อังกฤษมีแผนเจรจา FTA กับเวียดนามหลัง Brexit

SME Go Inter
20/11/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1022 คน
อังกฤษมีแผนเจรจา FTA กับเวียดนามหลัง Brexit
banner

แม้ว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกระบวนการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)  ทำให้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษลงสู่เชิงลบ เพราะเป็นผลมาจากกระบวนการกำหนดนโยบายปัจจุบันของอังกฤษประสบกับภาวะชะงักงัน  

แต่ทว่าหลายประเทศก็ยังมุ่งที่จะสานความสัมพันธ์กับอังกฤษหลังจาก Brexit ไม่เว้นแม้ “เวียดนาม” ซึ่งมีแผนผลักดันการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคี (Free Trade Agreement: FTA) ระหว่างเวียดนาม-อังกฤษ ทันทีที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปสำเร็จ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ก่อนหน้านี้ นาย Tran Ngoc An เอกอัครราชทูตเวียดนาม ณ สหราชอาณาจักร ออกมาให้ความเห็นว่า นักลงทุนชาวอังกฤษมองเวียดนามเป็นหนึ่งในจุดปลายทางที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และจะร่วมกันส่งเสริมกลไกความร่วมมือทวิภาคีใหม่ โดยเฉพาะ FTA ทวิภาคีภายหลัง Brexit  ซึ่งหากมีเอฟทีเอเกิดขึ้นจะทำให้การลงทุนจากอังกฤษไหลเข้าสู่ประเทศเวียดนาม และมูลค่าการค้าระหว่งอังกฤษและเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ตามข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ระบุว่ากำลังริเริ่มการเจรจาต่อรอง FTA ในปี 2563  หากอังกฤษสามารถดำเนินการตามแผนการ Brexit ได้ตามแผน  

ทั้งนี้ ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างอังกฤษ – เวียดนาม ในปี 2018 อยู่ที่  6,740 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 เมื่อเทียบกับปี 2017 และในช่วงมกราคม - สิงหาคม 2019 อยู่ที่ 4.53 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.09 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2018

สอดคล้องกับมุมมองของ นาย Gareth Ward เอกอัครราชทูต สหราชอาณาจักร ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เปิดเผยว่า หลังจาก BREXIT ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่ระหว่างกันมากขึ้น นับจากที่ได้กลายเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กันเมื่อปี 2010 และผลพวงจากการจัดทำข้อตกลงการค้าเอฟทีเอ จะทำให้อังกฤษเป็นประเทศอันดับสามในประเทศใน EU ที่เข้ามาลงทุนเข้าในเวียดนาม และแท้จริงอาจจะมีตัวเลขที่มากกว่านี้ เพราะยังมีการลงทุนโดยบริษัทของอังกฤษที่ผ่านมาทางบริษัทย่อยที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ หรือฮ่องกง

 

ทำไมต้องเวียดนาม ?

เหตุผลสำคัญที่นักลงทุนอังกฤษมองตลาดเวียดนาม เนื่องจากศักยภาพในการเติบโตของตลาด การเปิดกว้างต่อการค้าโลก และมุ่งเน้นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามนักลงทุนต้องการความพร้อมด้านกระบวนการและกฎหมาย หรือที่เรียกว่าความง่ายในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น  

ในปีที่ 2018 อังกฤษได้เข้ามาลงทุนโครงการใหม่ในเวียดนามรวม 92 โครงการ มูลค่า 380 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปีนี้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2019 มีโครงการที่ลงทุนของอังกฤษที่เข้ามายังเวียดนามรวมทั้งสิ้น 368 โครงการ มูลค่า 3.64 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย เช่น บริษัท BP บริษัท Vadafone บริษัท P&O บริษัท Pilkington บริษัท GlaxoSmithKline บริษัท HSBC และบริษัท Standard Chartered เป็นต้น

นาย Oliver Reynolds นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท  Focus Economics  ระบุว่าหลังจาก Brexit สหราชอาณาจักรจะพยายามสานต่อความสัมพันธ์กับเวียดนามต่อไป และใช้ความตกลง EU-Vietnam FTA เป็นแม่แบบสำหรับข้อตกลงการค้าทวิภาคี


อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งเวียดนามได้เตรียมพร้อมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปด้วย โดย นาย เหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม อนุมัติแผนการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของภาคธุรกิจเอกชนในปี 2568  - 2573 ซึ่งจะมีการปรับปรุงการลงทุน สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจและส่งเสริมการดำเนินงานอย่างยั่งยืนของบริษัทเอกชน การสนับสนุนให้ธุรกิจใช้รูปแบบที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและปกป้องสิ่งแวดล้อม

แผนดังกล่าวเน้นถึงการส่งเสริมการเริ่มต้นธุรกิจใหม่และการดำเนินนโยบายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการปกครองและคณะกรรมการจัดการธุรกิจ โดยมีเป้าหมายจะมีจำนวนแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 6-8 ต่อปี  รายได้เฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 25-30 ต่อปี  และขอให้หน่วยงานทุกระดับรวมตัวกันดำเนินโครงการตามแผนดังกล่าว

เป็นที่น่าจับตามองว่าการสานสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษ-เวียดนามในครั้งนี้ จะสร้างแรงดึงดูดการลงทุนเข้าไปยังเวียดนามมากน้อยเพียงใด ในฐานะสมาชิกอาเซียนจังหวะการก้าวครั้งนี้ถือว่าสำคัญไม่น้อย


 

เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน แต่ EEC ยังสดใส

Brexit ความอลหม่านที่ยังไม่จบ !

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230282 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
81322 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
34902 | 21/01/2020
banner