จับตา! เศรษฐกิจสิงคโปร์หลังเลือกตั้ง

SME Go Inter
04/08/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 431 คน
จับตา! เศรษฐกิจสิงคโปร์หลังเลือกตั้ง
banner

เป็นที่ทราบกันดีว่า 'สิงคโปร์' รั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลกในปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยการจัดอันดับของสถาบัน Institute of Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เกณฑ์สำคัญของการจัดอันดับดังกล่าววิเคราะห์จากประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และประสิทธิภาพของภาครัฐ ซึ่งสิงคโปร์มีความโดดเด่นทั้งจากเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่ง มาตรการด้านการค้าและการลงทุน การจ้างงาน ตลอดจนมาตรการตลาดแรงงาน มีการวิเคราะห์ว่า

ประเด็นที่สำคัญที่กลุ่มประเทศที่มีอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันดีในระดับท็อป 5 ในปีนี้ คือเป็นกลุ่มประเทศที่มีขนาดเล็ก ที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจดี และสามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งภาครัฐของสิงคโปร์แสดงให้เห็น ขณะที่อีกหลายประเทศถูกลดระดับขีดความสามารถในการแข่งขันลง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จากอันดับที่ 3 ไปอยู่อันดับที่ 10 ฮ่องกงจากอันดับที่ 2 ไปอยู่อันดับที่ 5 และจีนจากอันดับที่ 14ไปอยู่อันดับที่ 20 จากปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ล่าสุดสิงคโปร์ในฐานะประเทศชั้นนำในกลุ่มอาเซียนได้ก้าวสู่การบริหารงานของรัฐบาลใหม่ หลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งพรรครัฐบาล People's Action Party (PAP) ยังคงรับชัยชนะจากการเลือกตั้งป็นสมัยที่ 15 ติดต่อกัน และคาดว่านายลี เซียน ลุง (Lee Hsien Loong) ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของพรรคจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณ และส่งไม้ต่อในรุ่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะชนะแต่กลับได้คะแนนเสียงลดลงจากครั้งก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของชาวสิงคโปร์ที่มีต่อรัฐบาล หลังจากเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเสมือนว่าประเด็นนี้จะเป็นความท้าทายของความนิยมในรัฐบาลไม่น้อย

เหตุผลสำคัญจากการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ที่เชื่อมโยงกับปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งตัวเลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ปี 2563 ของสิงคโปร์ หดตัวลงถึง 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอัตรากการหดตัวต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ว่าจะหดตัวเพียง 10.5%

โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการ Circuit Breaker ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2563 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ประกอบกับการแก้ปัญหาเรื่องผลพวงจากสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์ ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2562 มีผลให้จีดีพีสิงคโปร์ในปีนั้นเติบโตเพียง 0.7% เท่านั้น จากการที่สิงคโปร์เป็นหนึ่งในห่วงโซ่การผลิตที่พึ่งพาการส่งออกไปยังจีนและสหรัฐ


สุดท้ายคือประเด็นเรื่องที่ชาวสิงคโปร์เกิดความไม่มั่นใจในตัวของนาย Heng Swee Keat ซึ่งถูกวางตัวเป็นผู้นำสิงคโปร์ต่อจากนาย Lee Hsien Loong ซึ่งสะท้อนจากผลการเลือกตั้งในพื้นที่เขต East Coast ที่ฝ่ายรัฐบาลชนะด้วยคะแนนเฉียดฉิว 53.4% แต่ 46.6%

จากนี้ไปประเด็นเหล่านี้โจทย์สำคัญที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องเร่งทำงานอย่างหนัก เพื่อฟื้นความมั่นใจจากประชาชน และนักธุรกิจจากทั่วโลกจะต้องจับตามองต่อไปว่าการส่งไม้ต่อทายาททางการเมืองรุ่นที่ 4 ของพรรค สู่มือ Heng Swee Keat จะส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


วิเคราะห์เศรษฐกิจ 6 ชาติอาเซียนจากปัจจัย COVID-19

เจาะตลาดสินค้าสุขภาพและความงามในสิงคโปร์


 


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้…
230848 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ…
82958 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ…
36417 | 21/01/2020
จับตา! เศรษฐกิจสิงคโปร์หลังเลือกตั้ง