จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า

SME Update
04/07/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 32229 คน
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า
banner

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวงการข้าวในบ้านเราไฮไลท์การประชุมโฟกัสไปที่ประเด็นการเจาะตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในตลาดโลก” ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดขึ้นในงานประชุม Thailand Rice Convention 2019 สาระสำคัญเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการต่อยอดนวัตกรรม”เพื่อจะหาทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวไทยแทนการส่งออกแบบวัตถุดิบที่มีมูลค่าต่ำๆ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


มีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจระบุว่าการส่งออกเกษตรกรแปรรูปที่ผ่านมามีมูลค่ามากถึง 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 1.7% ต่อปี แต่เชื่อหรือไม่ว่าเป็นการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวแค่ 350 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือประมาณ 11,200 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการแปรรูปขั้นกลาง เช่น แป้ง ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว ส่วนการแปรรูปขั้นปลายหรือที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูงๆ เช่น การดึงโปรตีนจากข้าวมาทำเปปไทด์ลดริ้วรอย หรือการแปรข้าวเป็นน้ำตาลมาใช้ผลิตเป็นสารชำระล้างยังมีน้อย

แต่ถ้ามองในแง่ดีก็จะเห็นว่าตลาดแปรรูปขั้นปลายนี้ยังมีช่องว่างที่มีโอกาสขยายไปได้อีกมาก

กล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวที่ตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นนั้นมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เริ่มได้รับความนิยมสูงมาก ๆ ในต่างประเทศ คือ ข้าว Low GI หรือข้าวบรรเทาเบาหวาน” ซึ่งขณะนี้มีบริษัทผู้ผลิตอาหารสุขภาพกำลังให้ความสนใจว่ามีข้าวสายพันธุ์ใดบ้างสามารถนำไปผลิตเป็นข้าวชนิดนี้ การนำข้าวไปผสมกับควินัว/ถั่ว การสกัดโปรตีนจากข้าว การผลิตเป็น plant base protein, red yeast rice, การสกัดเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ชาย gamma oryzanal, GABA, การผลิตเป็น brat diet เป็นอาหารสำหรับเด็ก เป็นต้น


ในที่ประชุมได้นำเสนองานวิจัยของบริษัทเอกชนที่ประสบความสำเร็จ เช่นบริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ผู้วิจัยและพัฒนาสารสกัดสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชภัณฑ์จากข้าว ซึ่งได้รับรางวัล Agri Plus Award โดยบริษัทได้วิจัยพัฒนาโปรตีนสกัดจากข้าว หรือ rice peptides ช่วยลดริ้วรอย กระตุ้นการเกิดผม และสเต็มเซลล์จากข้าวชื่อ Ricallas ซึ่งเป็นสเต็มเซลล์จากพืชชนิดแรก สเต็มเซลล์ข้าวนี้มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางแอนติเอจจิ้ง และกระตุ้นการงอกของผม สามารถจำหน่ายได้ในราคา กก.ละ 30,000-40,000 บาท สร้างมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ขายข้าวสารราคา กก.ละ 30-50 บาท

ก่อนหน้านี้บริษัทมีการพัฒนาและจดสิทธิบัตรนวัตกรรมจากข้าว RICCOSIDE ซึ่งเป็นสารชำระล้างที่ได้จากการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตจากข้าวมาเป็นน้ำตาล และนำมาทำปฏิกิริยากับน้ำมันมะพร้าว สารดังกล่าวสามารถใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตแชมพู สบู่ น้ำยาล้างขนตาจากพืชทดแทนสารเคมี และสารให้ความชุ่มชื้น (MoistuRice) ช่วยทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น กก.ละ 300-400 บาท\

รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด เล่าให้ที่ประชุมฟังว่า “ในเมล็ดข้าวมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบประมาณ 2% ซึ่งเราทดลองสกัดเปปไทด์จากข้าว สามารถเพิ่มมูลค่าจากที่เคยขายข้าวได้ กก.ละ 30-50 บาท หากนำสารสกัดโปรตีนนี้ไปใช้ผลิตอาหารเสริม เครื่องสำอาง ขายได้เพิ่มเป็น กก.ละ 30,000-40,000 บาท ขณะที่ส่วนประกอบอีก 98% ของเมล็ดข้าวเป็นคาร์โบไฮเดรต เรานำมาย่อยเป็นน้ำตาลและทำปฏิกิริยากับน้ำมันมะพร้าว พัฒนาเป็นสารชะล้าง ใช้ผสมในแชมพู น้ำยาล้างขนตา แทนการใช้สารเคมี ขายได้ กก.ละ 300-400 บาท และอยู่ระหว่างพัฒนาทำสเต็มเซลล์จากข้าว ได้ลดริ้วรอยได้ดี หากสามารถพัฒนาต่อยอดก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าข้าวได้มากขึ้น”

“สำหรับแผนการทำตลาดในปีแรก บริษัทเน้นผลิตวัตถุดิบให้กับกลุ่มผู้ผลิตเครื่องสำอาง ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาอยู่ 2-3 ราย และในส่วนของสารชำระล้างแบรนด์ RICCOSIDE ได้มีการจำหน่ายเข้าไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ เช่น บำรุงราษฎร์ ทั้งนี้ วางเป้าหมายว่ายอดขาย 400-500 ล้านบาท” รศ.ดร.พรรณวิภา กล่าว

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานของบริษัท ไดมอนด์ เฟรช โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตน้ำนมข้าวยาคูออร์แกนิกโดยนายสมควร ศรีวิทิตกุล กรรมการผู้จัดการ  เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดข้าวแปรรูปยังเติบโตไปได้อีกมากโดยเฉพาะการแปรรูปเป็นอาหารสุขภาพ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญด้านนี้ และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของบริษัทพบว่า ข้าวมีสารไบโอแอ็กทีฟซึ่งมีคุณสมบัติลดแรงดัน ป้องกันมะเร็งมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงได้นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวยาคู และสามารถส่งออกไปยังตลาดจีนได้


การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว แต่ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรลดความผันผวนของราคาข้าวด้วย สิ่งสำคัญจะต้องสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ และให้ความรู้กับผู้บริโภคให้รู้คุณค่าของข้าว และต้องจดทะเบียนคุ้มครองเครื่องหมายการค้า ป้องกันการลอกเลียนแบบ

แนวโน้มการส่งออกข้าวยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก โดยปี 2563 ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (เกิน 60 ปี) สัดส่วน 12% และ 22% ของประชากรโลก ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับการใช้ “โภชนาบำบัด” หรือการรับประทานอาหารที่เป็นยา จึงเป็นโอกาสที่เกษตรกรไทย ธุรกิจเอกชนและผู้ส่งออกไทย สามารถผลิตตอบโจทย์ได้ก็จะเป็นโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศมากขึ้น


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

รักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ด้วย Food Ingredients ตัวช่วยสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร

รักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ด้วย Food Ingredients ตัวช่วยสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร

ประโยชน์ของ Food Ingredients ตัวช่วยรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ในทุกจาน.เพราะมาตรฐานรสชาติคือหัวใจของธุรกิจร้านอาหาร ไม่ว่าจะมีสาขากี่แห่ง…
pin
1 | 02/04/2025
เคล็ดลับการเพิ่ม Engagement บน IG ฉบับปี 2025

เคล็ดลับการเพิ่ม Engagement บน IG ฉบับปี 2025

ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำการตลาดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ SME เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่…
pin
3 | 31/03/2025
5 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคสำคัญในปี 2025

5 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคสำคัญในปี 2025

5 เทรนด์ผู้บริโภคโลก ปี 2025 โดย Euromonitorล่าสุด ผลสำรวจจาก Euromonitor International ได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค…
pin
10 | 17/03/2025
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า