที่เปลี่ยนความชอบเป็น Passion สร้างธุรกิจ เช่นเดียวกับ คุณยุวดี มีทำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปหมึก ฟู้ดแอนด์ มาร์เก็ตติ้ง…
pin
160 | 25/11/2022
‘เมโม่โคลทติ้ง’ แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นสุดฮิต ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล สู่การคิดค้นกลยุทธ์ ‘Friend and Partner for Life’