ดีมานด์กลับมา! ล้งทุเรียนเร่งส่งออกหลังจีนปลดล็อคดาวน์

SME Go Inter
28/04/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1201 คน
ดีมานด์กลับมา! ล้งทุเรียนเร่งส่งออกหลังจีนปลดล็อคดาวน์
banner

ทุเรียนไทยยังคงเป็นผลไม้ที่ผู้คนต้องการบริโภคตลอดเวลา ด้วยเอกลักษณ์ความโดดเด่นด้านรสชาติ ทว่าหลังจากที่ผู้รับซื้อและส่งออกผลไม้ รู้จักทั่วไปในนามว่า ล้ง หรือนัยหนึ่งคือพ่อค้าคนกลางต่างประสบปัญหาด้านตลาดส่งออกช่วงต้นปี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ผู้นำเข้าในประเทศปลายทาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศจีนต่างยกเลิกออเดอร์ จนทำให้มีการคาดการณ์ว่าทุเรียนอาจจะราคาตกต่ำในปีนี้ และจะล้นตลาดในประเทศเพราะส่งออกได้ยาก ขณะที่ผลผลิตทุเรียนไทยทั่วประเทศในปี 2563 จะมีประมาณ 1.16 ล้านตัน เพิ่มจากปี 2562 ที่มีผลผลิต 1.01 ล้านตัน และภาคตะวันออกโซนจันทบุรี ระยอง ตราด มีผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้น 21%

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ชาวสวนเฮทุเรียนยังราคาดี ผู้ส่งออกมีการปรับกลยุทธ์

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดล้งทางภาคตะวันออกต่างหันมาแย่งกันรับซื้อผลผลิตทุเรียนส่งออก หลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีนเริ่มคลี่คลายให้ประชาชนคนจีนสามารถออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีตลาดกวางโจวที่เปิดดำเนินการปกติและเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เป็นเป้าหมายในการส่งทุเรียนไทยเข้าไปจำหน่าย แต่ด้วยระบบการขนส่งของจีนยังติดขัดล่าช้า จากปัญหาด้านแรงงานกลับมาทำงานได้ไม่เต็มอัตรากำลัง ประกอบกับปัญหาการขนส่งสินค้าเกษตรจากไทยไปจีนทางบก ที่ต้องผ่านลาวและเวียดนามที่ใช้ระยะเวลาเพียง 3-4 วันถึงประเทศจีนนั้นถูกปิด จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ขนส่งไม่ได้ตามปกติ จำต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีการขนส่งทางเรือที่ต้องใช้เวลานาน 7-10 วันแทน และกำลังซื้อของชาวจีนในปีนี้ตกลงไปตามสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ส่งออกจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การซื้อขายจากซื้อผลผลิตทุเรียนแบบเหมาสวน เป็นเหมาแบบตีราคากันแบบเดือนต่อเดือนแทน โดยเดือนมีนาคม ราคาเหมาจ่ายหน้าสวนอยู่ที่ 130-155 บาทต่อกิโลกรัม และช่วงเดือนเมษายน ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม ราคาเหมาจ่ายหน้าสวนอยู่ที่ 115-130 บาทต่อกิโลกรัม

ช่วงต้นเดือนมีนาคมเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดน้อย ทำให้ทุเรียนไทยไม่พอจำหน่ายในต่างประเทศ ราคาที่เกษตรกรชาวสวนจำหน่ายได้ พันธุ์กระดุมจึงอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท พันธุ์หมอนทองกิโลกรัมละ 150-160 บาท จัดเป็นราคาที่แพงที่สุดที่เกษตรกรขายได้เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ในวันนี้ราคายังคงดีต่อเนื่องจนมีความห่วงกังวลว่าจะมีการตัดทุเรียนอ่อนมาสวมจำหน่าย ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงทุเรียนไทย

 

ล้งรายใหม่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด

นายฉัตรกมล มุ่งพยาบาล นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย คาดว่าผลผลิตทุเรียนช่วงเมษายน-พฤษภาคมจะมีประมาณ 3 แสนตัน ห่วงผลผลิตไม่เพียงพอจากการที่ล้งแย่งกันซื้อ โดยปีที่ผ่านมามีล้งขึ้นทะเบียนขอการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรเพื่อส่งออกมีเพียง 200 โรง แต่ปีนี้มาขึ้นทะเบียน และผ่านการรับรองแล้ว 442 โรง และอยู่ระหว่างรอตรวจสอบอีก 121 โรง รวม 563 โรง และกำลังจะมีรายใหม่เพิ่มอีก

การเพิ่มขึ้นของจำนวนล้งยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป ว่าเป็นความต้องการเทียมหรือไม่ แต่กระนั้นก็ยังคงจัดเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สามารถขับเคลื่อนการส่งออกทุเรียนไทยไปจีนได้ แม้จะยังคงติดขัดเรื่องการขนส่งบ้างก็ตาม ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ยืนยันว่าตลาดปลายทางของจีนยังมีสัญญานความต้องการสินค้าจากไทยโดยเฉพาะทุเรียนและมังคุด และมีการคาดการณ์จากศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ทำการประเมินผลกระทบจากโควิด-19 กับการส่งออกทุเรียนไทย โดยใช้กรอบผลกระทบเปรียบเทียบกับปี 2546 ที่เกิดโรคซาร์สระบาดในจีนได้คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนของไทยไปจีนและฮ่องกงใน 2563 จะลดลงเหลือเพียง 3-5 หมื่นตัน จากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลง 5 หมื่น – 1 แสนตัน 

 

ไทยเจรจาเปิด 2 ด่านผลไทยไทยสู่จีน

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (เอ็นบีเอส) เผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1 หดตัว 6.8% ในไตรมาส 1/2563 เมื่อเทียบเป็นรายปี เป็นการหดตัวรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 28 ปี เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ฉุดอุปสงค์ทรุด ซึ่งเป็นการหดตัวรายไตรมาสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2535 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศของจีนอย่างรุนแรง โดยมูลค่าจีดีพีในไตรมาส 1 อยู่ที่ 20.65 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 2.91 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยตัวเลขที่ลดลงมากเศรษฐกิจจีนจึงยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง หากรัฐบาลจีนไม่เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเลขจีดีพีลดลงอีกในไตรมาสสองของปี จีนจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบเต็มรูปแบบ

เศรษฐกิจจีนที่หดตัวลงย่อมส่งผลต่อตลาดส่งออกทุเรียนไทยไปจีน ประชาชนจีนจะลดการบริโภคสิ่งที่ฟุ่มเฟือยลง และจำหน่ายแต่สิ่งของจำเป็น ดังนั้นแม้ราคาทุเรียนที่เกษตรกรขายได้จะยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แต่นี่ยังจัดว่าเป็นช่วงต้นฤดูที่มีผลผลิตออกมาเท่านั้น ยังคงต้องเฝ้าดูต่อไปในระยะยาว

ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยจะเร่งเจรจากับกระทรวงศุลกากรของจีน (GACC) เพื่อแก้ปัญหารถติดสะสมหน้าด่านโหย่วอี้กวน เป็นทางยาว 15 กิโลเมตร ทำให้คุณภาพของผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนสุกก่อนถึงมือผู้บริโภค ซึ่งมีผลมาจากการปิดด่านการค้าชายแดนจีน–เวียดนามหลายแห่ง ทำให้รถสินค้าผลไม้จากเวียดนามต้องเข้าจีนในจุดเดียวกันกับรถสินค้าผลไม้จากไทย การเดินรถจึงติดขัดล่าช้าจากปกติขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

รัฐบาลไทยโดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้เร่งเจรจากับกระทรวงศุลกากรของจีน (GACC) เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน จนจีนยินยอมให้ไทยสามารถนำเข้าผลไม้สู่ประเทศได้ประมาณปลายเดือนเมษายนเพิ่มเติมจากเดิมได้อีก 2 ด่าน คือด่านตงซิงและด่านรถไฟผิงเสียงได้สำเร็จก็ตาม ตลาดปลายทางต่างประเทศก็ยังคงไม่มั่นใจกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19ในไทย ทำให้อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเข้ามาเป็นมาตรการป้องกันควบคุมสินค้า หรือการเดินทางข้ามผ่านแดนในช่วงโควิด-19 นอกเหนือไปจากมาตรฐาน GAP และ GMP ตามปกติ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการเพื่อรับรองการปลอดเชื้อของสินค้าและบรรจุภัณฑ์

 

หวั่น GDP จีนตกฉุดการส่งออก เร่งกระจายช่องทางจำหน่าย

สัญญาณเศรษฐกิจจีนที่หดตัวลง จีดีพีตกกำลังซื้อของคนจีนลดลง ยังคงน่าเป็นห่วงว่าราคาทุเรียนที่เกษตรกรขายได้ในช่วงที่ผลผลิตออกมามากไปจนถึงปลายฤดูกาลจะยังดีต่อเนื่องอยู่หรือไม่ ประกอบกับทุเรียนเป็นสินค้าที่มีเวลาในการวางจำหน่ายจำกัด รัฐบาลจึงเร่งหามาตรการระบายผลไม้ช่วยชาวสวน ช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยการสนับสนุนค่าขนส่ง มีไปรษณีย์ไทยมาช่วยในการจัดส่งผลไม้ฟรี 200 ตัน ซึ่งอาจปรับเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีการผลักดันและส่งเสริมให้นำผลไม้สดขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกับผุดโครงการรณรงค์การบริโภคผลไม้ในประเทศ และส่งเสริมให้นำผลไม้มอบเป็นของฝากของขวัญ ไปจนถึงจับมือกับห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดเพื่อนำผลไม้ไทยขึ้นขายในห้าง เป็นการช่วยกระจายผลผลิตช่วยชาวสวนผลไม้ไทยที่ส่งออกได้ไม่เต็มกำลัง


สำหรับทุเรียนที่ขายภายในประเทศอาจมีราคาตกต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ชาวสวนรับได้จนกลายเป็นช่องทางการระบายสินค้าในตลาดภายในประเทศ เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่คนไทยโปรดปราน เมื่อราคาตกลงในในสภาพที่เศรษฐกิจขาลงการทำตลาดในประเทศจึงทำได้ง่าย ผู้บริโภคทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงได้

เกษตรกรเองก็ต้องทำใจปรับตัวไปตามสถานการณ์ เพราะถึงแม้ว่าถ้าราคาจะตกลงกว่าทุกปีแต่การยอมรับกับสถานการณ์ด้านราคา โดยไม่เร่งตัดทุเรียนอ่อนไปขายปลอมปนในช่วงที่มีราคาแพง ก็เป็นทางที่ดีกว่าในการช่วยรักษาชื่อเสียงให้ทุเรียนไทย ภายใต้คำว่า “Made In Thailand” ที่ต่างชาติเชื่อมั่นในคุณภาพ

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.thansettakij.com/content/428725 

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/876787 

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/876787 

https://www.posttoday.com/economy/news/620014 

https://siamrath.co.th/n/149689 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<  


ผลไม้ล้นตลาด! โอกาสที่ต้องทบทวน-รีบคว้าไว้

ส่องตลาดส่งออกผลไม้ในเกาหลีใต้



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้…
230731 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ…
82688 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ…
36136 | 21/01/2020
ดีมานด์กลับมา! ล้งทุเรียนเร่งส่งออกหลังจีนปลดล็อคดาวน์