เทคนิคการแต่งกายเมื่อต้องไปพบลูกค้า

Edutainment
09/08/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 4988 คน
เทคนิคการแต่งกายเมื่อต้องไปพบลูกค้า
banner

ในชีวิตการทำงาน นอกจากอยู่ในออฟฟิศแล้ว อาจมีบางวันที่ต้องออกไปพบปะเจอะเจอติดต่อธุรกิจ เวลานี้แหละที่ต้องแสดงความเป็นมืออาชีพ ทั้งในส่วนของรูปลักษณ์และการนำเสนองาน การแต่งตัวให้ดูดีในสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองไม่เพียงเสริมลุคให้ดูน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่เมื่อบวกกับคำพูดที่กลั่นมาจากสมองและประสบการณ์การทำงาน ยิ่งสามารถโน้มน้าวใจผู้ฟังได้เป็นอย่างดี

ก่อนจะลุกขึ้นเลือกเสื้อผ้า ต้องทราบว่าในงานที่จะไปนั้น มีการกำหนดไว้หรือเปล่าว่าควรแต่งตัวอย่างไร คนที่ไปติดต่อคุยธุรกิจด้วยทำงานอะไร, บริษัทหรือหน่วยงานนั้นมีกฎระเบียบด้านการแต่งกายหรือไม่-อย่างไร

เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็มาเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดกัน

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ผู้ชาย

พยายามแต่งตัวให้เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองหรือคนที่จะไปคุยงานด้วย เช่น หากต้องเข้าพบผู้บริหารระดับสูงที่ชอบใส่สูท ก็ควรใส่สูทไป

หากไปพบลูกค้าที่ทำงานธนาคาร บริษัทบัญชี ธุรกิจการเงิน บริษัทกฎหมาย หน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทที่ปรึกษา ควรแต่งตัวให้เรียบร้อยที่สุด เพราะหน่วยงานและอุตสาหกรรมเหล่านี้มีความเป็นทางการอย่างมาก โดยอาจใส่สูทแบบเข้ารูปที่มีขนาดพอดีกับลำตัว ไหล่ไม่ตก และขากางเกงแตะคลุมอยู่บนรองเท้าเล็กน้อย ตัวในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวหรือสีเรียบๆ สอดชายเสื้อเชิ้ตในกางเกงสีเข้ม ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมากกว่าสีสว่าง

หรืออาจเตรียมเสื้อนอก (เบลเซอร์) ไว้สวมทับเสื้อเชิ้ต เพื่อเสริมลุคให้ดูสมาร์ทและเป็นมืออาชีพในกรณีที่ลูกค้าและสถานที่มีความเป็นทางการ รวมถึงในกรณีที่ไปพบลูกค้าที่ทำธุรกิจค้าขาย ทำด้านเวชภัณฑ์ และบริษัทด้านการศึกษา

เชื่อหรือไม่ว่าลูกค้าชอบสังเกตรองเท้าของคนที่มาคุยงาน การสวมรองเท้าที่ดูดีและสะอาดสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้ ดังนั้นก็เก็บรองเท้ากีฬาหรือรองเท้าประเภทเปิดนิ้วเท้าไว้ใส่เล่นเวลาอื่น และเลือกรองเท้าทำงานสีน้ำตาล สีดำ หรือรองเท้าหนัง (อย่าลืมถุงเท้าที่สีแมทช์กัน หลีกเลี่ยงถุงเท้าสีสัน ลวดลายฉูดฉาด หรือถุงเท้าขาว)

วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลุคดูดีขึ้น คือให้สีของรองเท้าและเข็มขัดแมทช์กัน ส่วนนาฬิกาควรเลือกที่ไม่หรูหราเกินไป เพื่อจะได้ไม่ดึงความสนใจของคนฟัง

หากไปพบลูกค้าที่ทำงานด้านการตลาด หรือไอที ก็สามารถเล่นสีและสไตล์ได้ แต่ยังคงความสมาร์ทไว้ด้วยเสื้อนอกที่คล้ายสูท กางเกงสีเข้มหรือสีเบจ

ถ้าไปพบเจอคนทำงานด้านสตาร์ทอัพหรืออุตสาหกรรมครีเอทีฟ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเครื่องแบบว่าใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อยืด ก็อาจแต่งกายให้เข้ากับลูกค้าอย่างยีนส์สีเข้มขากระบอกกับเสื้อเชิ้ต หลีกเลี่ยงยีนส์ทรงรัดรูปหรือยีนส์ขาดๆ

ส่วนลูกค้าที่เป็นบริษัทโฆษณาหรือเอเจนซีกราฟฟิก มีเสรีภาพค่อนข้างมากในเรื่องของสี ก็อาจเลือกชุดที่สะท้อนบุคลิกของผู้สวมใส่หรืออุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่ ยามไปหาลูกค้าเหล่านี้

สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ส่วนใหญ่ไม่มีกฎเกณฑ์ด้านการแต่งกายที่ตายตัว แต่ก็ควรดูแลเสื้อผ้าให้เนี้ยบและสะอาด ยามไปพบหาติดต่อธุรกิจกัน

การใส่ใจในรายละเอียดจะทำให้ลูกค้าเห็นถึงการเตรียมตัวมาอย่างดี มีการวางแผน และให้เกียรติผู้ไปเข้าพบ แต่ในกรณีที่คาดเดาสถานการณ์ผิด คือใส่สูทไปเต็มยศแล้วเจอลูกค้าใส่กางเกงลายพรางกันทั้งออฟฟิศ ก็อาจถอดสูทออก พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นมา แล้วคุยงานกัน ก็แค่นั่น!


ผู้หญิง

อาจใส่เสื้อเชิ้ตผ้าชีฟอง-คอตตอน และเสื้อเบลาส์ ซึ่งให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ดูดี หากอยากให้ดูสมาร์ทก็สวมสูททับอีกตัว คู่กับกางเกงสูทหรือกางเกงทรงสุภาพสีเข้ม อันเป็นสไตล์คลาสสิกไม่มีเอาท์

หากอยากให้เป็นทางการและดูเป็นมืออาชีพหน่อย ก็สวมเดรสสีเข้ม หรือกระโปรงคลุมเข่า ถ้าเหนือเข่าไม่ควรเกินสี่นิ้ว

ส่วนรองเท้าอาจเป็นรองเท้าคัทชู รองเท้าส้นเตี้ย หรือส้นสูง(แบบปิดนิ้วและส้น แต่ไม่ควรสูงเกิน 8 ซม.) เพื่อจะได้ดูมั่นใจ โดยนอกจากสีดำแล้ว อาจเลือกสีที่เหมาะและแมทช์กับชุด

สำหรับเครื่องประดับนั้นใส่ให้น้อยหรือเน้นแบบเรียบๆ เข้าไว้ นาฬิกาเป็นเครื่องประดับที่เรียบง่ายแต่งามสง่าเพราะสะท้อนถึงความสำเร็จและความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะนาฬิกาสายหนังแบบคลาสสิก ถ้าเป็นนาฬิกาแบบมีสีสันก็ต้องดูว่าแมทช์กับชุดหรือเปล่า หลีกเลี่ยงอะไรที่หวือหวาอย่างตุ้มหูใหญ่เป้ง หรือสร้อยคอวูบวาบ เพราะแทนที่ลูกค้าจะสนใจเรื่องที่กำลังพูด อาจมัวแต่มองตุ้มหูหรือเล็งสร้อยคอ

กระเป๋าเอกสารดีๆ สักใบซึ่งดูมีสไตล์ตลอดกาล อาจเป็นสีดำ หรือสีที่เข้ากับชุด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง เพราะทำให้ดูเป็นคนมีระเบียบ


สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

อย่าโชว์เนื้อหนังมากนัก : การไปพบลูกค้าไม่ใช่การไปเดินแคทวอล์กและลูกค้าก็ไม่ควรวอกแวกไปกับท่อนขาหรือลำแขน แต่ควรพุ่งความสนใจไปกับสิ่งที่กำลังพรีเซนต์ นอกจากนั้น การแต่งกายมิดชิดจะทำให้ดูมีคลาสอีกด้วย

อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงอย่าใส่กางเกงโยคะ กางเกงกีฬา เลกกิ้ง ยีนส์ทรงสกินนี่ กางเกงขาสั้น เสื้อยืด รองเท้าคีบ เพราะดูไม่เป็นผู้ใหญ่และไม่เป็นมืออาชีพ

เลือกเสื้อผ้าที่พอดีตัว : ชุดที่สวมใส่ควรมีขนาดพอดีกับลำตัว ไม่ใช่กางเกงยาวลากพื้น เสื้อเชิ้ตรัดติ้วจนเห็นพุง หรือเสื้อนอกหลวมโคร่ง หากใส่เสื้อเบลาส์ไม่ควรคอลึกเกินไป รวมถึงเสื้อผ้าควรรีดอย่างดี สะอาด ไม่มีรอยเปื้อน ไม่มีกระดุมเม็ดไหนลุ่ย เพราะหากไม่ใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ จะทำให้ดูเป็นคนทำอะไรลวกๆ ไม่มีระเบียบ และไม่มีความเป็นมืออาชีพ

เสื้อผ้าที่พอดีกับลำตัวและมีความสะอาดเรียบร้อย สามารถสร้างความรู้สึกสดชื่น รวมถึงช่วยให้มีความมั่นใจมากขึ้นยามสวมใส่ด้วย

อย่าลืมทรงผม : เมื่อแต่งตัวเนี้ยบแล้วต้องไม่ลืมผมเผ้า โดยผู้ชายต้องตัดแต่งให้เข้าทรง ส่วนผู้หญิงก็รวบหรือจัดแต่งให้เข้าทรง ไม่ให้หล่นมาปรกหน้าตา แล้วอย่าลืมตัดเล็บให้เรียบร้อยและดูสะอาดตาด้วย อย่าปล่อยให้เล็บบิ่น  ผู้หญิงไม่ควรทาสีเล็บฉูดฉาด หากทาสีเล็บควรเลือกสีโทนอ่อนที่เข้ากับเสื้อผ้า เพราะคนมักมองดูมือฝ่ายตรงข้ามระหว่างการพูดคุยธุรกิจ

การละเลยเทคนิคดูแลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจทำให้เสียลูกค้าไป เพราะคนที่ดูแลตัวเองอย่างดีนอกจากดูดีแล้ว ยังน่าเชื่อถืออีกด้วย

ใส่น้ำหอมแต่น้อย : น้ำหอมหรือกลิ่นหอมใดๆ ควรมีแต่น้อย เพราะคงไม่อยากให้การคุยงานกลายเป็นห้องรมแก๊สและลูกค้ามึนงงกับกลิ่นตั้งแต่ยังไม่ได้นำเสนองาน

แต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ : เมคอัพควรดูเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่รองพื้นที่ให้ดูเนียนเป็นธรรมชาติ ไม่หนาเตอะ เช่นเดียวกับลิปสติก เพื่อจะได้ไม่ดูพยายามมากเกินไป แต่ก็ไม่ควรไปพบลูกค้าแบบหน้าสด

สีก็มีส่วน : สีสันของเสื้อผ้าบ่งบอกถึงบุคลิกภาพได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนจะหยิบเดรสสีแดงสดหรือเสื้อเชิ้ตลายสัปปะรดมาใส่ ขอให้คิดถึงหัวอกลูกค้าดูก่อน

สีที่เหมาะสมสำหรับการพบปะทางธุรกิจมีอย่าง น้ำเงินเข้ม ซึ่งแสดงถึงความจริงจัง สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามและความน่าเชื่อถือ สีน้ำเงินสะท้อนถึงทักษะในการสื่อสาร สีดำเป็นสีของความรู้ สีเทาเป็นสีกลางๆ มักใช้ในการเจรจาต่อรองหรือยุติข้อพิพาท

เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะแต่งตัวแบบไหน ก็จะมั่นใจมากขึ้นในการออกไปพบปะลูกค้า และสร้างความประทับใจในฐานะมือโปรที่น่าเชื่อถือ 


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า…
323609 | 02/07/2019
10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

หลังมีการปกปิดข้อมูลจากบุคคลที่กลับมาจากการเดินทางในประเทศเสี่ยง จนเกิดการแพร่ระบาดในประเทศไทยบานปลาย และคาดว่าจะมีผู้คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการปกปิดข้อมูลในครั้งนี้กว่าสองพันคน…
279061 | 06/03/2020
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว่าง…
267000 | 12/06/2019
เทคนิคการแต่งกายเมื่อต้องไปพบลูกค้า