Brexit อาจส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกไทย

SME Go Inter
21/02/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 689 คน
Brexit อาจส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกไทย
banner

ภายหลังจาก 3 ปีครึ่งแห่งความวุ่นวายที่ยืดเยื้อภายหลังการลงประชามติในปี 2559 ท้ายที่สุดเหตุการณ์ Brexit ก็เกิดขึ้น โดยสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ได้สิ้นสุดสถานะการณ์เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาหลังจากที่เป็นสมาชิกมายาวนานถึง 47 ปี

 

คำถามคือ อังกฤษก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไร?

การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จากการแยกตัวจะยังไม่เกิดขึ้นทันที เพราะอังกฤษมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition period)  11 เดือน (นับจาก 31 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563) เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ของทั้งสองฝ่ายสามารถปรับตัว โดยระหว่างนี้อังกฤษและอียูจะต้องกำหนดรูปแบบการดำเนินความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างกัน และอังกฤษจะยังคงอยู่ในระบบตลาดเดียว (single market) และสหภาพศุลกากร (customs union) ของอียู

กล่าวคือ สินค้า การบริการ เงินทุนและประชาชนยังสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีระหว่างอียูกับอังกฤษ  นอกจากนั้นอังกฤษจะยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายอียูและพันธกรณีต่างๆ ที่อียูมีภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ รวมถึงความตกลงภายใต้กรอบ WTO และ FTA กับประเทศที่สามด้วย

อย่างไรก็ดี อังกฤษจะไม่มีผู้แทนในสถาบันของอียู และไม่สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจของอียู รวมถึงยังต้องจ่ายค่าออกจากการเป็นสมาชิกอียูประมาณ 34 หมื่นล้านปอนด์

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ทิศทางในอนาคตของทั้งสองฝ่าย

ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้กำหนดกรอบเป้าหมายการเจรจาคร่าวๆ ในเรื่องนี้ไว้แล้ว โดยนอกจากเรื่องการค้า ซึ่งมีประเด็นสำคัญหลายประเด็นที่ต้องตกลงกัน เช่น การเปิดตลาดสินค้าและบริการ การคุ้มครองข้อมูล การขนส่งและการบิน รวมถึงเงื่อนไขเรื่องประมงแล้วนั้น อียูและอังกฤษยังต้องเจรจาตกลงกันในเรื่องความสัมพันธ์ในด้านอื่นๆ ในอนาคตด้วย เช่น ความร่วมมือด้านความมั่นคง และกลไกความร่วมมืออื่นๆ

โดยหลังจากนั้นอาจมีการเจรจาจัดทำความตกลงเสริม สำหรับประเด็นที่ไม่สามารถเจรจาได้ทันในช่วง 11 เดือน ก่อนที่การเจรจาครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม นี้ นาย Michel Barnier หัวหน้าคณะเจรจาอียู ได้ยื่นข้อเรียกร้องการเปิดตลาดการค้ากับอังกฤษ โดยให้คิดภาษีเป็น 0% และไม่มีการกำหนดโควตา และอียูยังเรียกร้องให้อังกฤษเปิดเสรีภาคบริการหลากหลายสาขา เช่น บริการธุรกิจ สื่อสารโทรคมนาคม การบริการด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการค้าดิจิตอล ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย

นอกจากนั้น เพื่อป้องกันมิให้อังกฤษแสวงประโยชน์จากการลดมาตรฐานต่างๆ ลง เพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า อียูยังได้วางเงื่อนไขการเจรจาที่จะต้องรักษา “การแข่งขันที่เป็นธรรม” (level-playing field) โดยประเด็นที่อียูให้ความสำคัญคือ เรื่องการห้ามมิให้มีการทุ่มตลาด และเรื่องกฎระเบียบและมาตรฐานของด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม ภาษี การอุดหนุนจากรัฐ รวมถึงการยอมให้อียูเข้าไปทำประมงในน่านน้ำอังกฤษต่อไป

ด้าน นาย Boris Johnson นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกมาประกาศเช่นกันว่าอังกฤษต้องการเลือกที่จะออกจากทั้งระบบตลาดเดียว และสหภาพศุลกากรของอียู เพื่อให้อังกฤษมีอิสระในการกำหนดนโยบายการค้าของตนเอง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยมีการอ้างถึงรูปแบบความตกลง FTA อียู-แคนาดา และอียู-ออสเตรเลีย (ความตกลง FTA อียู-ออสเตรเลีย ยังอยู่ระหว่างการเจรจา) และยังไม่ต้องการยอมรับอำนาจของศาลยุติธรรมอียูอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในการเจรจาระหว่างสองฝ่ายต่อไป

อย่างไรก็ดี เนื่องจากมีเวลาในการเจรจารูปแบบความสัมพันธ์ดังกล่าวเพียง 11 เดือน ซึ่งหมายถึงโอกาสการเกิด No-deal Brexit ยังมีอยู่ แต่นาย Boris Johnson กล่าวว่าจะไม่ขอเจรจากับอียูเพื่อขยายช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านออกไป ดังนั้นจะต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการขอขยายเวลาเปลี่ยนผ่านหรือไม่ ซึ่งจะต้องกระทำภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ อังกฤษยังสามารถเริ่มเจรจาความตกลงการค้าใหม่ๆ กับประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ และออสเตรเลียได้ ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จลุล่วงทันเวลา ข้อตกลงการค้าเหล่านี้ก็จะมีผลบังคับใช้เมื่อช่วงการเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดลง

 

โอกาสและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

รายงานจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ประเมินในชั้นนี้ว่า ผลกระทบโดยตรงของ Brexit ต่อเศรษฐกิจไทยนั้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากสถานการณ์การค้าระหว่างอังกฤษ และประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยยังคงเป็นไปตามกฎระเบียบเดิม โดยไม่มีการปรับอัตราภาษีใดๆ แต่อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากตลาดการเงินโลกโดยเฉพาะค่าเงินปอนด์และยูโรที่อาจมีการอ่อนค่าลง

ปัจจุบันการส่งออกของไทยไปอังกฤษคิดเป็น 1.5% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย (อังกฤษเป็นคู่ค้าอันดับที่ 20 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวมเฉลี่ยต่อปีประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า) สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปอังกฤษ เช่น รถยนต์และอุปกรณ์ ไก่แปรรูป อัญมณี แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น โดยมีจำนวนบริษัทไทยที่ไปตั้งโรงงานในอังกฤษเพื่อส่งออกไปอียูไม่มาก


จับตา FTA ไทย-อังกฤษ

แต่ที่น่าสนใจคือ ภายหลังจากนี้ไทยจะมีโอกาสทำ FTA เพื่อเปิดตลาดสินค้ากับอังกฤษได้โดยตรง เพราะอังกฤษก็น่าจะประสงค์หาพันธมิตรทางการค้าใหม่เช่นกัน และอาจจะง่ายกว่าการเจรจา FTA กับอียู 27 ประเทศ โดยหากอังกฤษไม่อยู่ในระบบตลาดเดียวและสหภาพศุลกากรของอียูแล้ว

ดังนั้นอังกฤษก็อาจไม่ต้องทำตามกฎระเบียบการนำเข้า/ส่งออกของอียู เช่น โควตา และกฎระเบียบด้านสุขอนามัยพืชและสัตว์ ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ไทยส่งออกสินค้าไปอังกฤษได้เพิ่มขึ้น เช่น ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ผักผลไม้ และอาหารสด/อาหารแห้ง (จากแต่เดิมที่ถูกจำกัดด้วยโควตาการนำเข้าของอียู และอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี)

ที่ผ่านมาไทยได้รับโควตาส่งออกไปอียูในอัตราภาษีต่ำรวม 31 รายการ ภายหลัง Brexit อียูจะปรับลดโควตาลง เพราะอังกฤษก็จะมีโควตาของตนเองด้วย ในการนี้ไทยจะต้องเจรจาโควตากับอียูและอังกฤษใหม่สำหรับสินค้า เช่น มันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลัง ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวหัก ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ปลากระป๋อง ปีกไก่ เป็นต้น โดยเป้าหมายคือให้โควตารวม (ของอียูกับอังกฤษ) ไม่ลดลงจากที่อียูเคยจัดสรรก่อน Brexit

ทั้งนี้ไทยมีความจำเป็นต้องติดตามการเจรจาระหว่างอังกฤษกับอียูอย่างใกล้ชิด เพราะถึงแม้ว่าอังกฤษและอียูจะสามารถบรรลุการเจรจาความสัมพันธ์ฉบับใหม่ภายในสิ้นปี 2563 แต่การที่อังกฤษออกจากระบบตลาดเดียวและสหภาพศุลกากรของอียู อาจทำให้เกิดอุปสรรคต่อการค้าขายต่อกันขึ้นในอนาคต หากมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรระหว่างกันต่อสินค้าบางชนิด และวางมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีขึ้น เช่น การใช้โควตาและการตรวจสอบแหล่งกำเนิดของสินค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบในแง่ลบในทางอ้อมต่อการส่งออกของไทยไปอียูและอังกฤษในอนาคต

 

แหล่งอ้างอิง : Thaieurope.net



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


30 สินค้าแนวโน้มส่งออกขยายตัวปี 63

อังกฤษมีแผนเจรจา FTA กับเวียดนามหลัง Brexit






Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230282 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
81322 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
34903 | 21/01/2020
banner