ตลาดความงามหลังโควิด-19 จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

SME in Focus
10/07/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1609 คน
ตลาดความงามหลังโควิด-19 จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
banner

ความเปลี่ยนแปลงด้านตลาดเครื่องสำอางทั่วโลก นับว่ามีประเด็นที่น่าติดตามกับคำถามที่ว่า ตลาดความงามหลังโควิด-19 จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งมีข้อมูลบ่งชี้ว่า ผลพวงจากการล็อกดาวน์ ผู้คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการแต่งหน้า ทาปาก เขียวขอบตา หรืออื่นๆ ที่หากไปทำงานหรือออกนอกบ้านจะถูกแต่งแต้มแบบจัดเต็ม ตลาดนี้กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน

ตัวอย่าง อาทิ ในช่วงวิกฤตสูงสุดของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลฝรั่งเศสมีมาตรการกักตัวประชาชน เป็นระยะเวลานานกว่า 2 เดือน สาวชาวปารีสที่ธรรมดาขึ้นชื่อว่ารักสวยรักงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ยังลดระดับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงและเสริมความงามลง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่รัฐบาลผ่อนผันมาตรการกักตัวและวิถีชีวิตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดเครื่องสำอางและประทินโฉมสำหรับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส ซึ่งนับรวมมูลค่าจากร้านค้าน้ำหอมและเครื่องประทินโฉม ห้างสรรพสินค้า ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรค COVID-19 อย่างหนัก

โดยในปี 2562 ตลาดดังกล่าวมียอดขายสูงถึง 2,974 ล้านยูโร (คิดเป็นยอดขายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 247.83 ล้านยูโร) จากการสำรวจของบริษัท NPD Group พบว่า เมื่อเดือนเมษายน 2563 ยอดขายกลับลดเหลือเพียง 22 ล้านยูโร เท่านั้น

โดยสินค้าแต่ละชนิดได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกัน สินค้าที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ได้แก่ครีมบำรุงผิวหน้า และผิวกาย ผลิตภัณฑ์บำรุงผม ลิปบาล์ม ซึ่งกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงการกักตัว รวมไปถึงสินค้าที่น่าแปลกใจที่สุดคือ ยาทาเล็บ อาจเป็นเพราะสาวๆ มีเวลาในการใส่ใจต่อรายละเอียดบนร่างกายมากขึ้น และต้องการเพิ่มสีสันเสริมความสวยงามให้แก่ตัวเอง เพื่อให้รู้สึกดีและสบายใจมากขึ้น หรือผลมาจากการสั่งปิดร้านเสริมสวยและร้านทำเล็บ จึงทำให้สาวๆ จำเป็นต้องหัดเสริมความงามด้วยตนเอง

โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบสูงสุด คือ ลิปสติก ยอดขายทางออนไลน์ลดลงมากถึงร้อยละ 58 ในเดือนเมษายน 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562

ขณะที่ปัจจุบันหลายคนกลับเข้าสู่วิถีการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันตามเดิมแล้ว แต่การต้องใส่หน้ากากอนามัยทำให้สาวๆ ฝรั่งเศสหันมาให้ความสำคัญกับส่วนของใบหน้าที่ไม่ถูกปิดบัง ได้แก่ ผิวหน้าส่วนบน และดวงตา ส่งผลให้ยอดขายเครื่องสำอางสำหรับแต่งดวงตาปรับตัว สูงขึ้นถึงร้อยละ 116 ในเดือนเมษายน 2563 โดยเฉพาะในกลุ่มมาสคาร่าที่มียอดขายเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 150

ดังนั้นหากการใส่หน้ากากอนามัยที่นับว่ากลายมาเป็นเรื่องธรรมดาแบบใหม่ในชีวิตประจำวัน ยังคงต้องถือปฏิบัติต่อไปในระยะกลางถึงระยะยาว คาดว่ายอดขายเครื่องสำอางสำหรับการแต่งดวงตา เช่น มาสคาร่า ดินสอเขียนตา น่าจะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

สำหรับลิปสติก ซึ่งเป็นส่วนที่ซ่อนภายใต้หน้ากากอาจจะทำให้เกิดการเปรอะเปื้อนหน้ากาก และอาจส่งผลกับการเปื้อนใบหน้าด้วย สาวๆ จึงมักใช้แค่ลิปบาล์มบำรุงริมฝีปากเท่านั้น

ด้านเครื่องสำอางแบบติดทนนาน กันน้ำ กันเหงื่อ หรือกันเลอะเลือนกลับมาได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก ในช่วงเวลาที่สาวๆ จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยในชีวิตประจำวัน

ส่วนเครื่องสำอางที่ใช้ในการแต่งหน้า แบบคอนทัวร์ริ่งยอดฮิต ซึ่งใช้โทนสีเข้มและสีอ่อนเพื่อเน้นแสงเงาบนทั่วใบหน้า จากที่มีกระแสนิยมอย่างกว้างขวาง เริ่มจากในโลกของ Social media มาจนถึงในโลกของชีวิตประจำวันเป็นเวลาติดต่อกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันกลับได้รับความสนใจน้อยลง

 

ส่องเทรนด์แต่งแต้มที่เปลี่ยนไปของสาวหมวย

จีน นับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่ผลิตภัณฑ์ด้านความงามเปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 โดยศูนย์วิจัยข้อมูล CBNData ของจีนร่วมกับเครื่องสำอาง L’OREAL CHINA สำรวจผู้บริโภคจำนวน 1,500 ราย พบว่า ในช่วงเกิดการระบาดของโควิด-19 ผู้บริโภคเกือบร้อยละ 50 ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากขึ้น ได้แก่

การอยู่ในบ้านเป็นเวลานานทำให้มีเวลาใส่ใจผิวพรรณของตนเองมากขึ้น ความต้องการให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้น แต่การแต่งหน้าน้อย ส่งผลให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดน้อยลง ในขณะที่ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวหน้ามีกำไรเพิ่มขึ้น อาทิ แผ่นมาส์กหน้า โลชั่นบำรุงผิวหน้า เซรั่ม เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับดูแลผิวหน้า

โดยหลังจากการระบาดของโควิด-19 ยังสำรวจพบว่า ผู้บริโภคร้อยละ 58 ดูแลผิวด้วยการเพิ่มความต้านทานของผิวจากสภาพแวดล้อมภายนอก รองลงมาอีกร้อยละ 55 ดูแลผิวโดยเน้นคุณค่าและประโยชน์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และร้อยละ 53 ดูแลผิวโดยเน้นการปรับปรุงผิวพรรณอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจุบันเหตุผลที่ผู้บริโภคใช้ในการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากที่สุด ได้แก่ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่เน้นประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และราคาเป็นสำคัญ โดยผู้บริโภคหันมาใช้เทคนิคการแต่งหน้าที่เป็นธรรมชาติแบบบางเบามากขึ้น แม้จะคลายล็อกดาวน์ไปแล้วก็ตาม

การใช้เครื่องสำอางของสาวออสซี่

ปกติสาวๆ ออสเตรเลียมีการแต่งหน้าที่เข้มและจัด ขณะที่หลังโควิด-19 เกิดพฤติกรรมลดการแต่งหน้าที่เข้มจัดและหันมานิยมแต่งหน้าให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากใช้เวลาอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าและเริ่มทดลองดูแลบำบัดผิวหน้าด้วยตนเอง ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อความงามแบบ DIY เพิ่มมากขึ้น

มีผลให้ร้านค้าเภสัชกรรม Priceline มียอดขายผลิตภัณฑ์การตกแต่งเล็บ ทำเล็บ และยาลาเล็บ เพิ่มขึ้นร้อยละ 237 สินค้าประเภทการทำสีผมแบบปราศจากสารเคมีชนิดรุนแรง เพิ่มขึ้นร้อยละ 124 และยอดขายสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดขน เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน

นอกจากนี้ร้านค้าเครื่องสำอางออนไลน์ Adore Beauty มียอดขายเครื่องอุปกรณ์สำหรับคลินิกเสริมความงามเพิ่มขึ้นร้อยละ 113 และยอดขายผลิตภัณฑ์ Face mask เพิ่มขึ้นร้อยละ 63 ผลิตภัณฑ์Oil เพิ่มขึ้นร้อยละ 41  

แม้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลออสเตรเลียได้ผ่อนปรนมาตรการที่เข้มงวด และอนุญาตให้ประชาชนออกมาทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านได้มากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขการรักษาระยะห่างทางสังคม แต่พฤติกรรมและรูปแบบการแต่งหน้าของสุภาพสตรี ยังคงเน้นสภาพของผิวหน้าที่สดใสและมีความเป็นธรรมชาติ โดยยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบา แต่มีคุณสมบัติในการปกปิดสูง และช่วยบำรุงผิวไปพร้อมกันได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติได้โดยปราศจากการแต่งหน้าเข้ม เพื่อปกปิดข้อบกพร่องบนใบหน้าและสร้างความมั่นใจให้มากขึ้น

 

ความงามที่เปลี่ยนไปของสาวๆ อเมริกัน

สำหรับประเทศไทยนั้น แม้ว่าสหรัฐฯ จะสัดส่วนการนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางจากไทยไม่มากนัก มีมูลค่า 3.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.36 ของมูลค่านำเข้าสินค้าเครื่องสำอางทั้งหมดของสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ปีที่ผ่านมาการนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางจากไทยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 74.11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ 2561

ขณะที่มูลค่าตลาดจำหน่ายปลีกสินค้าเครื่องสำอางในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 โดยล่าสุดในปี 2562 สินค้าเครื่องสำอางในตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.70 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ ปัจจัยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ระบาดรุนแรงในสหรัฐฯ จะส่งผลทำให้มูลค่าตลาดสินค้า เครื่องสำอางสหรัฐฯ ในปี 2563 ปรับตัวลดลงเหลือมูลค่า 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลงร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน ที่หันไปนิยมเลือกซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและสินค้าจากธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนสำคัญผลักดันให้ตลาดสินค้าเครื่องสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติ (Natural Cosmetics) ใน สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 ตลาดสินค้าเครื่องสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติในสหรัฐฯ มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.96 เทียบกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังคาดว่า แนวโน้มการขยายตัวของตลาดสินค้าเครื่องสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติในสหรัฐฯ จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate หรือ CAGR) ร้อยละ 9.1 ในระหว่างปี 2563 – 2566 เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 อีกด้วย

บทสรุปนี้ อาจไม่ครอบคลุมในทุกกลุ่มของสาวๆ ทั่วโลก แต่มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ประเด็นหนึ่ง คือ เทรนด์ความงามตามธรรมชาติ และเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติได้รับความนิยมชัดเจนมากยิ่งขึ้น เห็นถึงแนวโน้มการบริโภคเครื่องสำอางและประทินโฉมในอนาคต ซึ่งเป็นไปในลักษณะเช่นเดียวกันกับสินค้าอุปโภคบริโภคชนิดอื่นๆ คือผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ ปลอดภัย ซึ่งผู้ผลิตสามารถนำเทรนด์เหล่านี้ไปต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดที่อนาคตไกลนี้ได้


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


กลยุทธ์ Zenn เมกอัพไทยจับนักช้อปจีนโกย 600 ล้าน/ปี

สาวญี่ปุ่นฮิต ‘สวย’ ด้วยธรรมชาติและออร์แกนิค


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
147891 | 09/06/2020
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
33786 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน…
20725 | 14/06/2019
ตลาดความงามหลังโควิด-19 จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร?