ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์มีมูลค่าตลาดปีละกว่า
2 แสนล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ข้อมูลในปี 2560 แฟรนไชซอร์ (Franchisor) จำนวน 572 ราย
เพิ่มขึ้น 8.3% ประเภทแฟรนไชส์ยอดนิยมจะเป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม
และธุรกิจการศึกษา ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก สำหรับการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
ผู้ค้าขายรายใหม่ ๆ ที่ต้องการประกอบธุรกิจภายใต้แฟรนไชส์
วงเงินลงทุนเริ่มต้นมีตั้งแต่ไม่ถึง 10,000 บาท จนถึงหลักกว่า 1,000,000 บาท
อย่างไรก็ตาม
จากที่ธุรกิจนี้ขยายตัวต่อเนื่องทุกปี และเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ
ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก
ทำให้ที่ผ่านมามีปัญหาการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมในลักษณะเอารัดเอาเปรียบ
หรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นจำนวนมากตามไปด้วย
สาเหตุหลักมาจากยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลธุรกิจแฟรนไชส์โดยตรง
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ โฆษกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า
ได้ยกร่างประกาศ กขค. เรื่อง
แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ พ.ศ. ...
หรือไกด์ไลน์ธุรกิจแฟรนไชส์เสร็จแล้ว
เพื่อให้ธุรกิจแฟรนไชส์มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม และไม่มีพฤติกรรมที่ขัดกับพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าพ.ศ.2560
โดยได้เปิดรับฟังความเห็นจากแฟรนไชส์ซอร์ (เจ้าของแฟรนไชส์
ที่ให้สิทธิประกอบธุรกิจแฟรนไชส์กับผู้อื่น) ไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา
และในวันที่ 6 ก.ย.2562 จะรับฟังความเห็นจากแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อแฟรนไชส์) และจะฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการฯ
จนถึงวันที่ 20 ก.ย.2562 จากนั้น คณะอนุกรรมการพิจารณาไกด์ไลน์แฟรนไชส์
จะทบทวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสนอให้ กขค. ให้ความเห็นชอบ
และออกประกาศให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
กฎเหล็ก – ต้องไม่หมกเม็ดข้อมูล
สำหรับไกด์ไลน์แฟรนไชส์ดังกล่าว
กำหนดให้แฟรนไชส์ซอร์ ต้องเปิดเผยข้อมูลการประกอบธุรกิจให้แก่แฟรนไชส์ซี
ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินการ และระหว่างดำเนินการ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ
ค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ในการประกอบธุรกิจ รายละเอียดเกี่ยวกับการเงินและเงื่อนไขในการคืนเงิน
และต้องเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจ เช่น
การให้ความช่วยเหลือในการบริหารจัดการ
จำนวนและสถานที่ตั้งของแฟรนไชส์ในพื้นที่ใกล้เคียงในปัจจุบัน และอนาคต
รายละเอียดการส่งเสริมการขาย รวมถึงสาระเกี่ยวกับสิทธิในเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
ช่วงเวลาที่มีผลบังคับใช้ ขอบเขตการอนุญาตและเงื่อนไขข้อจำกัด, การต่อสัญญา แก้ไข ยกเลิก
เพิกถอนสัญญา เป็นต้น
กำหนด 7 พฤติกรรมต้องห้าม
ทั้งนี้
ยังได้กำหนดพฤติกรรมต้องห้ามของแฟรนไชส์ซอร์ ที่อาจส่งผลให้พ.ศ.เกิดความเสียหายแก่แฟรนไชส์ซี
ตามมาตรา 57 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า2560 ได้แก่
1. กำหนดเงื่อนไขที่เป็นการจำกัดสิทธิของแฟรนไชส์ซี
โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น กำหนดให้ซื้อสินค้า
หรือบริการอื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์ หรือซื้อจากซัปพลายเออร์
(ผู้ผลิตสินค้า) ที่แฟรนไชส์ซอร์กำหนดเท่านั้น ,
2. ห้ามพฤติกรรมกำหนดโควตาให้แฟรนไชส์ซีต้องซื้อสินค้า
หรือวัตถุดิบในปริมาณมากกว่าความต้องการ แ
3. ห้ามคืนสินค้าหรือวัตถุดิบส่วนเกิน
4. กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้แฟรนไชส์ซีต้องปฏิบัติตามหลังลงนามสัญญา
5. ห้ามแฟรนไชส์ซีซื้อสินค้าหรือบริการกับซัปพลายเออร์รายอื่น
แต่ต้องซื้อจากแฟรนไชส์ซอร์ หรือซัปพลายเออร์ที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันควร
6. ห้ามแฟรนไชส์ซีขายลดราคาสินค้าที่เน่าเสียง่าย
หรือใกล้หมดอายุโดยไม่มีเหตุผลอันควร
7. กำหนดเงื่อนไขที่แตกต่างกันระหว่างแฟรนไชส์ซีโดยไม่มีเหตุผลอันควร และนำไปสู่การเลือกปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ฝ่าฝืนปรับ 10% ของรายได้
ทั้งนี้ หากไกด์ไลน์แฟรนไชส์มีผลบังคับใช้
แฟรนไชส์ซอร์มีพฤติกรรมต้องห้ามดังกล่าว จะมีความผิดตามบทบัญญัติมาตรา 57
ซึ่งถือเป็นการลงโทษทางการปกครอง ตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า กฎหมายกำหนดให้ลงโทษปรับในอัตราไม่เกินร้อยละ
10 ของรายได้ในปีที่ได้กระทำความผิด
แต่หากเป็นกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ
กฎหมายกำหนดให้ชำระค่าปรับทางการปกครองในอัตราไม่เกิน 1,000,000
บาท