EU ต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ

SME Update
07/10/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 478 คน
EU ต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ
banner

เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) หมายถึง การผลิตทรัพยากรชีวภาพ หมุนเวียน (renewable biological resources) และเปลี่ยนทรัพยากรหมุนเวียนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น อาหารคน อาหารสัตว์ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพ ฯลฯ เศรษฐกิจชีวภาพครอบคลุมตั้งแต่ภาคเกษตรกรรม ป่า ไม้ประมงและสัตว์น้ำ อาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ไม้และเครื่องเรือน กระดาษ ไปจนถึงอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากชีวภาพ และพลังงานชีวภาพ

กรณีของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งได้กำหนดกลยุทธ์เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy strategy) เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2555 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและต่อสู้กับความท้าทายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ปัญหาดินและระบบนิเวศเสื่อมโทรม รวมทั้งความต้องการอาหาร และพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเศรษฐกิจชีวภาพจะช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติด้วยนวัตกรรมการผลิต ประกอบกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นอกจากนี้การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพได้ส่งผลให้เกิดการเสริมสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ใน EU รวมทั้งเพิ่มโอกาสการจ้างงาน เพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม

ในปี 2558 ภาคเศรษฐกิจชีวภาพของ EU มีการจ้างงานทั้งหมด 18 ล้านคน มีผลประกอบการประมาณ 2.3 ล้านล้านยูโร และสร้างมูลค่าเพิ่มปีละ 621,000 ล้านยูโร เมื่อเดือนตุลาคม 2561 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ปรับปรุงกลยุทธ์เศรษฐกิจชีวภาพใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งรัด (European policy priorities) และข้อผูกพันระดับนานาชาติไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) หรือความร่วมมือในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement)

โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้ผนวกเป้าหมายความยั่งยืน (sustainability) และการหมุนเวียน (circularity) เป็นหัวใจของกลยุทธ์เศรษฐกิจชีวภาพใหม่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน รวมทั้งให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ประมง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


จัดทำพิมพ์เขียวผลักดัน EU สู่ Bioeconomy

ทั้งนี้ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำสหภาพ ออกรายงานฉบับที่ 10/2562  แผนปฏิบัติการ 3 ด้านที่จะนำพา EU ไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพแบบหมุนเวียนและยั่งยืนเสริมสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตของอุตสาหกรรมชีวภาพ ทั้งสนับสนุนการวิจัยและการน้าวิธีแก้ไขปัญหาทางชีวภาพมาใช้ โดย EU ให้เงินอุดหนุนโครงการวิจัยผ่านกองทุน Horizon 2020 โดยกำหนดงบประมาณ 100 ล้านยูโร ผ่าน Circular Bioeconomy Thematic Investment Platform เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาคเอกชนสำหรับการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมชีวภาพ อาทิเช่น การพัฒนามาตรฐานหรือฉลากผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้เป็นที่รู้จัก และส่งเสริมให้ตลาดน้าผลิตภัณฑ์ชีวภาพไปใช้เพิ่มมากขึ้น  ทั้งสนับสนุนการจัดตั้งโรงกลั่นชีวภาพที่ยั่งยืนในยุโรป พัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่สามารถใช้แทนพลาสติก เพื่อลดมลภาวะและปัญหาขยะพลาสติกในท้องทะเล โดยการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจชีวภาพทั่วยุโรป นำระบบการผลิตอาหาร การทำฟาร์ม ป่าไม้และการผลิตสินค้าชีวภาพอย่างยั่งยืน พัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพทั้งในชนบท ตามชายฝั่งและในเมือง โดยการช่วยเหลือประเทศสมาชิกฯ และภูมิภาคในการพัฒนาและดำเนินการตามกลยุทธ์เศรษฐกิจชีวภาพ

ทั้งมีการจัดทำข้อจำกัดด้านระบบนิเวศของเศรษฐกิจชีวภาพ เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจชีวภาพและระบบนิเวศ ติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ สนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ ชีวภาพ ภายใต้ข้อจ้ากัดของระบบนิเวศ

ผนวกระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเข้ากับการผลิตสินค้าเกษตรขั้นต้น (เช่น การท้าเกษตรเชิงนิเวศ เพิ่มการถ่ายระอองเรณูของผึ้ง) อันจะก่อให้เกิดผลดีต่อการผลิตอาหาร และสัตว์น้ำ เนื่องจากเป็นทรัพยากรขั้นต้นที่สามารถใช้เป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ผลิตพลังงาน และบริการอื่น ๆ

เป้าหมายของกลยุทธ์เศรษฐกิจชีวภาพใหม่ มีดังนี้

(1) รับรองความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ โดยเร่งปรับปรุงระบบการผลิตอาหาร และการจัดการฟาร์มไปสู่ทิศทางที่ยั่งยืน ซึ่งพิจารณาถึงสุขภาพ โภชนาการ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรู้จักนำของเสียหรือของเหลือใช้มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์

(2) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ฟื้นฟูและพัฒนาระบบนิเวศน์ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงทางอาหารและน้ำ ลดผลกระทบต่อโลกร้อนและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

(3) ลดการพึ่งพาทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปหรือไม่ยั่งยืน สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยให้ EU บรรลุเป้าหมายที่กำหนดด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ นอกจากนี้ EU ต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การนำขยะอินทรีย์หรือของเหลือใช้จากภาคเกษตรไป พัฒนากลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (พลาสติกชีวภาพ เส้นใยชีวภาพ ฯลฯ)

(4) ลดผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจชีวภาพแบบหมุนเวียนและยั่งยืนจะช่วยให้ EU ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งยังเป็นผลจากการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าขั้นต้นอย่างยั่งยืน และการเพิ่มขีดความสามารถของระบบนิเวศน์ในการท้าหน้าที่เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน

(5) เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มการจ้างงานในยุโรป การเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพจะเป็นโอกาสเพิ่มการจ้างงานในระดับภูมิภาค พัฒนาเศรษฐกิจและเชื่อมโยงชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้การเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพจะสร้างรายได้ที่สำคัญให้แก่เกษตรกร รวมทั้งเสริมสร้างเศรษฐกิจในชนบทจากการหลั่งไหลของการลงทุนด้านต่าง ๆ

 

ต้นแบบความสำเร็จ

ตัวอย่างโครงการวิจัยและนวัตกรรมเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืนใน EU AgriChemWhey : โรงกลั่นชีวภาพในประเทศไอร์แลนด์ที่ใช้ของเหลือจากอุตสาหกรรมนม ได้แก่ excess whey permeate, delactosed whey permeate เปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตสินค้าชีวภาพอย่าง พลาสติกชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ หรืออาหารเสริมแร่ธาตุสำหรับคน จึงเป็นโครงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสียและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากการใช้ทรัพยากรเท่าเดิม

ECO - FCE : โครงการในประเทศอังกฤษที่ช่วยเกษตรกรพัฒนาการใช้อาหารของสัตว์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากฟาร์มสุกรและไก่

Exilva : โครงการในประเทศนอร์เวย์ที่สกัด Microfibrillated celluose จากเยื่อเซลลูโลส สามารถน้าไปใช้เป็นสารเติมแต่งในอุตสาหกรรมผลิตกาว สีสารเคลือบผิว เครื่องสำอางไปจนถึง ซีเมนต์เพื่อเพิ่มความหนืดและความคงตัว ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติจากป่าไม้ในสแกนดิเนเวีย 100% เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่นำไปสู่การพัฒนาสินค้าใหม่ที่ทดแทนการใช้เคมีภัณฑ์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล

Res Urbis : โรงกลั่นชีวภาพในประเทศอิตาลีที่ใช้ชีวมวลจากขยะอินทรีย์ ที่มาจากครัวเรือน ร้านอาหาร ร้านค้า น้ำเสียจากในเมืองหรือโรงงานแปรรูปอาหาร เพื่อแปรเปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เช่น ฟิลม์ชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ เป็นต้น

เศรษฐกิจชีวภาพมีความสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดินและระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม เพิ่มการผลิตอาหาร พลังงาน วัตถุดิบหรือสินค้าต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้หรือบริโภคที่เพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป และรู้จักนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างคุ้มค่า

นอกจากนี้เศรษฐกิจชีวภาพแบบหมุนเวียนและยั่งยืนจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น โดยอาศัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรม ผสมผสานกับความรู้ด้านฟิสิกส์ดิจิตอลและชีวภาพ การขยายตัวของเศรษฐกิจชีวภาพสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ห่างไกล โดยควรเปิดโอกาสให้กับทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพผ่านการพัฒนาด้านการศึกษา ฝึกอบรม และให้ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจชีวภาพ สนับสนุนการวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง  


ขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพต้องคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ในขณะที่ประเทศไทยการกระแสของเศรษฐกิจชีวภาพยังเป็นที่กล่าวถึงในวงจำกัด แต่เชื่อแน่ว่าเทรนด์นี้จะเกิดขึ้นกว้างขวางและรวดเร็วจนผู้ประกอบการบางรายอาจปรับตัวไม่ทัน เพราะเทรนด์การค้าจะเปลี่ยนที่สำคัญยุโรปเป็นตลาดส่งออกที่มีศักยภาพและมีมูลค่าสูงของผู้ส่งออกไทย ด้วยเหตุนี้จะมองข้ามเทรนด์เศรษฐกิจชีวภาพไม่ได้อย่างเด็ดขาด 

อ้างอิง : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

            :Thaieurope.net 

เกาะกระแสการแอนตี้พลาสติกและโอกาสของ SMEs

3 กลุ่มเกษตรรับอานิสงส์สงครามการค้า


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
2982912 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
121780 | 11/06/2019
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า SME Update

จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวงการข้าวในบ้านเราไฮไลท์การประชุมโฟกัสไปที่ประเด็น “การเจาะตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในตลาดโลก”...
24082 | 04/07/2019
banner
banner