รับมือ ‘ไข้หวัด’ โรคที่มาพร้อมความหนาว

Edutainment
17/12/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 892 คน
รับมือ ‘ไข้หวัด’ โรคที่มาพร้อมความหนาว
banner

ช่วงนี้อากาศแปรปรวนบ่อย เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน แถมออกข้างนอกมาเจอฝุ่น PM 2.5 อีก ยิ่งทำให้เราต้องรักษาร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม โรคภัยไข้เจ็บย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะแข็งแรงแค่ไหน โรคต่างๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว เช่นตอนนี้ หลายคนอาจชื่นชอบอากาศเย็นสบาย แต่ทราบหรือไม่ว่า โรคภัยยอดนิยมที่จะมาพร้อมสภาพอากาศแบบนี้ คือ ไข้หวัด ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้นเรามาทำความรู้จักและหาทางรับมือกัน

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


โรคไข้หวัดเป็นโรคที่เกิดได้ตลอดทั้งปี แต่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง โรคไข้หวัดส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เมื่อป่วยเป็นไข้หวัดแต่ละครั้งมักเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดเพียงชนิดเดียว และเมื่อหายแล้วร่างกายก็จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อชนิดนั้น และเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดครั้งใหม่ก็มักจะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดชนิดใหม่ หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ

โรคไข้หวัดติดต่อกันผ่านทางลมหายใจและสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ติดต่อโดยการไอ หรือหายใจรดกัน หรือจากการสัมผัส เมื่อมีเชื้อหวัดติดที่มือแล้วไปสัมผัสผู้อื่น เชื้อหวัดก็จะติดคนๆนั้น และเมื่อนำไปขยี้ตาหรือแคะจมูกก็จะเข้าสู่ร่างกายจนกลายเป็นไข้หวัดได้อาการของโรค แต่สำหรับโรคหวัดเรื้อรัง มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อทั้ง 2 ชนิดนี้จะแสดงอาการที่ต่างๆ กัน

หลังจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายประมาณ 1 ถึง 3 วัน ก็จะเริ่มแสดงอาการ ซึ่งอาการที่พบบ่อยคือ ไข้ตัวร้อนเป็นพักๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกใส จาม คอแห้ง หรือเจ็บคอเล็กน้อย ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตขึ้น ไอแห้งหรือไอมีเสมหะเล็กน้อยลักษณะสีขาว ถ้าไอมากอาจทำให้เจ็บบริเวณลิ้นปี่ สำหรับผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้ มีเพียงอาการคัดจมูก น้ำมูกใส แต่สำหรับเด็กมักมีไข้สูงเฉียบพลัน นอกจากนี้อาจเกิดอาการท้องเดินหรือถ่ายเป็นมูก ถ้ามีอาการเกิน 4 วันอาจพบเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ถ่ายเป็นมูกข้นเหลืองหรือเขียว หรือไอมีเสมหะสีเหลืองหรือเขียว และอาจมีอาการอื่นตามมา

หวัดจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีไข้สูง เจ็บที่ต่อมน้ำเหลืองด้านข้างลำคอ คอหอยและต่อมทอนซิลแดงจัด และมีฝ้าขาวหรือตุ่มหนอง ควรต้องไปพบแพทย์

ผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบ ซึ่งการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์และเมื่อได้รับยาปฏิชีวนะ ต้องทานยาจนหมดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อให้หายขาดและไม่กลับเป็นซ้ำ เพราะหากทานยาไม่ครบตามกำหนดอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย นอกจากอาการจะไม่ดีขึ้นแล้ว การใช้ยาปฏิชีวนะที่มากเกินไปก็มีผลทำให้เชื้อดื้อยาได้


ไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส เมื่อหายป่วยร่างกายจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อชนิดนั้น แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดมีหลายสายพันธุ์แตกต่างกันตามช่วงเวลา จึงมีโอกาสติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ อีกได้

ดังนั้นเราจึงควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับตัวเอง ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยหวัด

 

อ้างอิง : โรงพยาบาลรามคำแหง


หนาวนี้ โปรดระวัง ‘ฝุ่น PM 2.5 ‘ จะกลับมา!

เจ็บนิ้วมืออาจไม่ใช่ออฟฟิศซินโดรม

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์ Edutainment

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเผช...
320690 | 02/07/2019
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ Edutainment

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว...
263599 | 12/06/2019
ธุรกิจร้อยล้าน สุขภาพพันล้าน Edutainment

ธุรกิจร้อยล้าน สุขภาพพันล้าน

ผลกำไรจากการประกอบการ เป็นเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจฉันใด การมีสุขภาพดีก็ต้องการ การกำหนดจุดมุ่งหมายและดำเนินการเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่...
234861 | 01/06/2019
banner
banner