ต้องรอด! การพยุงธุรกิจไม่ให้ล้มจากพิษโควิด

SME Update
22/04/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 826 คน
ต้องรอด! การพยุงธุรกิจไม่ให้ล้มจากพิษโควิด
banner

สำหรับตัวอย่างของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นมีให้เห็นเยอะมาก บางธุรกิจได้รับผลกระทบจาการขาดรายได้ไปบางส่วน แต่ก็ยังมีรายรับให้เห็นอยู่บ้าง ซึ่งก็ถือว่าโชคดีไป แต่กับบางธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ รายรับหยุดชะงัก เหลือแต่รายจ่ายล้วนๆ แบบนี้คงอยู่ยากแน่ๆ  ซึ่งธุรกิจที่ว่านั้นมีเยอะมากเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจร้านค้าอาหาร ธุรกิจค้าขายออฟไลน์ ธุรกิจนวด สปา หรือแม้แต่ธุรกิจร้านตัดผมต่างๆ เองก็เช่นกัน

และแม้จะไม่ได้รับผลจากโควิด-19 โดยตรง แต่ด้วยการที่ธุรกิจต่างๆ มากมายได้รับผลกระทบ และล้มหายจากไป ก็จะเกิดภาพการล้มต่อกันเป็นโดมิโน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมากในวงการธุรกิจ

เพราะฉะนั้นหากคุณไม่อยากให้ตัวเองเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องยกธงขาวยอมแพ้โควิด-19 ล่ะก็ อย่าลืมรัดเข็มขัด ใช้การตลาดออนไลน์ บริหารกระเป๋าเงิน และเริ่มต้นบริหารธุรกิจแบบใหม่ ปรับตัวไปตามกระแสด้วยเทคนิคเหล่านี้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


1. เช็กสภาพคล่องธุรกิจ

สิ่งแรกที่ควรทำตอนนี้คือการเช็ก สภาพคล่องทางการเงินก่อนเลย เพราะโควิด-19 นี้อาจจะทำให้เราไม่มีรายได้เข้า แต่มีรายจ่ายออกไปไม่หยุด ซึ่งทางที่ดียิ่ง การรู้ข้อจำกัดของตัวเองเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ดังนั้นควรเช็กสภาพคล่องว่าเรามีเงินสดอยู่เท่าไหร่ ทั้งในนบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันต่างๆ มีเช็กที่ต้องขึ้น รายได้ที่ต้องไปเก็บ 

นอกจากนี้ให้เช็กไปถึงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ด้วย เช่น ทรัพย์สินต่างๆ โฉนดที่ดิน หนังสือสัญญาเช่า กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู ทองคำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยค้ำจุนในยามฉุกเฉินได้ทั้งสิ้น และช่วยให้รู้ว่าธุรกิจคุณจะสามารถเดินต่อได้อีกมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังสร้างความอุ่นใจให้การทำธุรกิจในช่วงโควิด-19 ไม่รู้สึกเคว้งคว้างอีกด้วย

2. สภาพคล่องไม่พอขอกู้เพิ่ม

ล่าสุดรัฐบาลมีมาตรการดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีโดยการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ให้แก่ธุรกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่องด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 6เดือนแรก (จ่ายต้นบวกดอก 1ปี 6 เดือนหลัง) โดยเอสเอ็มอีแต่ละรายสามารถขอกู้ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของยอดหนี้คงค้างที่นับยอดจากธันวาคม 2562 รวมทั้งไม่เป็น NPL คือมีการผ่อนชำระปกติ หรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน

หากสนใจกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องสามารถขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารที่เป็นลูกค้าอยู่ และมีวงเงินสินเชื่ออยู่ โดยธนาคารจะพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมในการใช้เงินด้วย ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวเป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนสำหรับธุรกิจให้สามารถประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้

3. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป โดยเฉพาะในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักและไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ การบริหารจัดการ โดยมีรายจ่ายน้อยที่สุดดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกับธุรกิจคุณ ไม่ว่ารายจ่ายนั้นจะเป็นอะไร ให้ลิสต์ลำดับความสำคัญของมันเอาไว้ แล้วหาทางประหยัดให้ได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเดินทางของพนักงานในการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ค่าน้ำมัน หรือค่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะต้องจ่ายเป็นประจำ

การลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ ให้ลิสต์รายจ่ายต่างๆ ทั้งหมดของแต่ละวัน ไปจนถึงแต่ละเดือนออกมา แล้วไล่ดูเลยว่าอะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ รัดเข็มขัด และแจ้งพนักงานให้ทุกคนทราบโดยทั่วกัน ก็จะช่วยให้งบประมาณลดน้อยลงกว่าเดิมได้ ที่สำคัญการลดหย่อนและยื่นภาษีได้เลื่อนไปจ่ายเดือนถึงเดือนสิงหาคม ดังนั้นเรื่องนี้ก็ยังลดค่าใช้จ่ายไปได้

4. ขอพักหนี้

วิธีนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากกับธุรกิจที่ยังมีหนี้สินคงค้างที่ต้องจ่ายทุกเดือน ซึ่งจากผล กระทบที่เกิดขึ้นมั่นใจได้เลยว่า ไม่ใช่แค่ธุรกิจคุณคนเดียวที่ได้รับผลกระทบ แต่ทุกอุตสาหกรรมต่างเผชิญชะตากรรมเดียวกัน

เรื่องดีสำหรับข้อนี้ คือปัจจุบันรัฐบาลเข้ามา 'อุ้ม' ในกรณีนี้ให้ลูกหนี้สามารถขอพักหนี้จากธนาคารที่เราเป็นลูกหนี้ได้ 6 เดือน สามารถพักจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งการได้พักหนี้ 6 เดือน เท่ากับเป็นการต่อลมหายใจและสามารถรักษาสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจไว้ได้ รอวันที่ธุรกิจสามารถดำเนินได้ปกติอีกครั้ง

แต่ก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงเพราะว่า มาตรการพักหนี้ เป็นการพักการส่งค่างวดหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย หมายความว่า โดยปกติเจ้าหนี้จะส่งใบแจ้งหนี้มาในรูปแบบเงินต้นรวมดอกเบี้ย เช่น ต้องจ่าย 10,000 บาทสำหรับเงินต้นและบวกดอกเบี้ยอีก 5,000 บาท รวมเป็น 15,000 บาท ดังนั้นหากขอพักหนี้ก็จะไม่ต้องจ่ายไปอีก 6 เดือน แต่อัตราดอกเบี้ยยังคำนวณปกติ เท่ากับว่าดอกเบี้ย 5,000 บาทที่พักจ่าย 6 เดือนจะถูกบวกไปกับยอดหนี้คงค้าง

ดังนั้นการจะพักหนี้หรือไม่พักต้องดูที่สภาพคล่องทางการเงิน ถ้ายังแบกรับไหวอยู่ได้สัก 6 เดือน ก็อาจไม่ต้องพักหนี้ก็ได้

5. มองหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม

หลังจากที่พยายามรัดเข็มขัดกันมาอย่างเต็มที่ รายจ่ายของคุณคงลดน้อยลงไปมากทีเดียว แต่สิ่งสำคัญคือ จะทำยังไงให้ธุรกิจที่มีรายจ่ายเป็นประจำสม่ำเสมอนี้ไม่ต้องมีแต่หนี้ทุกเดือน และยังพอมีรายรับอยู่บ้าง ทางออกที่ถูกต้องคือการเริ่มต้นมองหาแหล่งรายได้เสริมเพิ่มเติมแหล่งใหม่ โดยเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองมีความรู้ มีความสามารถ อาจนำธุรกิจของตัวเองมาประยุกต์ใหม่ เพื่อให้เข้าถึงคนที่กำลังต้องการสิ่งเหล่านั้น เช่น เพิ่มบริการจัดส่งเข้าไป หรือเพิ่มบริการถึงบ้าน รวมทั้งอาจเปิดตลาดออนไลน์ใหม่ๆ เสริมเข้ามา ก็เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีไม่แพ้กัน และช่วยให้ธุรกิจคุณมีรายรับมากขึ้นได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ก็ตาม


สำหรับเทคนิคขับเคลื่อนธุรกิจฝ่าโควิดเหล่านี้ จะช่วยให้คุณคลายความกังวลใจ และทำให้สามารถประคับประคองธุรกิจไปได้ รอวันที่ดีมานด์กลับมาอีกครั้ง


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


กำลงซื้อซึม! สัญญาณชีพ “ค้าปลีก” จากวิกฤตโควิด

ร้อนแรง! อีคอมเมิร์ซยอดขายเดือดช่วงโควิด-19




 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3486418 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
124757 | 11/06/2019
โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้ SME Update

โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

วิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนชาวไทยกำลังเผชิญวิบากกรรมล่วงเลยเข้ามาเป็นเวลา 4 เดือนแล้วและยังไม่รู้ชะตากรรมชีวิตวิกฤติครั้งจะจบวันไหนและเมื่อไหร่...
115861 | 12/04/2020
banner