โอกาสเครื่องสำอางไทยเจาะตลาดเมียนมา

SME Go Inter
27/03/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 752 คน
โอกาสเครื่องสำอางไทยเจาะตลาดเมียนมา
banner

ตลาดความงามในเมียนมาถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ในอาเซียนที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยโอกาส และกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ที่ผู้ประกอบการแบรนด์เครื่องสำอางไทยต้องไม่พลาดเข้าไปแย่งส่วนแบ่งตลาดแห่งนี้ ซึ่งเมื่อมองโอกาสและความเป็นไปได้นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะแบรนด์สินค้าไทยยังคงเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มผู้บริโภคชาวเมียนมาอย่างเหนียวแน่น

จากข้อมูลของกรมศุลกากร ระบุว่าการเติบโตของตลาดความงามในเมียนมาพุ่งทะยานแตะหลักพันล้านบาทมานับตั้งแต่ปี 2561 เพราะได้รับอานิสงส์มาจากการเมียนมาเปิดประเทศเข้าสู่เป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2554 เป็นต้นมา

ส่งผลให้กลุ่มทุนจากต่างชาติไหลทะลักเข้าไปลงทุนและการค้าในรูปแบบต่างๆ มากมาย เป็นแรงช่วยผลักดันเศรษฐกิจเมียนมามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวเมียนมาที่มีอยู่กว่า 54 ล้านคน มีรายได้สูงขึ้นจนสามารถใช้จับจ่ายซื้อสินค้าแฟชั่น แบรนด์ดังรวมไปถึงสินค้าความสวยงามเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


จุดเด่น เมดอินไทยแลนด์คนเมียนมารับรู้แบรนด์เป็นอย่างดี

ในยุคปัจจุบันศักยภาพและกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริโภคชาวเมียนมา เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลก จึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ความงามจากประเทศไทย ที่จะเข้าบุกตลาดความงามในเมียนมาอย่างจริงจัง และครองส่วนแบ่งตลาดให้อยู่ในใจของกลุ่มผู้บริโภค

ซึ่งผู้ประกอบการไทยได้เปรียบคู่แข่ง เนื่องจากสภาพสังคมของชาวเมียนมาที่มีความคุ้นเคยสินค้าผลิตในเมืองไทยเป็นอย่างดี จากการบอกปากต่อปากคนที่เคยทำงานในเมืองไทยมาก่อน และการค้าผ่านแนวชายแดนที่มีความสัมพันธ์มานานหลายศตวรรษ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความนิยมสินค้าไทยในตลาดเมียนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงพูดได้ว่า ชาวเมียนมาส่วนใหญ่เชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าที่ผลิตและนำเข้ามาจากประเทศไทย

นอกจากนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลและสมาร์ทโฟน ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของชาวเมียนมา ไม่แตกต่างจากชาวไทย ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวเมียนมาเปลี่ยนเข้าสู่สังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ เช่น ย่างกุ้ง, มัณฑะเลย์, เนปิดอร์ ที่ผู้ประชาชนหันมาใช้แอพพลิเคชั่นโซเชียลอย่างแพร่หลาย เช่น Facebook , Viber, Line สำหรับไว้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน แทนการโทรศัพท์หากันแบบเดิม

รวมไปถึงได้เสพสื่อทีวีจากประเทศไทย เช่น รายการทีวี, โฆษณา ฯลฯ ดังนั้นการเติบโตของยุคดิจิทัลจึงเป็นผลดีต่อแบรนด์ของผู้ประกอบการไทย ช่วยทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ง่ายขึ้น เข้าถึงเทรนด์สินค้าความงามใหม่ๆ รวมทั้งช่วยในการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน คนรุ่นใหม่แห่ตามกระแสแฟชั่นรักสวยรักงาม

ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาววัยแรงงานของชาวเมียนมา เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงจากอดีตอย่างสิ้นเชิง และหันมาให้ความนิยมสินค้าแบรนด์ดัง เครื่องสำอางมียี่ห้อเพิ่มขึ้น ทุกวันนี้วิถีชีวิตของชาวเมียนมา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ต่างเข้าสู่สังคมของความเป็นเมืองที่ทันสมัย มีรายได้สูงมากยิ่งขึ้น การจับจ่ายใช้สอยไปกับสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดัง

รวมถึงเครื่องสำอาง ทำให้ผู้คนในเมียนมาเปิดรับสินค้าจากภายนอกประเทศมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกในเมียนมามีอัตราเติบโตไม่หยุด มีส่วนสำคัญทำให้สินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง มีโอกาสเข้าไปวางจำหน่ายได้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเครื่องสำอางระดับกลางถึงบน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้หนุ่มสาววัยแรงงาน (คิดเป็น 70% ของประชากรทั้งหมด) ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างสูง


กลุ่มลูกค้าตลาดบนรายได้สูง ฮิตช้อปสินค้าแบรนด์แนมเอเชีย

ตลาดเครื่องสำอางในเมียนมาส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ตลาดระดับกลางถึงบน จะเป็นกลุ่มเครื่องสำอางที่มีวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องสำอางที่มีแบรนด์ มีคุณภาพ และราคาค่อนข้างสูง นำเข้าจากฝั่งเอเชียอย่างไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น

มีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือลูกค้าในตลาดบนที่มีระดับรายได้ และการศึกษาค่อนข้างสูง รวมถึงกลุ่มคนชนชั้นกลางวัยแรงงาน โดยเครื่องสำอางของไทยเน้นเจาะตลาดกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่

ขณะที่เครื่องสำอางในตลาดระดับกลางถึงล่าง มักมีวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ตามย่านตลาดสด หรือร้านค้าปลีกทั่วไปแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดล่างที่มุ่งเน้นสินค้าราคาต่ำ โดยไม่สนใจต่อคุณภาพสินค้ามากนัก โดยแหล่งนำเข้าส่วนใหญ่มาจากจีนและอินเดีย

 

ธุรกิจความสวยงามอาเซียนเปิดศึกแข่งเดือดไม่แพ้ตลาดโลก

ตลาดความสวยงามและเครื่องสำอางในภูมิภาคอาซียนมีมูลค่าการเติบโตสูงขึ้นทุกปี ที่ คุณรุ่งระวี กิตติสินชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมลอทท์ แลบบอราทอรีส์ จำกัด มองว่าแนวโน้มในอนาคตตลาดเกิดการแข่งขันรุ่นแรงไม่แพ้ตลาดโลก เนื่องจากกลุ่มหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เป็นวัยทำงานมีแรงซื้อ พร้อมจะทุ่มเงินจับจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์แนมที่ชื่นชอบและหลงไหลตามกระแสแฟชั่นโลก

ทำให้มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกิดใหม่เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังมีรูปแบบนำเสนอสินค้าที่หลากหลายกว่าเดิม อาทิ เทรนด์ผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ Packaging ที่แตกต่างพกพาสะดวก ราคาต่อหน่วยที่ถูกลง โดยเฉพาะช่องทางการขายที่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากช่องทางเดิมๆ ใน Modern trade, Convenient store, Beauty shop, Retail shop

และการบุกทาง Online โดยกลุ่ม Startup, ดารานักแสดง, Net Idol ผ่าน Social Media ต่างๆ ที่มีต้นทุนต่ำและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้พฤติกรรม Brand Loyalty ของผู้บริโภคลดลง และนำมาซึ่งการตัดสินใจใช้สินค้าใหม่ๆ แบรนด์ใหม่ๆ ง่ายขึ้น

คุณรุ่งระวี บอกอีกว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดเครื่องสำอางมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Mass ระดับกลางและระดับล่าง ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการใหม่, กลุ่มผู้ขายสินค้านำเข้า หรือแม้แต่กลุ่ม Global Brand เอง ก็เริ่มพัฒนา Collection ที่ถูกลง เพื่อเข้าหาลูกค้ากลุ่ม Mass มากขึ้น รวมถึงออก Fighting brand ใหม่ๆ ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อเข้าแย่งส่วนแบ่งในตลาดระดับรองลงมา และเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสินค้านั้นๆ

“ตลาดเครื่องสำอางเป็นตลาดที่มีความใหญ่เป็นอันดับต้นทั้งในไทย, อาเซียนและต่างประเทศ ดังนั้นสิ่งที่สามารถนำพาแบรนด์ไปสู่ความสำเร็จได้ คือการจับจุดเด่นตัวเองให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้มากที่สุด กล่าวคือตัวสินค้าต้องมีนวัตกรรมและคงคอนเซปต์ที่ชัดเจน รวมถึงต้องตามเทรนด์ใหม่ๆ จับกระแสเทนรด์ขอโลกอยู่ตลอดเวลา”

ทั้งนี้ แบรนด์ที่ดีควรมีสินค้าหลายขนาด หลายรูปแบบไม่จำเจ ให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกหลากหลายในราคาที่เอื้อมถึง ที่สำคัญควรรู้จักประเทศคู่ค้าให้ดี อาทิ ทำความเข้าใจด้านกฎหมายการค้า กระบวนการภาษี การขนส่ง ราคาที่เหมาะสม และมีการส่งเสริมการตลาดที่ดี อย่างด้านโปรโมชั่นหรือสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศนั้นๆ เป็นต้น



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<  


สำรวจโอกาสบุกตลาดออนไลน์ในอินเดีย

ตลาดเครื่องสำอางอินโดนีเซียโตสวนกระแส


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230282 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
81322 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
34902 | 21/01/2020
banner