“เทพไทย โปรดัคท์” คว้ารางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น 2569 ตอกย้ำพลัง SME ไทยเติบโตยั่งยืนด้วย ESG และ Good Governance
ในโลกธุรกิจยุคใหม่ “ความน่าเชื่อถือ” มีมูลค่ามากพอ ๆ กับ “กำไร” วันที่ 9 มีนาคม 2569 บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด ได้รับรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น ซึ่งเป็นรางวัลยกย่ององค์กร SME ที่ดำเนินธุรกิจด้วยหลัก Good Governance อย่างแท้จริง
การได้รับรางวัลครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่คือภาพสะท้อนว่า SME ไทยสามารถเติบโตด้วยมาตรฐาน ESG ได้จริง บทความนี้จะพาผู้อ่านเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า
-
ธรรมาภิบาลคืออะไร
-
ESG เชื่อมโยงกับ SME อย่างไร
-
รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร
-
เทพไทยก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
-
และบทเรียนเชิงกลยุทธ์ที่ SME ไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
ธรรมาภิบาล (Good Governance) คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อ SME
ธรรมาภิบาล (Good Governance) คือหลักคิดสำคัญที่สามารถนำมาเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิต หรือการบริหารธุรกิจอย่าง “ถูกต้อง–เป็นธรรม–ตรวจสอบได้” บนหลักของความซื่อสัตย์ โปร่งใส มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งการมีธรรมาภิบาลที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้เกิดภูมิคุ้มกันและเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว
ในภาคเอกชน แนวคิดนี้มักเรียกว่า “บรรษัทภิบาล” (Corporate Governance) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นในองค์กร
6 หลักพื้นฐานของ Good Governance
หลักนิติธรรม (Rule of Law)
บริหารงานภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และเคารพสิทธิของทุกฝ่าย
หลักคุณธรรม (Morality)
ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นในจริยธรรม
หลักความโปร่งใส (Transparency)
เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างเหมาะสม สามารถตรวจสอบได้ มีการควบคุมภายในที่ชัดเจน สร้างความไว้วางใจ
หลักการมีส่วนร่วม (Participation)
เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะ
หลักความรับผิดชอบ (Accountability)
ผู้บริหารและองค์กรพร้อมรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงานทั้งในด้านบวกและด้านที่ต้องปรับปรุง
หลักความคุ้มค่า (Cost-effectiveness)
ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว
สำหรับ SME หลักทั้ง 6 ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือเครื่องมือบริหารความเสี่ยง สร้างความน่าเชื่อถือ และวางรากฐานสู่การขยายธุรกิจอย่างมั่นคง
ESG คืออะไร และเหตุใดธรรมาภิบาลจึงเป็นหัวใจของความยั่งยืน
ESG ย่อมาจาก Environmental, Social, and Governance เป็นแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึง 3 มิติหลัก ได้แก่
-
E (Environment) การจัดการสิ่งแวดล้อม ลดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
-
S (Social) การดูแลพนักงาน ความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
-
G (Governance) การบริหารจัดการที่โปร่งใส มีโครงสร้างการกำกับดูแลที่ดี ต่อต้านการทุจริต
Governance คือแกนกลางของ ESG
แม้ ESG จะประกอบด้วย 3 มิติ แต่ “G – Governance” คือแกนกลางที่เชื่อมโยง E และ S ให้เกิดผลจริง หากองค์กรไม่มีธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง การดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมอาจเป็นเพียงภาพลักษณ์ แต่เมื่อมีระบบกำกับดูแลที่ดี ESG จะกลายเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับธุรกิจอีกด้วย
สำหรับ SME ที่ต้องการเข้าถึงตลาดสมัยใหม่ หรือแม้แต่แหล่งทุนในอนาคต ESG ไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือมาตรฐานใหม่ของธุรกิจโลก
รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น คืออะไร และมีบทบาทอย่างไรต่อ SME ไทย
รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น เป็นรางวัลที่ยกย่ององค์กรธุรกิจ SME และกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่ดำเนินงานด้วยหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยยึดแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของบุคคลที่ดำเนินชีวิตด้วยหลักธรรมาภิบาลตลอดช่วงชีวิต สำหรับ "รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น" จัดขึ้นโดยสถาบันพันธมิตร 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) และสมาคมธนาคารไทย โดยจัดการมอบรางวัลผู้ที่มีผลงานด้านธรรมาภิบาลดีเด่นตั้งแต่ปี 2544 เพื่อสนับสนุนและสร้างแรงกำลังใจให้กับผู้ประกอบธุรกิจ SME ให้ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ประเภทรางวัลหลัก ได้แก่
-
รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น
-
รางวัลด้านการปฏิบัติต่อพนักงาน
-
รางวัลด้านการปฏิบัติต่อผู้บริโภค
-
รางวัลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
การได้รับรางวัลนี้จึงสะท้อนว่าองค์กรมีระบบบริหารที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการดำเนินธุรกิจตามปกติ แต่มีการยกระดับมาตรฐานอย่างชัดเจน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งการดำเนินธุรกิจให้มั่นคงและยั่งยืนจะต้องได้รับ “ความเชื่อถือ” จากลูกค้าและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งสร้างได้จากการมีธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ
เส้นทางของ “เทพไทย” จากภูมิปัญญาครอบครัวสู่แบรนด์สมุนไพรระดับประเทศ
เรื่องราวของ “เทพไทย โปรดัคท์” สะท้อนพลังของธุรกิจครอบครัวไทยที่เติบโตจากฐานภูมิปัญญาสมุนไพรสู่ระบบการบริหารสมัยใหม่ ก่อรูปจากสูตรยาสีฟันสมุนไพรที่สืบทอดจากรุ่นคุณปู่ ผู้ซึ่งเป็นแพทย์ทหาร ใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ใช้สมุนไพรต่างๆ ที่หาได้ในประเทศไทย เพื่อรักษาบรรเทาผู้ป่วยตามหมู่บ้านต่างๆ ในสมัยสงคราม และได้มีการถ่ายทอดภูมิปัญญานี้มาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ด้วยความเชื่อที่ว่า “ธรรมชาติคือตัวแทนสวรรค์ สมุนไพรคือสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้มนุษย์” จึงเป็นที่มาของชื่อ “เทพไทย” ปัจจุบัน คุณกร สุริยพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ และทายาทรุ่นใหม่เข้ามาบริหารธุรกิจ ได้วางโครงสร้างองค์กร พัฒนาโรงงานและมาตรฐานการผลิต ขยายสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด พร้อมการสื่อสารแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จน “เทพไทย” เป็นหนึ่งในยาสีฟันสมุนไพรที่ผู้บริโภครู้จักกว้างขวาง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงยอดขายที่เติบโต แต่คือการยืนอยู่บน “หลักธรรมาภิบาล” อย่างเป็นรูปธรรม
หลักธรรมาภิบาลด้านพนักงาน : เสมอภาค โปร่งใส มีส่วนร่วม เติบโตไปด้วยกัน
เชื่อว่า “แบรนด์จะแข็งแรงได้ ต้องเริ่มจากทีมงานที่มีความสุข” บริษัทจึงบริหารคนด้วยความเสมอภาค โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตั้งแต่ระบบผลตอบแทนที่เป็นธรรม ไปจนถึงสิทธิ์การเข้าถึงโอกาสการพัฒนาอย่างเท่าเทียม เปิดพื้นที่ให้พนักงานทุกระดับ “มีส่วนร่วม” ในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางปรับปรุงงาน ผ่านเวทีสื่อสารประจำและวงประชุมข้ามทีม นอกจากนี้ ยังมี “แผนพัฒนาบุคลากร” ที่ชัดเจน ทั้งการพัฒนาบุคคลากรและกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เพื่อยกระดับความรู้ เพิ่มทักษะ ตลอดจนการปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานที่ยึดหลักคุณธรรม ส่งผลให้พนักงานมีความสุข ได้เติบโต และพร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานขององค์กรไปข้างหน้า
หลักธรรมาภิบาลด้านผู้บริโภค : มาตรฐานเข้ม พิสูจน์ได้ สร้างความเชื่อถือ
บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด ให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ-ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค บริษัทเดินหน้าคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรับรองมาตรฐาน ISO 22716 : 2007, ISO 9001:2015, Good Manufacturing Practice (GMP), Halal, และ THAILAND TRUST MARK บนพื้นฐานของจรรยาบรรณวิชาชีพ มีความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคโดยเสมอมา พร้อมสั่งสม “หลักฐานเชิงคุณภาพ” จากการทดสอบ การรับรอง และเสียงสะท้อนจากลูกค้า-คู่ค้าจริง ทำให้ยาสีฟันสมุนไพร “เทพไทย” เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและเป็นที่นิยมในตลาด ความโปร่งใสในการสื่อสารข้อมูลสินค้า และความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ คือรากฐานความไว้วางใจที่แบรนด์สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง
หลักธรรมาภิบาลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม : ใส่ใจโลก สนับสนุนชุมชนไทยให้เติบโต
บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยจัดสรรงบประมาณในการบริหารจัดการพลังงานภายในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยมลพิษ และลดของเสีย ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคมเปิดโอกาสการจ้างงานแก่ “คนในพื้นที่” ให้เติบโตไปพร้อมองค์กร และสนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคงผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบสมุนไพรในประเทศไทย และเพื่อยกระดับคุณภาพทั้งห่วงโซ่ ยังส่งต่อการสนับสนุนผ่านกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากและฟัน โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบสาธารณูปโภคให้กับชุมชน สังคม โรงเรียน ผู้ที่ด้อยโอกาส องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อน “ธรรมาภิบาลเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม”
เทพไทยกับรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น ปี 2569
รางวัลนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า SME ไทยสามารถเติบโตด้วยคุณธรรมและระบบที่ดีได้จริง และ “เทพไทย โปรดัคท์” ถือเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการ SME ไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลครบทุกด้าน และเป็นบทพิสูจน์ที่ยืนยันว่าความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากคำประกาศ แต่เกิดจากการลงมือทำ-ดูแลคนให้ดี ผลิตสินค้าที่เชื่อถือได้ และรับผิดชอบต่อสังคม–สิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ นี่คือเส้นทางของธุรกิจครอบครัวไทยที่เติบโตบนรากฐานธรรมาภิบาล
บทบาทของธนาคารกรุงเทพในการผลักดัน SME ไทยสู่ “ธรรมาภิบาล”
ธนาคารกรุงเทพยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในบทบาท “เพื่อนคู่คิดธุรกิจ SME” ที่ไม่เพียงทำหน้าที่สถาบันการเงินที่สนับสนุนสินเชื่อ แต่ยังขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านธรรมาภิบาลสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริงในองค์กรทั่วประเทศ ธนาคารทำงานร่วมกับภาคีอย่างต่อเนื่อง ผลักดันลูกค้าที่มีศักยภาพขึ้นสู่เวทีต่าง ๆ รวมถึง เวที “รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น” ซึ่งจัดเป็นวาระประจำทุกปี เพื่อยกย่ององค์กรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เมื่อ SME ยืนอยู่บนธรรมาภิบาลอย่างชัดเจน ความน่าเชื่อถือ ในสายตาลูกค้า–คู่ค้า–สถาบันการเงินย่อมสูงขึ้น เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ที่เหมาะสม และเกิด การเติบโตอย่างยั่งยืนเชิงโครงสร้าง พร้อมแข่งขันในระดับสากล ท่ามกลางโลกธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้น นี่คือข้อพิสูจน์ว่า ธนาคารกรุงเทพไม่ใช่แค่ผู้ให้เงินลงทุน แต่คือ “เพื่อนคู่คิด” ที่เดินไปกับ SME ไทยในทุกก้าว
บทสรุป: ธรรมาภิบาลไม่ใช่ทางเลือก แต่คือมาตรฐานใหม่ของ SME
ในยุคที่โลกธุรกิจให้ความสำคัญกับ ESG และความโปร่งใส “ธรรมาภิบาล” ไม่ใช่เพียงคำสวยหรู แต่คือรากฐานของความมั่นคง เทพไทย โปรดัคท์ แสดงให้เห็นว่า การสืบทอดภูมิปัญญาครอบครัว ผสานกับระบบบริหารที่โปร่งใส สามารถนำพา SME ไทยก้าวสู่ความสำเร็จระดับประเทศได้
รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น ปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงเกียรติยศขององค์กรหนึ่ง แต่เป็นแรงบันดาลใจให้ SME ไทยตระหนักว่า ความยั่งยืนเริ่มต้นจากการบริหารที่ถูกต้อง และเติบโตได้อย่างมั่นคงเมื่อมีธรรมาภิบาลเป็นฐานราก