CLMV เนื้อหอมลงทุนนานาชาติ

SME in Focus
06/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1346 คน
CLMV เนื้อหอมลงทุนนานาชาติ
banner

ปัจจุบันกลุ่มประเทศอาเซียนถือว่าเนื้อหอมสุดทางด้านเศรษฐกิจและน่าเข้าไปลงทุนทำธุรกิจด้วยเพราะไม่ว่าจะเป็นอัตราการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจเติบโตไม่หยุดแล้วยังเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไทยและอีกหลายประเทศ ที่สำคัญกลุ่มประเทศอาเซียนน่าลงทุนเป็นอย่างยิ่งเพราะค่าแรงงานและต้นทุนการผลิตถูก แต่ละประเทศต่างผุดเขตอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษมากมายเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนด้วย เพราะได้รับสิทธิทางภาษีการส่งออกจากต่างประเทศ(GSP)

หลังกลุ่มประเทศอาเซียนเปิดเสรีการค้าและลงทุนอย่างเป็นทางการ ถนนนักลงทุนทุกสายต่างแห่เข้าไปลงในกลุ่มอุตสาหกรรมโดยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลมาจาก Investment Report ของ UNCTAD รายงานระบุว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเพิ่มจาก 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 137 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าในปี 2573 เพิ่มเป็น 328 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


เมื่อพูดถึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาในอาเซียนในปี 2561 ที่ผ่านมาพบว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเพิ่มจาก 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 137 พันล้านดอลลาร์ (ข้อมูลมาจาก "Investment Report" ของ UNCTAD) และคาดว่าในปี 2573 เพิ่มเป็น 328 พันล้านดอลลาร์ (ที่มาธนาคาร UOB) หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 14 พันล้านดอลลาร์

ที่น่าสนใจคือการลงทุนของ CLMV สัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากสัดส่วน 10% ในปี 2553 เป็น 17% ของการลงทุนต่างประเทศในอาเซียนในปี 2560 (FDI เพิ่มจาก 11 พันล้านดอลลาร์ เป็น 23 พันล้านดอลลาร์สหัสฯเช่นเดียวกับกลุ่มประเทศ(CLMV) ที่ประกอบไปด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย

โดยคาดว่าในปี 2573 เพิ่มเป็น 3.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการลงทุนของ CLMV สัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากสัดส่วน 10% ในปี 2553 เป็น 17% ของการลงทุนต่างประเทศในอาเซียนในปี

เวียดนามแชมป์ลงทุนนานาชาติ

ในบรรดาประเทศ CLMV นั้น เวียดนาม เป็นประเทศที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนมากสุด คิดเป็นสัดส่วน 60%  ตามด้วยเมียนมา คิดเป็นสัดส่วน 18%  กัมพูชา คิดเป็นสัดส่วน 12%  และสปป.ลาว ตามลำดับ หนึ่งเหตุผลที่เวียดนามเนื้อหอมสุดเพราะรัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างประเทศโดยสร้างเขตอุตสาหกรรม ทั้งหมด 295 แห่งและในปี 2563 มีเป้าหมายเพิ่มอีก 500 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ อย่างไรตามนกลุ่ม CLMV นักลงทุนจีนยังเป็นอันดับหนึ่งในกัมพูชาและ สปป.ลาว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กัมพูชา มีนักลงทุนจากจีนเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้าอีกหลายประเทศ ตามด้วยกลุ่มนักลงทุนในอาเซียน  ฮ่องกง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่เข้าลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและไม่ใช่เสื้อผ้า  โดยโรงงานตั้งทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญ (PPSEZ) ที่ห่างจากกรุงพนมเปญ 18 กม. ปัจจุบันกัมพูชามี PPSEZ มีจำนวน 25 เขตอุตสาหกรรม และเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ( FDI) ส่วนใหญ่เข้าไปลงทุนสูงในกรุงพนมเปญ และจ.กันดาล ขณะที่เมียนมาก่อนหน้านี้นักลงทุนหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง และไทย แต่ในปี 2560 เกาหลีใต้กลายเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นนักลงทุนจากจีน

ค่าแรงขั้นต่ำดูดต่างชาติย้ายฐานผลิต

นายพรเทพ อินทะชัย ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัจจัยค่าแรงขั้นต่ำเป็นอันดับต้นๆที่ดึงดูดบริษัทข้ามชาติย้ายฐานการผลิตเข้าไปลงทุนกลุ่มประเทศ CLMV เนื่องจากต้องการลดต้นทุนการผลิตของบริษัทนั้นๆ โดยเมียนมาเป็นประเทศที่มีค่าแรงถูกที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน คือ วันละ 90 บาท  ตามมาด้วย สปป.ลาว มีอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 125 บาทต่อวัน และกัมพูชา อยู่ที่วันละ 162 บาท

ขณะที่เวียดนาม มีอัตราค่าแรงใกล้เคียงกับกัมพูชา คือ 156-173 บาท ฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ค่าแรงแพงที่สุดในอาเซียน อยู่ที่ 197-341 บาท แม้ค่าแรงจะเเพง แต่แรงงานกลับไหลออกเพราะค่าครองชีพสูง จนฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ส่งออกแรงงานในอันดับต้น ๆ ของโลก

ส่วนอินโดนีเซีย ค่าแรงแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ตั้งแต่ 99-271 บาท เหมือนกับมาเลเซียที่ค่าแรงลดหลั่นกันไปตั้งแต่ 241-260 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับไทยที่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300-310 บาท  แต่มี 2 ประเทศอาเซียน คือ บรูไน และสิงคโปร์ ไม่มีการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ แต่ สิงคโปร์กำหนดรายได้ขั้นต่ำสำหรับงานทำความสะอาด ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 34,600 บาท และงานรักษาความปลอดภัย ต้องไม่น้อยกว่าเดือนละ 38,000 บาท


อย่างไรก็ตามนายพรเทพ สะท้อนให้เห็นว่า อัตราค่าแรงขั้นต่ำ ที่มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างค่าแรงของประเทศนั้นๆ ดังนั้นเมื่อมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ย่อมจะมีผลกระทบถึงแรงงานระดับอื่นด้วย เพราะจะต้องได้รับค่าแรงที่มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ค่าแรงถือว่าเป็นปัจจัยต้นๆ ในการย้ายสถานที่ทำงาน บางคนเลือกที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศเพื่อให้มีรายได้มากขึ้นโดยเฉพาะไทยและมาเลเซียมีแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านลักลอบเข้ามาค้าแรงงานเถื่อนเป็นจำนวนมาก

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30792 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18356 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
11067 | 08/07/2019
banner
banner