เลี้ยงปลากะพงยักษ์ รายได้งาม

SME in Focus
09/10/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 539 คน
เลี้ยงปลากะพงยักษ์ รายได้งาม
banner

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังส่วนใหญ่จะเลี้ยง ปลากะพงระยะสั้นประมาณ 5-6 เดือนจนได้ขนาดตัวละ 7-9 ขีดแล้วจับขาย ซึ่งเป็นขนาดที่ร้านอาหารทั่วไปต้องการนำไปประกอบอาหารหลากหลายเมนู อาทิ ปลากะพงลวกจิ้ม ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพงราดพริก ต้มย้ำปลากะพง ข้าวต้มปลากะพง เป็นต้น ข้อดีของการเลี้ยงลักษณะนี้ คือ ตลาดรองรับเยอะ แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันในกรณีสินค้าออกสู่ตลาดพร้อมๆ กันในปริมาณมาก ทำให้เกิดภาวะ โอเวอร์ซัพพลาย ปลากะพงล้นตลาดทำให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรขาดทุนย่อยยับ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ด้วยเหตุนี้ กลุ่มเครือข่ายปลากะพงยักษ์แปลงใหญ่ ต.บางเกลือ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีกลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ ไม่ให้เหมือนคู่แข่ง นำโดย คุณประโยชน์ โสรัจจกิจ ประธานกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงปลากะพงยักษ์ เพราะไม่ต้องการให้เกิดการไปแย่งส่วนแบ่งตลาดเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงทั่วไป เนื่องจากราคาตามท้องตลาดขึ้นลงไม่แน่นอน สาเหตุมาจากผลผลิตออกมาพร้อมกันจนล้นตลาดนั่นเอง

ปลากะพงยักษ์ในที่นี้ไม่ต่างจากปลากะพงในกระชังทั่วๆไป เพียงแต่ปกติใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 6 เดือน ไซส์ 7 ขีดก็จับขาย แต่ปลากะพงยักษ์แต่ละรุ่นต้องใช้เวลาเลี้ยงไม่ต่ำกว่า 18 เดือนเพื่อให้ปลากะพงยักษ์มีขนาดใหญ่มีน้ำหนักตัวละ 3-6 กิโลกรัม ขายแบบทั้งตัวและแยกชิ้น

ดังนั้นตลาดของปลาทั้งสองขนาดจึงต่างกัน ที่สำคัญเลี้ยงปลากะพงยักษ์สามารถกำหนดราคาเองได้ ช่วงราคาตกต่ำหรือสินค้าล้นตลาดก็ไม่จำเป็นต้องจับขาย รอโอกาสจนกว่าราคาสูงขึ้นเพราะตลาดนี้ปลาไม่จำกัดขนาด วัดกันที่น้ำหนักปลาเท่านั้น แต่ด้วยการเลี้ยงที่ใช้เวลานานขึ้น เกษตรกรต้องบริหารต้นทุนให้เป็น


ปัจจุบันกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงปลากะพงยักษ์มีสมาชิก 32 ราย เกษตรกรทุกรายจะได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมประมง ทั้งมีการหาตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน ข้อดีของการรวมเป็นกลุ่มเครือข่ายฯทำให้สมาชิกไม่ต้องขายสินค้าตัดราคากันเอง เพราะราคาต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้กลุ่มเครือข่ายฯมีอำนาจกำหนดราคาเอง

คุณประโยชน์บอกว่า ปลากะพงยักษ์เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคและได้รับความนิยมในท้องตลาดภายในประเทศมากขึ้น เพราะเมื่อผู้บริโภคซื้อไปแล้วจะได้ปลาเนื้อเยอะ เนื้อแน่น รสชาตินุ่มอร่อยมากกว่าปลากะพงที่เลี้ยงระยะเวลาช่วงสั้น 4-5 เดือน ที่ส่วนใหญ่เนื้อไม่เยอะเต็มไปด้วยก้างปลา การเลี้ยงปลากะพงยักษ์ แม้ว่าจะใช้เวลาการเลี้ยงเป็นเวลานานถึง 18 เดือน ทำให้มีต้นทุนสูงพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับการรอเวลาขายส่งตามท้องตลาดถือว่าคุ้มค่าและได้กำไรงาม ราคาขายได้สูงกิโลกรัมละหลายหลักร้อยบาทขึ้นไป

ไม่เพียงแต่ตลาดภายในประเทศเท่านั้นที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง แต่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูงเช่นกัน เพราะแม้ว่าในเอเชียมีการเลี้ยงปลากะพงยักษ์เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่อุปสรรคใหญ่ คือ สภาพดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวย ทั้งภัยพิบัติและปัญหาอากาศหนาวเย็นทำให้ปลาโตช้า หรือ น็อคน้ำตาย แตกต่างจากประเทศไทยสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี โดยพื้นที่เหมาะสมเลี้ยงปลากะพงยักษ์มากที่สุด คือ จังหวัดฉะเชิงเทราและภาคกลางของประเทศไทยซึ่งกักเก็บน้ำได้ตลอดทั้งปี นี่คือโอกาสที่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงยักษ์สามารถเลี้ยงส่งสินค้าไปขายยังต่างประเทศที่มีความต้องการสูงไม่หยุดและรับซื้อราคาแพงกว่าในประเทศไทย


ดับคาวด้วยการเจาะเลือดทางเหงือก

ปลากะพงยักษ์จากขาวผ่องฟาร์ม ของคุณประโยชน์ ที่ปัจจุบันมีบ่อเลี้ยงปลากว่า 300 ไร่  มีผลผลิตมากกว่า 5,000 ต่อปี วิธีการเลี้ยงมีการจัดการโดยที่ไม่ต้องใช้ยาปฎิชีวนะและมีความพิเศษ คือ การเจาะเลือดออกจากตัวปลากะพงยักษ์ทางเหงือกปลา(อิเคะ-จิเมะ) ตั้งแต่ที่ฟาร์มก่อนนำไปแช่แข็งเพื่อให้ปลาสด เนื้อปลามีคุณภาพเป็นพรีเมียมเกรด มีคุณภาพทัดเทียมกับปลาจากต่างประเทศ

“หลายคนอาจจะไม่ชอบทานเนื้อปลาน้ำจืด ที่อาจมีกลิ่นคาว มีกลิ่นโคลน แต่ขอยืนยันว่าปลากะพงยักษ์จากฟาร์มของผมไม่มีกลิ่นคาวอย่างแน่นอน เพราะเรากำจัดกลิ่นคาวได้ วิธีกำจัดกลิ่นคาวในเนื้อปลาคือ เราต้องเอาเลือดออกจากตัวปลาให้หมด เพราะกลิ่นคาวมาจากเลือดของปลา เมื่อนำเลือดออกจากตัวปลาจนหมดแล้วจะได้เนื้อปลาที่มีสีขาวใส และมีรสชาติดี”


สัตว์เศรษฐกิจอนาคตรุ่ง

มองในแง่ยุทธศาสตร์การเลี้ยงปลาในประเทศให้ประสบความเสร็จได้นั้น ทางหน่วยงานรัฐควรจัดโซนนิ่งให้ถูกต้องเพราะแต่ละภาค มีสภาพภูมิอากาศที่มีข้อจำกัดในการเลี้ยงปลากะพง เช่น ภาคอีสาน ช่วงเวลาเลี้ยงปลาได้ในระยะเวลาสั้นๆ เลี้ยงนานไม่ได้ เพราะประสบปัญหาภัยแล้ง ส่วนภาคเหนือจะให้เลี้ยงปลากะพง ระยะยาวไม่ได้เช่นกัน เพราะประสบปัญหาอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลต่อปลาเจริญเติบโต หรือ ประสบปัญหาการสูญเสียสูง

ดังนั้นควรแบ่งโซนเลี้ยงปลาอายุสั้นๆ เช่น ปลาทับทิม หรือ ปลารอ ที่ใช้เวลา 5-6 เดือน ซึ่งพื้นที่ฉะเชิงเทรา และภาคกลางมีแหล่งน้ำที่อดุมสมบูรณ์ ภูมิอากาศดี น่าจะส่งเสริมเกษตรกรหันมาเลี้ยงปลากะพงยักษ์จะได้ไม่ต้องแข่งขันในด้านการผลิตซึ่งเมื่อผลผลิตออกมาล้นตลาดราคาย่อมตกต่ำ

ปลากะพงยักษ์เลี้ยงได้ทั้งแหล่งน้ำเค็มและน้ำจืด จึงกลายเป็นจุดเด่นที่สามารถผลักดันให้เกษตรกรเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจในอนาคต ขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก ซึ่งเกษตรกรรายย่อยมีพื้นที่ 2-3 ไร่ก็สามารถขุดบ่อเลี้ยงปลาได้ โดยแต่ละบ่อขุดลึกประมาณ 2 เมตร ส่วนขนาดความกว้างไม่จำกัด ซึ่งเกษตรกรสามารถปล่อยพันธุ์ปลากะพงลงเลี้ยงในแต่ละบ่อประมาณ 600-800 ตัว อาหารเลี้ยงปลาส่วนใหญ่ใช้อาหารเม็ดดีกว่าให้อาหารสด เพราะการให้อาหารเม็ดทำให้สามารถรู้ได้ว่าอาหารเม็ดที่ให้ไปนั้นปลากินหรือไม่กินเพราะมันลอยอยู่เหนือน้ำ

ขณะที่ให้อาหารสดเมื่อโยนไปให้แล้วส่วนใหญ่มันจะจมลงสู่ก้นบ่อทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าปลากินหรือไม่ และที่สำคัญทำให้บ่อเน่าเสียได้ง่ายส่งผลกระทบต่อปลาเกิดติดเชื้อโรคได้ ตลอด 18 เดือนที่เลี้ยงปลากะพงยักษ์ไม่ต้องล้างบ่อเพียงแต่ใช้ระบบไฟฟ้าปั่นน้ำให้เกิดออกซิเจน หลังจากเก็บผลผลิตค่อยล้างบ่อตากให้แห้งสัก 2-3 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคจากนั้นเติมน้ำเข้าไป


มูลค่าตลาดนี้ นับพันล้านบาท

คุณประโยชน์ยังบอกอีกว่า มูลค่าการตลาดปลากะพงยักษ์มีไม่ต่ำกว่าพันล้านบาทต่อปีซึ่งยังไม่รวมมูลค่าต่างประเทศ ที่มีความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพราะการจับปลากะพงยักษ์ในท้องทะเลเริ่มหายากแถมราคาแพงมากเมื่อเทียบกับปลากะพงยักษ์ที่เกษตรกรเลี้ยง ดังนั้นหากหน่วยงานภาครัฐจัดโซนนิ่งส่งเสริมให้เกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทราและภาคกลางเลี้ยงปลากะพงยักษ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างจริงอนาคตรุ่งแน่นอน

คุณภาพของเนื้อปลากะยักษ์มีความอร่อยอยู่ในตัว ผู้ที่ได้ลองชิมเนื้อปลากะพงยักษ์แล้วส่วนใหญ่ชื่นชอบ ที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ได้ส่งปลาไปขายทั่วประเทศและตามร้านอาหารทั่วภูมิภาค คำสั่งซื้อมีต่อเนื่อง จึงมองว่าตลาดยังเปิดกว้างอีกมาก ดังนั้นจึงต้องเร่งทำการตลาดทั้งด้านความรู้และข้อมูลข่าวสารเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ ตลอดทั้งกระตุ้นความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคให้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยมีจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารหลักในประเทศ อาทิ ฟู้ดแลนด์ แม็กแวลู่  กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร้านอาหารถูกและดีร้านอาหารเอสแอนด์พี บาร์บีคิวพลาซา @19ฟู้ดส์แอนด์ฟาร์ม รามอินทรา, ครัวมีสุข, ครัวอิ่มสุข, ทีเฮ้าส์, โรงเบียร์ เยอรมันรามอินทราและอ่างศิลาเป็นต้น

คุณประโยชน์ ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันกำลังสร้างแบรนด์สินค้าประกะพงยักษ์โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า Siam X Seabass เพื่อช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ขยายการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคให้มากขึ้น และสินค้าได้มาตรฐานการรับรองคุณภาพ GAP จากกรมประมง มาตรฐาน อย. และยังได้รับตราสัญลักษณ์ฮาลาล จึงยืนยันได้ว่าปลอดภัยสำหรับบริโภค 

 ผ่ากลยุทธ์การตลาดขั้นเทพ “แพ 500 ไร่” 

"Biotic Coffee" นวัตกรรมกาแฟขี้ชะมด


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30990 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18474 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
11206 | 08/07/2019
banner
banner