รู้หรือไม่… SME คือ 95% ของกิจการทั่วโลก สร้างงานกว่าครึ่งของภาคเอกชน และขับเคลื่อน GDP ถึง 60% ในหลายประเทศ แต่เมื่อพูดถึง “เงินทุน”…พวกเขากลับถูกมองข้ามอย่างน่าใจหาย Missing Middle = “สุญญากาศ” ระหว่างรายย่อยกับรายใหญ่
SME ที่ติดอยู่ตรงกลาง ใหญ่เกินจะเข้าถึงสินเชื่อรายวัน แต่เล็กเกินกว่าธนาคารจะยอมเสี่ยง เป็นคอขวดเศรษฐกิจที่มองไม่เห็น ระบบการเงินแบบเดิมถูกมองว่า “กู้ยาก-เสี่ยงสูง-ไม่มีงบการเงิน-ไม่มีหลักประกัน” ผลคือ Credit Gap ของ SME ทั่วโลกสูงถึง $2.6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
กรณีประเทศไทย: ปัญหาคือระบบ ไม่ใช่แค่เงิน
รายงานของธนาคารโลกระบุว่า มีเพียง 2.8% ของ SME ไทยเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ แม้รัฐจะมีโครงการปล่อยกู้มากมาย แต่ระบบภาษี โครงสร้างกฎหมาย และข้อมูลเครดิตที่ไม่พร้อม คืออุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ SME “มีของ แต่ไม่มีทุน” โลกกำลังทำอะไร?
World Bank’s SME Finance Action Plan เสนอเครื่องมือใหม่ที่ “ไม่ใช่แค่การอัดฉีดเงิน” แต่คือการสร้างโครงสร้างที่ยั่งยืนในระยะยาว 3 เครื่องมือที่ใช้ได้จริง ได้แก่:: • Credit Guarantee Scheme: รัฐค้ำประกันบางส่วน แบ่งเบาความเสี่ยงให้ธนาคาร • SME Credit Lines: ธนาคารโลกปล่อยเงินให้ธนาคารพาณิชย์ เพื่อนำไปปล่อยต่อแบบมีเงื่อนไข • Fintech & Crowdfunding: ช่องทางใหม่ที่ใช้ข้อมูลนอกงบการเงิน เช่น e-Commerce, e-Tax, e-Wallet มาวิเคราะห์ความเสี่ยง แต่ทั้งหมดนี้จะไร้ผล ถ้าไม่มีระบบที่เชื่อถือได้
ข้อมูลต้องเข้าถึงได้จริง มีกฎหมายกำกับที่โปร่งใส ต้องมีระบบติดตามและประเมินผล SME ต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ถูกดึงไปสู่หนี้เสียโดยไม่รู้ตัว
บทเรียนสำคัญสำหรับไทย
เราอาจกำลังใช้ “งบประมาณภาครัฐ” ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วย SME ให้พยุงตัวอยู่รอด แต่นั่นอาจไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่ “Soft Budget Syndrome” ที่ทำให้ธุรกิจรายย่อยเคยชินกับเงินอุดหนุน มากกว่าการยืนได้ด้วยศักยภาพของตัวเอง
ถึงเวลาแล้วที่เราจะกล้าถามว่า… "นโยบายช่วย SME ที่เราทำอยู่ ทำให้พวกเขาโตจริงหรือแค่รอดเฉย ๆ?"
เพราะถ้า SME คือรากแก้วของเศรษฐกิจไทย สิ่งที่รัฐควรทำ...ไม่ใช่แค่โรยปุ๋ยหน้าดิน แต่ต้อง “สร้างดินดี รดน้ำให้ถึงราก” เพื่อให้เขาแข็งแรงพอจะยืนได้ด้วยตัวเอง
.
ผู้เขียน:
ธนโชติ นนทกะตระกูล Economist