ซาอุดีฯ Vision 2030 เน้นพึ่งพาตนเอง

SME Go Inter
09/10/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 161 คน
ซาอุดีฯ Vision 2030 เน้นพึ่งพาตนเอง
banner

ข่าวคราวด้านต่างประเทศช่วงนี้ เชื่อว่าหลายท่านให้ความสนใจกับประเทศซาอุดีอาราเบียมากเป็นพิเศษ จากกรณีการถูกโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งของบริษัทซาอุดี อารัมโกในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่ถือเป็นจุดชนวนราคาน้ำมันในตลาดโลกให้เริ่ม แกว่ง อีกครั้ง หรือแม้แต่การเกิดสงครามในตะวันออกกลาง

ทว่าผลกลับไม่ได้เป็นในทางร้ายอย่างที่คิด ดูเหมือนซาอุดีฯ สามารถพื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ม ทั้งสถาบันจัดอันดับรายใหญ่หลาย ๆ แห่งได้ประกาศอันดับความน่าเชื่อถือของซาอุดีอาระเบียขึ้นใหม่หลังเหตุโจมตี ทั้งมูดี้ส์ ที่ยังคงการจัดอันดับเครดิตไว้ที่ระดับเดิม ขณะที่ฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิตของซาอุดีอาระเบียเป็น A ที่มีแนวโน้มมีเสถียรภาพ สิ่งนี้ไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการคลังของซาอุดีฯ เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพและฉับไว

ไม่นานซาอุดีอาระเบียเริ่มผลิตน้ำมันอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังจากที่เหตุโจมตีดังกล่าวทำให้การผลิตน้ำมันลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง โดยกำลังผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียแตะ 11.3 ล้านบาร์เรลต่อวันแล้ว และจะแตะ 12 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะที่ปริมาณน้ำมันน่าจะกลับมาแตะ 9.89 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือนตุลาคม และซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก จะตอบสนองต่อความต้องการน้ำมันของลูกค้าได้ทั้งหมดในเดือนนี้

ถือว่าแก้ปัญหาได้สวยงามและทันท่วงที

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ล่าสุดในปลายเดือนกันยายน 2562 หนังสือ Arab News ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ (ท้องถิ่นฉบับภาษาอังกฤษของซาอุดีฯ ได้นําเสนอข่าว ในหัวข้อ “Saudi project aims to make Kingdom self-sufficient in seafood production” โดยมีรายละเอียดสรุปได้ว่า

นาย Ali Al-Shaikhi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการพัฒนาการประมงแห่งชาติของซาอุดีฯ (Saudi National Fisheries Development Program – NFDP) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลซาอุดีฯ ได้ตั้งเป้าหมายการส่งเสริมอุตสาหกรรมการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องของซาอุดีฯ โดยมุ่งหวังที่จะทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองในการผลิตอาหารทะเล รวมทั้งสามารถที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้ โดยใช้กองทุนเพื่อการพัฒนามูลค่า 1.3 พันล้านริยาลซาอุดีฯ (350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการผลิตปีละ 600,000 ตันภายในปี 2573

ปัจจุบันปริมาณการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณการผลิต 27,000 ตันในปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 77,000 ตันในปี 2561 และเชื่อว่าอุตสาหกรรมด้านนี้จะมีศักยภาพในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการพึ่งพาตนเองให้กับประเทศ รวมทั้งสามารถตอบสนองความต้องการบริโภคอาหารทะเลที่เพิ่มมากขึ้นภายในประเทศ ซึ่งมีปริมาณการนําเข้าโดยเฉลี่ยในช่วงสามปีที่ผ่านมามีมากกว่า 200,000 ตัน มีมูลค่าราว 2.5 พันล้านริยาลซาอุดีฯ โดยมีประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลไปยังซาอุดีฯ รายใหญ่ ได้แก่ ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน อินโดนีเซีย และนอร์เวย์ ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

มุ่งสู่ ซาอุดีฯ Vision 2030

ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ชลประทาน และการเกษตรซาอุดีฯ (Ministry of Environment, Water and Agriculture – MEWA) ได้จัดทําแผนพัฒนาการประมงภายใต้ Vision 2030 โดยกําหนดให้ NFDP เป็นผู้ดําเนินงาน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาสาขาหลักต่าง ๆ อาทิ

(1) การผลักดันการพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น

(2) การจัดทําแผนงานสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น โรงเพาะฟักไข่และโรงงานอาหารสัตว์ อีกทั้ง

(3) มีการวางแผนงานที่จะให้ทุนสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาโดยทํางานร่วมกับมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสัตว์น้ำสายพันธุ์ที่มีอยู่เดิม รวมทั้งศึกษาเทคนิคในการผลิตสําหรับสัตว์น้ำสายพันธุ์ใหม่ ๆ ด้วย

 

โฟกัสการเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียมีแนวชายฝั่งทะเลยาว 2,800 กม. (โดยเฉพาะในฝั่งทะเลแดง) ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความลึกของระดับน้ำทะเลใกล้ชายฝั่งอยู่ที่ 25 ถึง 50 เมตร และมีคลื่นลมที่เหมาะสม จึงทําให้มีศักยภาพสําหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเล โดยปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่ 12 แห่งที่ดําเนินธุรกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางทะเลและน้ำจืดในประเทศตามแนวชายฝั่ง ตั้งแต่เมืองตาบูก (Tabuk) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ไปจนถึงเมืองจาซาน (Azan) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ และยังมีโครงการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดในบริเวณกรุงริยาดอีกด้วย

นอกจากนี้ ซาอุดีฯ ยังมีอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศที่สามารถผลิตไข่ปลาคาเวียร์ได้ โดยบริษัท Caviar Court ซึ่งเป็นผู้ประกอบการผลิตไข่ปลาคาเวียร์ ประสบกับผลสําเร็จด้วยดีในอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันสินค้าผลิตภัณฑ์ประมงของซาอุดีฯ มีการพัฒนาในด้านคุณภาพและมาตรฐาน โดยผ่านการรับรองและติดฉลากตามโปรแกรม SAMAQ ซึ่ง NFDP ได้ตั้งความหวังที่จะเปิดตลาดส่งออกใหม่ ๆ ในประเทศต่าง ๆ อาทิ จีน และรัสเซีย ให้กับผู้ประกอบการซาอุดีฯ อีกด้วย

ปัจจุบัน NFDP ได้จัดทําระเบียบการลงทุน (ready-to-invest packages) ที่สามารถลดระยะเวลาในการออก ใบอนุญาตลงเหลือเพียง 3 เดือน และยังทํางานร่วมกับกองทุนเพื่อการพัฒนาการเกษตร (Agricultural Development Fund – ADF) และกองทุนเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมซาอุดีฯ (Saudi Industrial Development Fund – SIDF) เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสําหรับโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง SIDF พร้อมที่จะให้เงินทุนสนับสนุนในบางโครงการมากถึง 75% และเพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมในด้านนี้ NFDP ยังเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับสํานักงานการลงทุนทั่วไปซาอุดีฯ (Saudi Arabian General Investment Authority – SAGIA) ให้กับนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพเพื่อที่จะเข้าสู่ตลาดได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

ข้อสนเทศและข้อสังเกตเพิ่มเติม คือปัจจุบัน ชาวซาอุดีฯ ได้เพิ่มความนิยมการบริโภคสินค้าอาหารทะเลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเจดดาห์ที่อยู่บริเวณฝั่งทะเลแดงมีการจําหน่ายอาหารทะเลสด โดยเฉพาะปลาทะเลขนาดใหญ่ต่าง ๆ กุ้ง ปู และปลาหมึกในซุปเปอร์มาร์เกตเป็นจํานวนมาก รวมถึงมีการจําหน่ายปลาน้ำจืดแช่แข็งอีกด้วย

ซาอุดีฯ เห็นความเสี่ยงในการพึ่งพาเศรษฐกิจจากน้ำมันไปสู่การพึ่งพิงตัวเองโดยพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตอาหาร


สบโอกาสการค้าไทย – ซาอุดีย์ฯ

ในส่วนของไทยซึ่งเป็นประเทศที่ซาอุดีฯ ระบุว่ามีการนําเข้าสินค้าอาหารทะเลอย่างมาก ส่วนใหญ่ได้แก่ ปลากระป๋อง (ซึ่งตลาดน่าจะเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยในซาอุดีฯ) และปลาน้ำจืดแช่แข็ง (ซึ่งปัจจุบัน ซาอุดีฯ เริ่มดําเนินมาตรการห้ามนําเข้าจากตลาดต่าง ๆ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย แต่ยังคงอนุญาตสําหรับสินค้าไทย) ซึ่งในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ได้รับข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเจดดาห์ ว่าทางการซาอุดีฯ ได้ระงับการนําเข้าสินค้าประมงของไทย เนื่องจากมิได้ทําการลงทะเบียนตามระบบใหม่ ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ทําการเจรจาจนสามารถนําเข้าได้ชั่วคราวในขณะนี้ โดยผู้ประกอบการไทยต้องลงทะเบียนให้ถูกต้องก่อนการส่งสินค้าในคราวต่อไป ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าซาอุดีฯ เริ่มที่จะมีการใช้กลไกเพื่อกีดกันการนําเข้าสินค้าดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นด้วย

ไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาในอุตสาหกรรมการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมากประเทศหนึ่งของโลก จึงเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสที่การส่งเสริมความร่วมมือกับซาอุดีฯ ภายใต้การดําเนินตามนโยบาย Vision 2030 รวมทั้งเพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไทย-ซาอุดีฯ เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมที่จะสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของซาอุดีฯ อาทิ โรงงานอาหารปลา โรงงานเพาะเลี้ยงพันธ์ปลา ที่ซาอุดีฯให้ความสนใจ

อ้างอิง : สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์

เศรษฐกิจแดนมังกร ท่ามกลางสงครามการค้า 

ปากีสถานเตรียมถอน VAT ร้อยละ 3 กลุ่มสินค้านำเข้า


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
229263 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
50537 | 12/06/2019
Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร SME Go Inter

Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร

ยุคสมัยนี้ เป็นที่รู้กันว่า “นักช็อปปิ้งชาวจีน” จะให้น้ำหนักกับคำว่า “ของแท้” (Genuine Product Guarantee) อยู่เหนือปัจจัยด้านราคาและระยะเวลาขนส่งเวลา...
19345 | 02/07/2019
banner
banner