‘ทำ Carbon Footprint ในโลกยุคเดือด’ ขั้นตอนสำคัญที่ SME ต้องเร่งเตรียมความพร้อม รับมือพ.ร.บ. ลดโลกร้อน ขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality

ESG
09/10/2024
รับชมแล้วทั้งหมด 107 คน
‘ทำ Carbon Footprint ในโลกยุคเดือด’ ขั้นตอนสำคัญที่ SME ต้องเร่งเตรียมความพร้อม รับมือพ.ร.บ. ลดโลกร้อน ขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality
banner
สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับบริษัท วีกรีน เคยู จำกัด จัดอบรมในหัวข้อเรื่อง “มารู้จัก Carbon Footprint ในโลกยุคเดือด” ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ได้เตรียมความพร้อมรับมือกับเรื่อง Carbon Footprint, Carbon Neutrality และ Net Zero รวมไปถึงข้อกำหนดตามกฎหมายของ  ‘พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ ได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับขนาด และประเภทธุรกิจของตนเอง


‘โลกยุคเดือด’ นำไปสู่การกดดันจากคู่ค้าทั้งในไทย และต่างประเทศ

ปัญหาภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมโลกในระยะยาว ภาครัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงองค์กรระดับโลกจึงเรียกร้อง และขอความร่วมมือให้ประเทศทั้งหลายช่วยกันลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) โดยมีการประกาศเป้าหมายการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจึงหันมาใช้มาตรการทางการค้าหลากหลายรูปแบบ เพื่อบีบให้ประเทศคู่ค้าหามาตรการ และดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้วยเหตุนี้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Carbon Footprint มีความจําเป็นอย่างมากต่อผู้ประกอบการไทย ซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไม่น้อย และไม่อาจหลีกเลี่ยงภาวะกดดันจากคู่ค้าในต่างประเทศ  

ทั้งนี้ ไทยได้ประกาศเป้าหมายเข้าสู่ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 และคาดว่าจะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในปีนี้ ซึ่งการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ. จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทยจํานวน 14 อุตสาหกรรม มูลค่ารวมกว่า 6.5 ล้านล้านบาท หรือ 37% ของ GDP และต้องจัดทํารายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการดำเนินธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้ 


การบังคับใช้ พ.ร.บ. คาดว่าจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 

ระยะที่ 1 อุตสาหกรรมที่ปล่อย GHG สูง และอุตสาหกรรมที่อยู่ใน EU-CBAM ภายในปี ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) อาทิ ภาคขนส่ง สารารณูปโภค โลหะ และ อโลหะ มีมูลค่าอุตสาหกรรมรวม 1.71 ล้านล้านบาท หรือ 10% ของ GDP

ระยะที่ 2 อุตสาหกรรมที่คาดว่าจะอยู่ใน EU-CBAM อาทิ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ยาง และพลาสติก การขุดเจาะปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ เหมืองถ่านหิน และกระดาษ-เยื่อกระดาษ คิดเป็นมูลค่า 1.77 ล้านล้านบาท หรือ 10% ของ GDP 

ระยะที่ 3 อุตสาหกรรมในประเทศอื่น ๆ ที่มีการปล่อย GHG ในอัตราเข้มข้นสูง อาทิ เกษตรและปศุสัตว์ อาหารและเครื่องดื่ม คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่า 3.02 ล้านล้านบาท หรือ 17% ของ GDP
 


ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จึงควรเตรียมความพร้อมในการจัดทําโครงการ Carbon Footprint รวมถึงรายงานประจําปีเรื่องปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (CFO : Carbon Footprint of Organization) ที่ผ่านการทวนสอบ หรือการรับรอง (Verification) เพื่อปรับตัวเข้าสู่การลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งในกระบวนการผลิตโดยตรง และตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในระยะยาว ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เครื่องจักร รวมทั้งการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกด้วย


 
วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและวิจัย Carbon Footprint แถวหน้าของไทย

การอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ. ดร. รัตนาวรรณ มั่งคั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีกรีน เคยู จํากัด, ผู้อำนวยการ วีกรีน คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ SME ภายในงาน

รศ. ดร. รัตนาวรรณ มั่งคั่ง นับเป็นอีกหนึ่งบุคลากรคุณภาพของไทยที่มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการศึกษาและวิจัยด้าน Carbon Footprint มาอย่างยาวนาน โดยมีผลงานที่โดดเด่น ได้แก่

- ผู้ริเริ่มด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2008 
- เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชนมากกว่า 15 ปี
- ผู้ทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับบริษัทเอกชนมากกว่า 5 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ของ องค์กรการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
- รางวัลนักวิจัยแกนนำเรื่อง CLIMATE CHANGE, LIFE CYCLE ASSESSMENT
- รางวัลนักวิจัยดีเด่น รางวัลการตีพิมพ์ผลงานวิชาการระดับนานาชาติเรื่อง CARBON FOOTPRINT
- รางวัลโครงการวิจัยสร้างผลกระทบสูง เรื่อง CARBON NEUTRALITY, CIRCULAR ECONOMY IN ACTION
- คณะทํางานเทคนิคระดับชาติ สาขา CIRCULAR ECONOMY
- คณะกรรมการพิจารณารางวัล PM's Award สาขา Best Green and Sustainable Exporter
- ประธานคณะกรรมการเทคนิคมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ECO FACTORY
- คณะกรรมการเทคนิคฉลากสิ่งแวดล้อม ECO PLUS

สิ่งที่ SME ต้องทำ...

รศ. ดร. รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ให้คำแนะนำว่า สิ่งที่ SME ต้องทำ คือ การเริ่มต้นประเมินความเป็นไปได้ ทั้งทางเทคนิค และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ จากนั้นจึงเริ่มสร้างแผนพัฒนาโครงการ Carbon Footprint ซึ่งต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. / TGO) หลังจากนั้น ต้องทำการประเมินโครงการ เพื่อให้ทราบตัวเลขที่ชัดเจนว่า โครงการดังกล่าวสามารถกักเก็บ หรือลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้เท่าไหร่ เสร็จแล้วจึงจะสามารถทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีขององค์กร (ที่ผ่านการรับรอง) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของพ.ร.บ. ใหม่ที่กำลังจะออกมาในเร็ว ๆ นี้
 


7 ขั้นตอนการประเมินโครงการ Carbon Footprint ขององค์กร

1. พัฒนานโยบาย กลยุทธ์ และแผนงานการจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
เป็นการกำหนดทิศทางการบริหารก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ภายใต้กรอบการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ESG/SD รวมถึงบูรณาการ-ดำเนินงานด้านอนุรักษ์พลังงาน เศรษฐกิจหมุนเวียน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

2. กำหนดขอบเขตองค์กร
เป็นการกำหนดขอบเขตการรวบรวมแหล่งปล่อย และดูดซับก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบควบคุม (Control Approach) และแบบการแบ่งตามกรรมสิทธิ์ (Equity Share) 

3. ระบุกิจกรรมที่เป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จำแนกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Direct GHG), การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect GHG) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Other Indirect GHG)

4. รวบรวมข้อมูลกิจกรรม และค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EF : Emission Factor)
เป็นการจัดทำบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกขององค์กร โดยแยกรายการกิจกรรมที่เป็นแหล่งปล่อย ดูดกลับ และกักเก็บก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการจัดทำระบบการจัดการคุณภาพข้อมูล ฯลฯ 

5. คำนวนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปี (tCO2e/yr)
คำนวนจากข้อมูลกิจกรรม คูณด้วยค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะเท่ากับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยแสดงผลแยกตามรายการกิจกรรมได้อย่างชัดเจน

6.  แสดงค่า Carbon Footprint ขององค์กรในรายงานต่อสาธารณะ
การรายงานผผลปริมาณก๊าซเรือนกระจกขององค์กรสามารถแสดงได้ทั้งแบบข้อมูลรายปี หรือข้อมูลเชิงเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

7. ระบุจุดปรับปรุง ตั้งเป้า และแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ระบุกิจกรรมที่เป็นสาเหตุทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง นำไปสู่การตั้งเป้าลด จำแนก มาตรการลด ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน และรายงานต่อผู้บริหาร เพื่อทบทวน และบริหารจัดการสู่การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง 

 

การขอรับรองรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีขององค์กร


เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคู่ค้า องค์กรต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภค บริษัทจำเป็นต้องยื่นขอการรับรองรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีขององค์กร ซึ่งจะสามารถนำไปแสดงผลต่อสาธารณะได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรายงานสิ่งแวดล้อม รายงานความยั่งยืนขององค์กร รายงานการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การเข้าร่วมโครงการเปิดเผยข้อมูลด้านคาร์บอน CDP หรือการแสดงผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก DJSI 

การรับรองค่า Carbon Footprint ขององค์กรจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่

1. การรับรองแบบสมเหตุสมผล (Reasonable Level of Assurance) ซึ่งเป็นการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด
2. การรับรองแบบจำกัด (Limited Level of Assurance) ซึ่งเป็นการตรวจสอบข้อมูลบางส่วน

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการทำโครงการ Carbon Footprint ขององค์กร และขอรับรองรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีขององค์กร ได้ที่บริษัท วีกรีน เคยู จํากัด ภายใต้การบริหารงานของ รศ. ดร. รัตนาวรรณ มั่งคั่ง กรรมการผู้จัดการบริษัท โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://vgreenku.com/ 

ในขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงเทพยังร่วมเป็นอีก 1 แรงผลักดันให้ SME สามารถปรับตัวไปสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อแก่กิจกรรมสีเขียว (Green Loan) รวมถึง ‘สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม’ (Bualuang Green Financing for Transition to Environmental Sustainability) เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเงินทุนสำหรับการปรับตัวสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ใน 3 ด้าน ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และการลดการสร้างมลพิษ พร้อมเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ที่สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 8 ปี ซึ่งทางธนาคารก็ได้จัดเตรียมวงเงินสินเชื่อเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าสูงถึง 10,000 ล้านบาท


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

Supply Chain ปรับตัวอย่างไร? กับนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) สู่ Net Zero (Part 2)

Supply Chain ปรับตัวอย่างไร? กับนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) สู่ Net Zero (Part 2)

บทความก่อนหน้านี้ เราได้กล่าวถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำทั่วโลกและในประเทศ มีการกำหนดนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว หรือ Green Procurement…
pin
52 | 27/12/2024
ส่อง! บริษัทใหญ่ ใช้ 4 แนวทาง สร้าง Green Supply Chain ชวนคู่ค้า สร้างความยั่งยืนไปด้วยกัน (Part 1)

ส่อง! บริษัทใหญ่ ใช้ 4 แนวทาง สร้าง Green Supply Chain ชวนคู่ค้า สร้างความยั่งยืนไปด้วยกัน (Part 1)

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ธุรกิจจะยั่งยืนไม่ได้ หากขาดการจัดหาวัตถุดิบ สินค้า บริการ และกระบวนการผลิตที่ดี ดังนั้นการผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับแนวโน้ม…
pin
58 | 21/12/2024
โลกร้อนรุนแรงขึ้น อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย จะเปลี่ยนผ่าน (Transition) สู่ความยั่งยืนได้อย่างไร

โลกร้อนรุนแรงขึ้น อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย จะเปลี่ยนผ่าน (Transition) สู่ความยั่งยืนได้อย่างไร

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่กำลังจะได้รับผลกระทบจากภาษีคาร์บอนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับต้น ๆ นั่นคือ อุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั่วโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง…
pin
65 | 11/12/2024
‘ทำ Carbon Footprint ในโลกยุคเดือด’ ขั้นตอนสำคัญที่ SME ต้องเร่งเตรียมความพร้อม รับมือพ.ร.บ. ลดโลกร้อน ขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality