ทายาทรุ่นใหม่ ต่อยอดของดีในตำนาน สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจครอบครัว
SME InsightsFamily Business

ทายาทรุ่นใหม่ ต่อยอดของดีในตำนาน สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจครอบครัว

22 ต.ค. 2569
|
11

ธุรกิจครอบครัวหลายแห่งนั่งอยู่บน "สินทรัพย์" ที่ยังไม่เคยถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์มาก่อน อาจเป็นสูตรที่ทำกันมาสามสิบปี เมนูที่ลูกค้าประจำสั่งซ้ำทุกครั้ง หรือองค์ความรู้เฉพาะทางที่สั่งสมมาหลายรุ่น สิ่งเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นแค่ "ของเดิม" ที่ทำควบคู่ไปกับธุรกิจหลัก ไม่ใช่สิ่งที่จะแยกออกมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้

แต่สำหรับทายาทธุรกิจครอบครัวหลายคน จุดเริ่มต้นของการต่อยอดธุรกิจครอบครัวไม่ได้มาจากไอเดียใหม่ทั้งหมด แต่มาจากการมองย้อนกลับไปหาสิ่งที่มีอยู่แล้ว แล้วตั้งคำถามใหม่ว่า "สิ่งนี้แยกออกมาเป็นธุรกิจของตัวเองได้ไหม"

เมื่อสิ่งที่ "มีอยู่แล้ว" อาจเป็นธุรกิจใหม่ที่ยังไม่ได้เริ่ม

ความแตกต่างสำคัญระหว่างการต่อยอดสินทรัพย์เดิมกับการเริ่มธุรกิจใหม่ คือจุดตั้งต้น เพราะธุรกิจครอบครัวมีทั้งผลิตภัณฑ์ องค์ความรู้ ชื่อเสียง และความไว้วางใจจากลูกค้าที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับวิธีนำเสนอสินค้าเดิมให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ หรือการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงธุรกิจหลัก

จุดนี้คือสิ่งที่ทำให้การสืบทอดธุรกิจไม่ได้หมายความว่าทายาทต้องรับช่วงบริหารธุรกิจเดิมแบบเดียวกับที่รุ่นก่อนทำมาเท่านั้น แต่สามารถมีบทบาทเป็นคนที่มองเห็นมูลค่าที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่ครอบครัวมีอยู่แล้ว แล้วออกแบบวิธีส่งมอบคุณค่านั้นให้กับตลาดกลุ่มใหม่

ส่งต่อธุรกิจครอบครัวจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ทำไมการต่อยอดสินทรัพย์เดิม จึงเป็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจครอบครัว

ลดความขัดแย้งทางอารมณ์ในครอบครัว

สำหรับผู้ก่อตั้งรุ่นแรก การเห็นทายาทนำสิ่งที่ตัวเองสร้างมาต่อยอด มักรู้สึกปลอดภัยกว่าการเห็นทายาทเริ่มธุรกิจใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรากเหง้าเดิมเลย เพราะไม่ใช่การทิ้งตัวตนที่สร้างมา แต่เป็นการขยายผลจากสิ่งที่ภาคภูมิใจอยู่แล้ว แรงต้านการเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัวจึงมักน้อยกว่าการเสนอให้ทิ้งธุรกิจเดิมไปทำอย่างอื่น

ต้นทุนสร้างแบรนด์ต่ำกว่าการเริ่มจากศูนย์

ธุรกิจที่แยกออกมาจากสินทรัพย์เดิมไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ในเรื่องความไว้วางใจจากลูกค้า เพราะมีฐานความเชื่อมั่นเดิมรองรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงของแบรนด์แม่ หรือรสชาติ/สูตรเฉพาะที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก เพราะต้องอาศัยทั้งเวลา ประสบการณ์ และความไว้วางใจที่สั่งสมต่อเนื่องหลายปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินทุนอย่างเดียวซื้อไม่ได้

ทายาทได้สร้างผลงานของตัวเองเร็วขึ้น

การนำสินทรัพย์เดิมมาต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ ทำให้ทายาทมีพื้นที่สร้างผลงานของตัวเอง (Sense of Ownership) ได้โดยไม่ต้องรอสืบทอดตำแหน่งบริหารทั้งหมดก่อน และยังเห็นผลลัพธ์จากยอดขายจริงได้เร็วกว่าการรอดูผลจากธุรกิจหลักที่มีความซับซ้อนมากกว่า

ธุรกิจได้ปลดล็อกรายได้ใหม่โดยไม่เสี่ยงกับธุรกิจหลัก

สำหรับองค์กร การแยกสินทรัพย์ออกมาสร้างสายรายได้ใหม่ ช่วยให้ไม่ต้องพึ่งพารายได้จากธุรกิจหลักเพียงทางเดียว ขณะเดียวกันยังช่วยรีเฟรชภาพลักษณ์องค์กรให้เข้าถึงกลุ่ม Gen Z และ Millennials ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงธุรกิจหลักที่ยังทำรายได้อยู่เลยแม้แต่น้อย

Case Study: 2 ธุรกิจครอบครัวที่ต่อยอดของดีดั้งเดิม สร้างโอกาสเติบโตใหม่

ตราใบห่อ: ต่อยอดยาสมุนไพรของครอบครัวเป็นแบรนด์ "หอมปรุง" โดยยังรักษายาขมเดิมไว้

ธุรกิจเดิมที่คนไทยคุ้นเคย

ตราใบห่อเป็นยาสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวเรือนไทยมาหลายสิบปี รู้จักจากยาขมเม็ดและยาระบายตราใบแก้ว ผู้ก่อตั้งพัฒนายาขมให้ตอกเป็นเม็ด เพราะยาขมในตลาดตอนนั้นเป็นแบบผงที่ต้องชงน้ำร้อน ส่วนภาพจำของแบรนด์ถูกสร้างผ่านโฆษณาในรายการมวยและเพลงลูกทุ่ง

โจทย์ของทายาท คือทำให้แบรนด์ของผู้ใหญ่เข้าถึงคนรุ่นใหม่

เมื่อทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาดูแลด้านการตลาด โจทย์คือทำอย่างไรให้แบรนด์ที่คุ้นเคยในครัวเรือนรุ่นก่อน เข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วย จึงเริ่มจากสินค้าเดิม ด้วยการเพิ่มยาแคปซูลและยาใช้ภายนอก ปรับแพ็กเกจให้ทันสมัยแต่คงเอกลักษณ์เดิม และเริ่มสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย

ต่อยอดเป็น "หอมปรุง" แบรนด์ใหม่จากความรู้สมุนไพรเดิม

ก้าวต่อมาคือแบรนด์ใหม่ "หอมปรุง" ที่นำสมุนไพรมาปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบัน เริ่มจากชาระบายและเครื่องหอม แล้วต่อยอดเป็นคาเฟ่และพื้นที่เวิร์กช็อปในตึกเก่าย่านคลองโอ่งอ่าง ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ปรุงยาดมและผสมชาเอง พร้อมเมนูอาหารไทยที่ใช้สมุนไพร

รุ่นก่อนสร้างฐาน ทายาทรุ่นใหม่ออกแบบวิธีส่งต่อ

ยาขมและสินค้าดั้งเดิมที่เป็นรากของแบรนด์ยังคงอยู่ เช่นเดียวกับความไว้วางใจที่รุ่นก่อตั้งสร้างไว้ สิ่งที่เปลี่ยนคือช่องทางและประสบการณ์ ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักสมุนไพรของครอบครัวในรูปแบบที่ใกล้ตัวกว่าเดิม

ตราใบห่อ ทายาทรุ่นใหม่ ต่อยอดความรู้สมุนไพรของครอบครัว

ฉ่ำฉ่ำ: จากตำรับยาจีนกว่า 120 ปี สู่แบรนด์เครื่องดื่มสมุนไพรไลฟ์สไตล์

ธุรกิจเดิมที่เป็นรากของแบรนด์

เวชพงศ์โอสถเป็นร้านยาจีนย่านเยาวราชที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2447 ปัจจุบันขยายสาขาเข้าสู่ศูนย์การค้าหลายแห่ง สิ่งที่ครอบครัวสั่งสมมาตลอดกว่าศตวรรษคือองค์ความรู้ด้านสมุนไพร ซึ่งไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ยาต้มหรือยาแผนโบราณ

ทายาทรุ่นใหม่ ต้องการทำให้สมุนไพรจีนเข้าถึงคนที่ไม่เคยเดินเข้าร้านยา

ภาพจำเดิมของยาสมุนไพรจีนคือรสขมและเป็นของคนสูงอายุ ทำให้กลุ่มคนทำงานและวัยรุ่นไม่เคยคิดเดินเข้าร้านยาจีน โจทย์ของทายาทจึงเป็นการหาวิธีให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงสมุนไพรได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนร้านยาเดิม

ต่อยอดเป็น "ฉ่ำฉ่ำ" แบรนด์เครื่องดื่มสไตล์สเปเชียลตี้

ทายาทนำความรู้สมุนไพรมาต่อยอดเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชื่อ "ฉ่ำฉ่ำ" (Chum Chum) ออกแบบให้ดื่มง่าย หอม สดชื่น และสร้างตัวละคร "ลุงฉ่ำ" เป็นตัวแทนหมอยาที่รู้ลึกรู้จริงแต่ถ่อมตัว เมนูมีทั้งเครื่องดื่มแนวฟังก์ชันนัลอย่างมะพร้าวคอมบูฉะ สาขาแรกเปิดที่เซ็นทรัลชิดลมเมื่อมีนาคม 2568 และมี 15 สาขาภายในราว 1 ปี 3 เดือน

สิ่งที่คงไว้ และสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ภูมิปัญญาการแพทย์แผนจีนและร้านยาเดิมยังเป็นรากของธุรกิจ ส่วนที่เปลี่ยนคือรูปแบบสินค้าและภาพลักษณ์ จากยาขมของผู้สูงอายุ เป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้ากลุ่มใหม่เลือกซื้อได้ง่าย

ฉ่ำฉ่ำ ทายาทรุ่นใหม่ได้นำความรู้เรื่องสมุนไพร มาต่อยอดเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่เข้าถึงง่าย

สิ่งที่ 2 เคสนี้สะท้อนร่วมกัน

ทั้งสองกรณีศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ธุรกิจครอบครัวมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสูตรหรือองค์ความรู้ที่สั่งสมมาหลายรุ่น แล้วนำมาต่อยอดให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งการปรับวิธีทำตลาดสินค้าเดิมและการพัฒนาเป็นแบรนด์ใหม่ โดยยังคงรักษาธุรกิจหลักไว้ แนวทางนี้ช่วยให้ธุรกิจใช้จุดแข็งที่มีอยู่เป็นฐานในการต่อยอดและสร้างโอกาสเติบโต โดยควรทดลองตลาดและประเมินผลกระทบต่อธุรกิจหลักก่อนขยายการลงทุน

งานวิจัยเรื่อง Bridging tradition and innovation: generational dynamics in family business succession ซึ่งสัมภาษณ์เจ้าของและผู้บริหารธุรกิจครอบครัว SME ในปากีสถาน 18 คน พบว่า Gen X และ Gen Y มีมุมมองแตกต่างกันต่อนวัตกรรม โซเชียลมีเดีย เทคโนโลยี และการวางแผนสืบทอดธุรกิจ ผู้วิจัยจึงเสนอให้ส่งเสริมการพูดคุยระหว่างรุ่น ควบคู่กับการวางแผนสืบทอดอย่างเป็นระบบและโปร่งใส รวมถึงเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการปรับใช้เทคโนโลยี เพื่อประสานคุณค่าดั้งเดิมกับแนวทางพัฒนาธุรกิจ โดยการนำข้อเสนอเหล่านี้มาปรับใช้ควรพิจารณาบริบทของแต่ละครอบครัวและกิจการด้วย

ขณะเดียวกัน บทความ When Being a Family Business Becomes a Competitive Advantage ใน Harvard Business Review เสนอว่า ความไว้วางใจ ความมุ่งมั่นระยะยาว และความสัมพันธ์ที่ส่งต่อระหว่างรุ่น เป็นจุดแข็งที่ธุรกิจครอบครัวสามารถนำมาพัฒนาได้ โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าที่เป็นธุรกิจครอบครัวเช่นกัน ผ่านแนวทาง Family-to-Family หรือ F2F หากพัฒนาความสัมพันธ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องและตั้งใจ ก็สามารถสร้างทุนความสัมพันธ์ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก

Next Action Plan: เริ่มต้นอย่างไรให้ไม่เสี่ยงเกินไป

1. มองหาสินทรัพย์ที่ถูกมองข้าม

เริ่มจากข้อมูลใกล้ตัว เช่น เมนูหรือสินค้าที่ลูกค้าสั่งซ้ำบ่อยที่สุด รีวิวที่พูดถึงสิ่งเดียวกันซ้ำ ๆ หรือองค์ความรู้เฉพาะทางที่ครอบครัวมีแต่ไม่เคยขายแยกต่างหาก ให้ทั้งรุ่นผู้ก่อตั้งและทายาทร่วมกันตอบคำถามว่า "สิ่งนี้มีคุณค่ามากพอที่จะพัฒนาเป็นสินค้าแยกต่างหากได้หรือไม่"

2. แบ่งบทบาทผู้ก่อตั้งและผู้สืบทอดให้ชัดตั้งแต่วันแรกของโครงการ

แบ่งบทบาทให้ชัดเจน ผู้ก่อตั้งอธิบายว่าอะไรคือแก่นที่ต้องรักษาไว้ ขณะที่ทายาทรับผิดชอบคิดว่าจะนำเสนอสิ่งนั้นอย่างไรให้เข้าถึงตลาดใหม่ วิธีนี้ช่วยให้การต่อยอดธุรกิจครอบครัวไม่กลายเป็นการแข่งขันระหว่างรุ่น แต่เป็นการทำงานร่วมกัน

3. เริ่มทดลองแบบแยกส่วน (Unbundle) ก่อนลงทุนเต็มรูปแบบ

ไม่ต้องเปิดธุรกิจใหม่เต็มรูปแบบตั้งแต่วันแรก ลองเริ่มจาก Pop-up Store ขายผ่านช่องทางเดียว หรือทำเป็น Ready-to-Eat/Ready-to-Drink ทดสอบตลาดก่อน กำหนดงบประมาณทดลองตามระดับความเสี่ยงที่ธุรกิจยอมรับได้ เพื่อดูการตอบรับจริงก่อนตัดสินใจขยาย

4. เล่าเรื่องที่มาของสินทรัพย์เดิมผ่านช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใหม่อยู่

ใช้ Short-form Video, TikTok หรือ Influencer Review เล่าความพิถีพิถันหรือที่มาของสูตร/เมนูเดิม เพื่อ Rebranding สิ่งที่เคยเป็นของรุ่นใหญ่ ให้กลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากทดลอง

5. เชื่อมช่องทางใหม่เข้ากับระบบที่ทันสมัยขึ้น

หากธุรกิจเดิมขายผ่านหน้าร้านเป็นหลัก ให้พิจารณาต่อยอดด้วยระบบ Delivery หรือ E-Commerce เพื่อทลายข้อจำกัดด้านพื้นที่ ขยายฐานลูกค้าออกไปนอกพื้นที่ตั้งของธุรกิจ

สิ่งที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ใช่แค่ตำแหน่งบริหาร

บทบาทของทายาทธุรกิจครอบครัวในยุคนี้ ไม่ได้จบอยู่ที่การรับช่วงบริหารกิจการต่อจากรุ่นก่อนเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การมองเห็นว่าสิ่งที่ครอบครัวสั่งสมมา ไม่ว่าจะเป็นสูตร สินค้า หรือองค์ความรู้เฉพาะทาง สามารถต่อยอดเป็นแหล่งรายได้ใหม่ได้ โดยไม่ต้องทิ้งสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้

เหมือนที่ตราใบห่อยังคงรักษายาขมเดิมไว้ ขณะที่ต่อยอดเป็นแบรนด์ "หอมปรุง" และฉ่ำฉ่ำไม่ต้องทิ้งภูมิปัญญาแพทย์แผนจีนเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ สิ่งที่ทั้งสองธุรกิจทำคือหาวิธีใหม่ในการส่งต่อคุณค่าเดิมให้มีความหมายกับตลาดปัจจุบัน นี่อาจเป็นนิยามใหม่ของการสืบทอดธุรกิจ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรับช่วงเก้าอี้ผู้บริหารเท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง

  1. A Resource-Based Framework for Assessing the Strategic Advantages of Family Firms. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จาก https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/j.1741-6248.1999.00001.x

  2. Bridging tradition and innovation: generational dynamics in family business succession. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จาก https://link.springer.com/article/10.1186/s43093-026-00749-1

  3. Theoharakis, V., Yannidis, A., Baron, J., & Khant-Thu, M. (7 มกราคม 2569). When Being a Family Business Becomes a Competitive Advantage. Harvard Business Review. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จาก https://hbr.org/2026/01/when-being-a-family-business-becomes-a-competitive-advantage

  4. "ถ้าพ่อสร้าง เราก็มีหน้าที่ทำให้มันเดินต่อ" ทายาทรุ่นสอง "ตราใบห่อ" กับการพาแบรนด์สมุนไพรอายุ 50 ปี ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ (SME Thailand). 29 พฤษภาคม 2569. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 จาก https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/10346.html 

  5. เวชพงศ์โอสถ 120 ปี แห่งความไว้วางใจ. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จาก https://www.vejpongosot.com/120years/

  6. 'คิดอย่างหมอยา ทำอย่างครีเอทีฟ' วิธีที่ Chum Chum เสิร์ฟสมุนไพรแบบใหม่ให้คนกลับมาดื่มซ้ำ. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จาก https://capitalread.co/chumchum-tea/

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333