‘บาห์เรน’ ตลาดใหม่ส่งออกพืชผัก-ผลไม้ไทย

SME Go Inter
23/06/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 977 คน
‘บาห์เรน’ ตลาดใหม่ส่งออกพืชผัก-ผลไม้ไทย
banner

สำหรับภาคเกษตรไทย การหาตลาดใหม่นับว่าไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่ทว่าการต้องแข่งขันด้านราคากับสินค้าเกษตรกับชาติอื่นตามกลไกการค้าเสรีนับเป็นอุปสรรครูปแบบหนึ่ง เพราะสินค้าเกษตรไทยหลายประเภท ราคาสูงกว่าชาติอื่น ยกตัวอย่างเปรียบเทียบอาทิเช่น ข้าว ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 ไทยส่งออกข้าวรวม 2.1 ล้านตัน มูลค่า 43,000 ล้านบาท ขณะที่เวียดนามส่งออกข้าวรวม 2.1 ล้านตัน มูลค่า 990.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 31,309 ล้านบาท)

สังเกตได้ว่าส่งออกเท่ากัน แต่ข้าวไทยแพงกว่าเลยมีมูลค่าสูงกว่า นี่อาจจะเป็นทั้งเรื่องดีและเรื่องตรงกันข้ามในเรื่องเดียวกัน เพราะล่าสุดข้าวเวียดนาม ข้าวจากอินเดีย เริ่มตีตลาดข้าวไทย โดยแข่งกันที่ราคาทำให้เราสูญเสียตลาดในบางส่วนไป โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ราคาจะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับสินค้าเกษตรส่งออก ดังนั้นทางออกอย่างเดียวหากไม่คิดแข่งราคา คือพัฒนาคุณภาพและหาตลาดที่มีศักยภาพรองรับ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme  


ในเคสนี้เราเลยหยิบยก บาห์เรนที่แม้จะเป็นประเทศเล็กแต่ก็ร่ำรวยจากน้ำมัน ที่สำคัญเป็นอีกปลายทางของสินค้าเกษตรไทย ไม่เฉพาะแค่ข้าว แต่ผักผลไทยก็ยังขายดี

โดยบาห์เรนเป็นประเทศเกาะเล็กๆ ในอ่าวเปอร์เซียมีพื้นที่เทียบเท่าเกาะภูเก็ตของไทย เป็นประเทศที่มั่งคั่งด้วยน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาล ปัจจุบันมีประชากรราว 1.7 ล้านคน เป็นคนพื้นเมืองราว 800,000 คน นอกนั้นเป็นชาวต่างชาติที่พำนักและทำงานอยู่ในบาห์เรน ประชาชนชาวบาห์เรนมีกำลังซื้อสูง รายได้ประชาชาติต่อหัวในปี 2562 คิดเป็น 24,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สูงกว่าคนไทยประมาณ 3 เท่า) ถือเป็นประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นที่สุดของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง

บาห์เรนเป็นประเทศที่มีระบบเสรีทางการค้า โดยเฉพาะด้านอาหารที่ไม่ค่อยมีมาตรการกีดกันทางการค้า อย่างไรก็ดีบาห์เรนเป็นประเทศที่ความมั่นคงทางอาหารอยู่ในภาวะเสี่ยงค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าพืชผักผลไม้จากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

สำหรับสินค้าอาหารไทยโดยเฉพาะพืชผักผลไม้ไทย ได้รับความนิยมจากคนบาห์เรนเป็นอย่างมาก อาทิ ทุเรียน ขนุน มังคุด เงาะ มะม่วง มะขาม สัปปะรด ลิ้นจี่ ฯลฯ และเป็นที่ต้องการของร้านอาหารไทยที่มีอยู่เกือบ 70 ร้าน โดยสามารถพบได้ตามร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในบาห์เรนทั้งใน Hypermarkets และซุปเปอร์มาร์เก็ตของไทยที่มีอยู่เกือบสิบแห่งในประเทศนี้

สำหรับการนำเข้าพืชผักผลไม้จากไทยส่วนใหญ่ใช้วิธีขนส่งทางอากาศ (Air/Cargo Freight) โดยมาตรการและกฎระเบียบของการนำเข้า มีดังนี้

1. พืชผักผลไม้ถือเป็นสินค้าควบคุม ผู้นำเข้าต้องมีใบอนุญาตการนำเข้า (import license) ที่กระทรวงเกษตรฯ (สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชและกักกันสินค้าเกษตร หรือ Plant and Protection and Agriculture Quarantine Section) ของบาห์เรนเป็นผู้ออกให้

2. ผู้นำเข้าต้องแจ้งลงทะเบียนกับกระทรวงเกษตรฯ ของบาห์เรน ว่าต้องการนำเข้าพืชผักผลไม้ใดเข้ามา พร้อมระบุพิกัดศุลกากรที่ถูกต้อง (HS Code)

3. ผู้นำเข้าต้องแสดงเอกสารใบรับรองสุขอนามัย (Psytosanitary Certificate หรือ PC) ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนำเข้าของบาห์เรน ซึ่งออกโดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรของไทยที่เป็นประเทศต้นทาง

4. ขั้นตอนการผ่านด่านศุลกากร ผู้นำเข้าต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าและเสียภาษีผักและผลไม้ของบาห์เรน ร้อยละ 5 ของราคาประเมิน

ทั้งนี้จากการสำรวจตลาดพืชผักและผลไม้ที่ไทยควรส่งเสริมและทำการตลาดต่อไปอย่างต่อเนื่อง อาทิ ตลาดพื้นฐานจำพวกผลไม้ที่ทำตลาดได้ดีและมีส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่าประเทศอื่นๆ อาทิ มะขาม ลำไย และผลไม้แปรรูป อาทิ ขนุน ส้ม มะพร้าว และสับปะรด ผลไม้ที่มีการแข่งขันเรื่องราคาค่อนข้างสูง อาทิ มะม่วง สัปปะรด ลิ้นจี่ มังคุด เงาะ แก้วมังกร และน้อยหน่า

รวมทั้งตลาดระดับบนที่เน้นคุณภาพและความสวยงาม ผลไม้ที่ทำตลาดได้ดี อาทิ ทุเรียนหมอนทอง มะม่วงน้ำดอกไม้และเขียวเสวย ลำไย และมังคุด นอกเหนือจากผลไม้ที่กล่าวถึงแล้ว ผลไม้ที่ขายดีและได้รับความนิยมมากในตอนนี้ คือ สัปปะรดภูแล และฝรั่งแช่บ๊วย ซึ่งสามารถพบได้ตามร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตไทยทุกแห่ง

ปัจจุบันมีเกษตรกรไทยจำนวนสองรายประกอบการทำสวน เพื่อนำพืชผักขายส่งต่อไปยังร้านอาหารและร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตไทยต่างๆ จึงไม่มีความขาดแคลนพืชผักไทยในบาห์เรน ทั้งนี้พืชผักที่มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นและน่าที่จะส่งเสริมทำตลาดได้ต่อไป ได้แก่ มะเขือเปราะ ตะไคร้ ข้าวโพดอ่อน และพริกขี้หนู

อย่างไรก็ดีภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID -19 ผ่านพ้นไป ตลาดสินค้าผักและผลไม้ไทยจะกลับมาดำเนินธุรกิจได้เป็นปกติและยังมีโอกาสจะเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากอุปสรรคทางการค้ามีน้อย

โดยอุปสรรคส่วนมากมาจากต้นทุนค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ค่อนข้างสูง ทำให้ราคาผักผลไม้ไทยที่ขายตามท้องตลาดมีราคาแพงขึ้น และพบว่ามีผู้ส่งออกบางรายส่งออกผลไม้ที่ฉีดเร่งสารการเจริญเติบโตเพื่อรักษารูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสวยงาม ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ซึ่งทำให้เสียภาพลักษณ์ของผลไม้ไทย หากได้มีการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เชื่อว่าสินค้าพืชผักผลไม้ไทยจะได้รับความนิยมและครองตลาดในบาห์เรนไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 

แหล่งที่มา : กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


ส่องโอกาสผลไม้ไทยในตะวันออกกลาง

ตลาดตะวันออกกลาง ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้…
230951 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ…
83220 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ…
36666 | 21/01/2020
‘บาห์เรน’ ตลาดใหม่ส่งออกพืชผัก-ผลไม้ไทย