"มะพร้าวน้ำหอม"
เป็นพืชที่อยู่คู่ชีวิตคนไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ
อาชีพมั่นคง ลงทุนคุ้มค่า ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ระยะยาว 10-20 ปี สามารถทำรายได้สูงมากกว่า
5 หมื่นบาทต่อไรต่อปี โดยภาคกลางเป็นแหล่งผลิตรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
แต่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับทั่วโลกที่ จ.ราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และ ฉะเชิงเทรา
ขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติความหวานหอมอร่อย ดื่มแล้วชื่นใจ เป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยและต่างชาติ
โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนจะขายดีเป็นพิเศษเพราะผู้บริโภคนิยมดื่มคลายร้อน
ไม่เพียงแต่ตลาด
“มะพร้าวน้ำหอม”ในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องเท่านั้นตลาดต่างประเทศเติบโตไม่หยุดเช่นกัน
โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้รวบรวมตัวเลขทางการตลาดปี 2561มีมูลค่าสูงถึงปีละ 2,556 ล้านบาท โดยไทยส่งออกเป็นเบอร์ 1
ของโลกหรือมีส่วนแบ่งตลาด 80% และปี 2562 ตลาดทั่วโลกยังคงต้องการมะพร้าวน้ำหอมจากประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องโดยคาดว่าจะเป็นเลขส่งออกเป็นเท่าตัว
โดยตลาดส่งออกสำคัญ สหรัฐอเมริกา ยุโรป รัสเซีย ออสเตรเลีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง จีน และฮ่องกง จึงเป็นโอกาสทองที่เกษตรกรชาวไทยจะลงทุนทำสวนปลูกมะพร้าวน้ำหอมส่งออกป้อนตลาดโลก โดยไทยครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 80%
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 
วิสาหกิจชุมชนปลูกมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิก
จากคำยืนยันและเกษตรกรผู้ส่งออก
“นายประยูร วิสุทธิไพศาล”
ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผลไม้ปลอดภัยสารพิษเพื่อส่งออก จ.ราชบุรี ที่ปลูก “มะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิก” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสามารถผลิตมะพร้าวน้ำหอมส่งออกไปจำหน่ายตลาดสหรัฐอเมริกา
ยุโรป และตะวันออกกลาง สร้างรายได้ให้กับสมาชิกได้งดงามอย่างน่าทึ่ง โดยใช้กลยุทธ์การทำตลาดต่างชาติเน้นให้สมาชิกปลูกพืชผลไม้ปลอดภัยสารพิษ
ทำเกษตรออร์แกนิก ที่กลุ่มประเทศดังกล่าวกำลังนิยมรับประทานอาหารพืชผลไม้ไร้สารพิษ
โดยพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน USDA ,มาตรฐาน EU ซึ่งลูกค้าต่างชาติสามารถตรวจสอบย้อนได้ รวมไปได้รับการขึ้นทะเบียน GI (บ่งชี้ถึงภูมิศาสตร์)ทำให้ลูกค้าทั่วโลกยอมรับ
หลังประสบความสำเร็จปลูกมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกจนติดลมบนต่างประเทศ
ทำให้เกษตรกรรายอื่นที่เคยปลูกชมพู่ ฝรั่ง มะม่วง ใช้สารเคมีก็เปลี่ยนมาปลูกมะพร้าวน้ำหอมด้วยกันเพิ่มขึ้น
เพื่อแก้ปัญหาแย่งตลาดกัน จึงได้รวบรวมกันตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผลไม้ปลอดภัยสารพิษเพื่อส่งออกซึ่งเกษตรกรทุกคนที่เข้าร่วมกลุ่มต้องปลูกมะพร้าวหอมออร์แกนิก
หรือทำการเกษตรออร์กานิกลดละเลิกใช้สารเคมี
ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่
60 ราย ส่วนใหญ่กระจายอยู่ใน จ.ราชบุรี ที่มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวได้ทั้ง 7 อำเภอ
ได้แก่ อ.โพธาราม อ.เมือง อ.ปากท่อ อ.วัดเพลง อ.ดำเนินสะดวก อ.บางแพ และ
อ.บ้านโป่ง แต่คาดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีเกษตรกรภาคกลางเข้าร่วมเป็นสมาชิกมากกว่า
100 ราย เนื่องจากเกษตรกรเห็นผลจากทำเกษตรแบบออร์กานิก ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้
ทุกวันนี้ จ.ราชบุรี มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกทั้งหมดประมาณ 3,000 ไร่ ต้นมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกคือ
40 ต้นต่อไร่ จาก 1 ต้นให้ผลผลิต150-200 ลูกต่อปี ซึ่งการปลูกแต่ละครั้งใช้เวลา
2-3 ปีก็สามารถเก็บผลผลิตได้นานมากกว่า 10 ปี โดยเฉลี่ยรายได้ 5 หมื่นบาทต่อไร่เป็นอย่างต่ำ
สำหรับมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชที่มีชื่อเสียงของ
จ.ราชบุรี ปลูกมากที่สุดในประเทศไทยและดีที่สุดในโลก
แม้จะมีคู่แข่งในตลาดแต่ยังเทียบคุณภาพกับประเทศไทยไม่ได้
มีข้อมูลตัวเลขพื้นที่ปลูกประมาณกว่า 7 หมื่นไร่ แต่หากรวมทั้งจังหวัดคาดว่าไม่ต่ำกว่า
1 แสนไร่ และจากข้อมูลในเดือนต.ค. 2561 มีผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 341 ล้านตัน
และยังคงส่งออกไปยังประเทศจีนมากที่สุด
โดยเฉพาะแหล่งปลูกที่ดำเนินสะดวกสร้างรายได้ต่อปี 5-6 หมื่นบาท/ไร่/ปี
“มะพร้าวน้ำหอมจะมีราคาแพงในช่วงเดือนเม.ย., พ.ค., มิ.ย. เพราะเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดและไม่มีผลผลิตในตลาด แต่กลุ่มเรามีความโดดเด่นสามารถสร้างผลผลิตบุกตลาดได้ ต่างประเทศยอมรับ แม้ราคาจะต่างกันกับราคามะพร้าวที่ปลูกปกติเพียงเล็กน้อย 1-2 บาทต่อลูก แต่ในตลาดจะเลือกผลผลิตจากเรา โดยมีตลาดส่งออกหลักคือสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สเปน เยอรมนี อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก อิสราเอล อินโดนีเซีย จีน สิงคโปร์ ”
ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผลไม้ปลอดภัยสารพิษเพื่อส่งออก
จ.ราชบุรี จะส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังตลาดต่างประเทศกว่า 80-90% คู่ค้า 10
กว่าประเทศ มีบริษัทรับซื้อ 10 กว่าบริษัท ส่วนอีก 10%
จะเป็นตลาดขายปลีกภายในประเทศ
แม้ว่าการส่งออกไปยังต่างประเทศจะมีปัญหาการได้เงินล่าช้ามากกว่าการขายภายในประเทศ
แต่คู่แข่งและการตัดราคาหรือต่อรองราคาซื้อขายง่ายกว่าในประเทศที่มีข้อกำหนดหลายขั้นตอน
ถือเป็นการผลักดันเกษตรกรให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายของการทำเกษตรออร์แกนิกอย่างแท้จริง
ตลาดมะพร้าวน้ำหอมในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ครองส่วนแบ่งยังไปได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นกับเกษตรกรว่ามีความซื้อสัตย์ต่อผู้บริโภคแค่ไหน เวลานี้มะพร้าวน้ำหอมจากประเทศไทยขายได้ราคาสูงที่สุด เช่น ในจีนลูกละประมาณ 70 บาท ถ้าเป็นในยุโรปลูกละ 100 บาทขึ้นไป ขณะที่มะพร้าวจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม ฟิลิบปินส์ ศรีลังกา อินเดีย ฯลฯ ราคาถูกกว่ากันมาก กระนั้นประเทศเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้ “ความหอม” เป็นจุดขาย แต่จะเน้นความเป็นมะพร้าวอ่อนสีเขียวที่สด ราคาถูก