สหรัฐฯ คุมเข้มขอวีซ่าต้องเช็กโซเซียลย้อนหลัง 5 ปี

SME Update
05/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 899 คน
สหรัฐฯ คุมเข้มขอวีซ่าต้องเช็กโซเซียลย้อนหลัง 5 ปี
banner

เมื่อเร็วๆ นี้ทางกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐที่ออกใหม่ ได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบผู้ย้ายถิ่นฐานและนักท่องเที่ยวให้เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัย โดยได้ขอให้ผู้ยื่นขอวีซ่าเกือบทุกคนต้องยื่นข้อมูลโซเชียลมีเดียของตนเองประกอบคำร้องด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมที่สหรัฐฯ จะใช้ตรวจสอบประวัติของผู้ยื่นขอวีซ่า ครอบคลุมตั้งแต่ชื่อผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ที่อยู่อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงสถานะการเดินทางระหว่างประเทศและการถูกส่งตัวกลับในช่วง 5 ปีเช่นกัน อีกทั้งยังต้องรายงานข้อมูลว่ามีสมาชิกรายใดในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมก่อการร้ายหรือไม่

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯระบุว่า “เราให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติเป็นลำดับแรกเมื่อพิจารณาคำร้องขอวีซ่า นักท่องเที่ยวและผู้ย้ายถิ่นฐานทุกคนล้วนต้องผ่านการตรวจสอบด้านความมั่นคงอย่างเข้มข้น ทั้งกำลังมองหากลไกที่จะช่วยปรับปรุงกระบวนการคัดกรองอยู่เสมอ เพื่อปกป้องชาวอเมริกัน และสนับสนุนการเดินทางอย่างถูกกฎหมายมายังสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามนโยบายนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันถูกเสนอมาตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว และเพิ่งมีผลหลังแบบคำร้องขอวีซ่าฉบับแก้ไขใหม่ได้รับการอนุมัติ ผู้ที่ได้รับการยกเว้นมีเพียงผู้ยื่นขอวีซ่าที่เป็นนักการทูตและข้าราชการบางส่วนเท่านั้น


โดยนโยบายนี้จะใช้กับผู้ยื่นขอวีซ่าเกือบทุกคนที่ยื่นขอวีซ่าถาวร (immigrant visa) และวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (nonimmigrant visa) รวมทั้งผู้ที่ยื่นขอวีซ่าเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและทางการศึกษา ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ประเมินว่านโยบายใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ยื่นขอวีซ่าถาวรจำนวน 710,000 คน และผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวอีก 14 ล้านคนต่อปี

ทั้งในอดีตสหรัฐฯ เคยมีมาตรการที่คล้ายคลึงกันเช่นนี้ แต่ก็ส่งผลให้ผู้ยื่นขอวีซ่าที่ต้องผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดมีเพียงราว 65,000 คนต่อปีเท่านั้น ตัวอย่างผู้ที่เข้าข่ายมาตรการในอดีตเช่น ผู้ที่มีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ถูกควบคุมโดยผู้ก่อการร้าย

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ประกาศขอโซเชียลมีเดียไว้ทั้งหมด 20 แพลตฟอร์มด้วยกัน ซึ่งในจำนวนนั้นมีโซเชียลมีเดียที่คนไทยคุ้นเคย เช่น เฟซบุ๊ก ฟลิกเกอร์ กูเกิลพลัส อินสตาแกรม ลิงค์อิน มายสเปซ พินเทอเรสต์ เรดดิท ซินล่างเว่ยโป๋ ทวิตเตอร์ ทัมเบลอร์ และยูทูบ ส่วนในอนาคตอาจมีรายชื่อเพิ่มขึ้นอีก

อ้างอิง : China Xinhua News


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
63317 | 11/06/2019
ทุเรียนไทยอาจเสียแชมป์ส่งออกในมาเลเซีย SME Update

ทุเรียนไทยอาจเสียแชมป์ส่งออกในมาเลเซีย

ปี 2562  ถือเป็นทองของ ทุเรียนไทย ที่ทางนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประเมินว่ามีราคาสูงถึง 5 เท่าของต้นทุน เนื่องจากตลาดต่า...
4002 | 28/05/2019
ธุรกิจร้าน "ราคาเดียว"ทำไง ให้อยู่รอด SME Update

ธุรกิจร้าน "ราคาเดียว"ทำไง ให้อยู่รอด

แทบไม่น่าเชื่อว่า ธุรกิจร้าน “สินค้าราคาเดียว” ขายกันตั้งแต่ทุกอย่าง 10 บาท ,20 บาทและ60 บาทไปจนถึง 69 บาทจะได้รับความนิยมอย่างมากจนผุดขึ้นราวดอกเห็...
3079 | 16/06/2019
banner
banner