ดีต่อใจ! เลิกใช้ถุงก๊อบแก๊บ 1 ม.ค.63

SME Update
21/12/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 755 คน
ดีต่อใจ! เลิกใช้ถุงก๊อบแก๊บ 1 ม.ค.63
banner

คำว่ารักษ์โลกไม่ใช่เพียงกระแสฉาบฉวยอีกต่อไป เพราะรัฐบาลได้กำหนดให้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นวันแรกที่ประชาชนไทยต้องยกเลิกการใช้พลาสติก 4 ชนิด คือ ถุงพลาสติกหูหิ้วที่มีขนาดความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน (ถุงหูหิ้วก๊อบแก๊ป) กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง  และหลอดพลาสติก ซึ่งเป็นไปตามโรดแม็ป 12 ปี ในการกำจัดขยะพลาสติก ที่รัฐบาลกำหนดไว้นับตั้งแต่ปี 2561-2573 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


โดยในปีแรก เริ่มในปี 2561 ไทยสามารถลดและยกเลิการใช้พลาสติก  3 รายการ คือ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม พลาสติกที่ผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีทที่ใช้ในเครื่องสำอางค์ต่างๆ ไปได้สำเร็จ

และเมื่อเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่ "พะยูนมาเรียม" ต้องตายจากภาวะช็อกจากที่มีถุงพลาสติกหลายชิ้นไปอุดตันในลำไส้เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ยิ่งกลายเป็นการตอกย้ำสังคมเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติก ที่หลุดรอดลงไปในทะเลสร้างความเสียหายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลมากขึ้น

ไทยในฐานะประเทศที่ทิ้งขยะในทะเลเป็นอันดับ 6 ของโลกรองจากจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ศรีลังกา ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเอาจริงในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะในแต่ละปีคนไทยสร้างขยะเฉลี่ยคนละ 1.1 กิโลกรัมต่อวัน รวมถึงทั้งสิ้น 27 ล้านตันต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้มีขยะ 7 แสน -1 ล้านตันที่ถูกทิ้งลงในทะเล

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักได้ประสานไปยังกลุ่มผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้พลาสติก 4 ชนิด  เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายโรดแมปที่ว่าในปี 2563 จะสามารถลดการใช้ถุงในห้างโมเดิร์นเทรดได้ร้อยละ 30 หรือ 13,500 ล้านใบ  จากนั้นจะทยอยลดการใช้ในส่วนร้านค้าโชวห่วย และตลาดสด ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 70 ลงในปี 2564 พร้อมกับการลดปริมาณการใช้กล่องโฟม แก้วที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหลอดให้ลดลงร้อยละ 50 ภายในปี 2563 และหมดไปในปี 2565

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งในมุมมองภาคธุรกิจ ทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้พลาสติกในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมพลาสติก ยังมีความกังวลว่าการดำเนินการตามโรดแม็ป อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่ยังปรับตัวไม่ทัน เพราะพลาสติกชนิดอื่นที่จะนำมาแทนอาจมีราคาสูงกว่า 2-3 เท่า


ในมุม "นายภราดร จุลชาต" ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยอมรับว่าเทรนด์การเลิกใช้พลาสติกชนิดบางแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรจะสร้างโอกาสทางธุรกิจ เช่น การเลิกใช้ถุงหูหิ้วก็อบและหันมาใช้ถุงพลาสติกชนิดอื่น ถือเป็นการปรับวิกฤติให้เป็นโอกาสให้ผู้ผลิตถุงขยะ หรือถุงที่มีขนาดมากกว่า 80-100 ไมครอน รวมถึงบรรจุภัณฑ์ชีวภาพชนิดต่างๆ ได้มีช่องทางเติบโต

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการก้าวข้ามจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ เริ่มจากการรวบรวม บริหารจัดการคัดแยกขยะที่เป็นมาตรฐาน รวมถึงไปจนถึงการกำจัดขยะ เช่น การตั้งโรงปุ๋ยหมัก  และการใช้นโยบายการส่งเสริม Circular Economy

ทั้งหมดนี้ หัวใจสำคัญที่สุดที่จะเป็นการสร้างความสมดุลในการดูแลเรื่องขยะพลาสติก รัฐและเอกชนควรทำงานคู่ขนานกันไป โดยรัฐต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและให้เวลาเอกชนปรับตัว  ขณะเดียวกันจะต้องช่วยดูแลการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตพลาสติกทดแทนไม่ให้สูงจนกลายเป็นภาระของผู้ใช้ ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการก้าวสู่จุดมุ่งหมายได้

 

ธุรกิจในมาเลเซียกับกระแส Zero Waste

รีไซเคิล ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกในออสเตรเลีย



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข้าไปในระบบ…
3487926 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้าน…
125019 | 11/06/2019
โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

วิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนชาวไทยกำลังเผชิญวิบากกรรมล่วงเลยเข้ามาเป็นเวลา 4 เดือนแล้วและยังไม่รู้ชะตากรรมชีวิตวิกฤติครั้งจะจบวันไหนและเมื่อไหร่…
116512 | 12/04/2020
ดีต่อใจ! เลิกใช้ถุงก๊อบแก๊บ 1 ม.ค.63