ทำบริษัทกับเพื่อนและครอบครัว ควรตั้งกติกาและแบ่งหุ้นอย่างไร?
SME InsightsFamily Business

ทำบริษัทกับเพื่อนและครอบครัว ควรตั้งกติกาและแบ่งหุ้นอย่างไร?

23 มิ.ย. 2569
|
17

จากการศึกษาของหลายสถาบันด้านธุรกิจพบว่า ความล้มเหลวของธุรกิจที่ก่อตั้งโดยผู้ร่วมก่อตั้งหลายคน มักไม่ได้เกิดจากไอเดียหรือความสามารถ แต่เกิดจากความขัดแย้งด้านบทบาท การตัดสินใจ และผลประโยชน์ที่ไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่เริ่มต้น 

การเริ่มต้นทำบริษัทกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวมักเกิดจากความไว้ใจ ความสนิท และความเชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลที่ต้องตัดสินใจเร็ว ใช้เงินลงทุนต่อเนื่องและแข่งขันด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความสามารถของทีม ความสัมพันธ์ที่ดีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มี “กติกา” ที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ความไว้ใจอาจค่อย ๆ กลายเป็นความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน และนำไปสู่ปัญหาที่กระทบทั้งบริษัทและความสัมพันธ์ส่วนตัว

ดังนั้น วิธีตั้งบริษัทกับเพื่อนหรือครอบครัวที่ยั่งยืน ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องเงิน หุ้น อำนาจตัดสินใจ หรือทางออกของผู้ถือหุ้น แต่คือการพูดทุกเรื่องให้ชัดก่อนเริ่ม เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจบทบาท ความเสี่ยง และผลตอบแทนของตัวเองอย่างมืออาชีพ

การทำบริษัทกับเพื่อนให้เติบโตอย่างมั่นคง ต้องอาศัยการวางกติกาและแบ่งหุ้นอย่างชัดเจน

ทำบริษัทกับเพื่อนแล้วมีปัญหาไหม? คำตอบอยู่ที่กติกาก่อนเริ่มธุรกิจ

ในความเป็นจริง ปัญหาไม่ได้เกิดจากการทำธุรกิจกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวโดยตรง แต่เกิดจากการไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนพอ เมื่อธุรกิจยังเล็ก ทุกอย่างอาจดูยืดหยุ่นและคุยกันง่าย แต่เมื่อเริ่มมีรายได้ ลูกค้า พนักงาน นักลงทุน หรือภาระหนี้สินเข้ามาเกี่ยวข้อง ความไม่ชัดเจนเล็ก ๆ อาจกลายเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ได้

ต้องระวังอะไรถ้าตั้งบริษัทกับคนรู้จัก?

ข้อระวังการทำบริษัทกับคนรู้จัก คือการปล่อยให้ความสนิทเข้ามาแทนที่ระบบบริหาร โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นที่ทุกฝ่ายยังเชื่อใจกันสูงและมักคิดว่า “เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง” แต่เมื่อธุรกิจเริ่มมีรายได้ ลูกค้า พนักงาน นักลงทุน หรือภาระหนี้สินเข้ามาเกี่ยวข้อง ประเด็นที่ไม่เคยตกลงกันอย่างชัดเจนอาจกลายเป็นความขัดแย้งได้ทันที

สิ่งที่ควรระวัง ได้แก่ 

  • การไม่กำหนดบทบาทของผู้ร่วมก่อตั้ง 

  • การไม่แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินบริษัท 

  • การไม่ระบุอำนาจตัดสินใจ 

  • การไม่ตกลงเงื่อนไขการขายหุ้นล่วงหน้า

  • การไม่ทำสัญญาระหว่างผู้ร่วมก่อตั้งตั้งแต่วันแรก

เรื่องเหล่านี้อาจทำให้ธุรกิจติดขัดเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ และอาจกระทบความสัมพันธ์ส่วนตัวในระยะยาว กล่าวง่าย ๆ คือ หากต้องการทำบริษัทกับเพื่อนหรือครอบครัวให้ยั่งยืน ต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการให้กลายเป็นความร่วมมือทางธุรกิจที่มีโครงสร้าง มีหลักฐาน และมีขอบเขตที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน

วิธีตั้งบริษัทกับเพื่อนอย่างมืออาชีพด้วยการกำหนดบทบาทและกติกาการทำงานให้ชัดเจน

วิธีตั้งบริษัทกับเพื่อนหรือครอบครัว แบบ Step-by-Step

เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการมีข้อตกลงที่ชัดเจนคือรากฐานของการทำบริษัทกับเพื่อนหรือครอบครัว ขั้นตอนต่อไปคือการนำแนวคิดเหล่านั้นมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การวางแผนดำเนินงานอย่างเป็นลำดับจะช่วยให้ผู้ร่วมก่อตั้งไม่หลงลืมประเด็นสำคัญ และสามารถสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ตั้งแต่วันแรก ดังนี้

Step 1: นัดประชุมเปิดใจและเคลียร์ความคาดหวัง

ก่อนเริ่มธุรกิจ ควรมีการประชุมแบบจริงจัง ไม่ใช่คุยกันระหว่างกินข้าวหรือคุยผ่านแชตเท่านั้น ประเด็นที่ควรคุย ได้แก่ เป้าหมายทางธุรกิจ ความคาดหวังเรื่องรายได้ เวลาที่แต่ละคนทุ่มเทให้ธุรกิจ ความเสี่ยงที่รับได้ และบทบาทที่แต่ละคนต้องการ

Step 2: ร่าง Term Sheet หรือเอกสารสรุปเงื่อนไขเบื้องต้นบนกระดาษ

หลังจากคุยกันแล้ว ควรจดข้อตกลงหลักๆ เป็นเช็กลิสต์ ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนหุ้น เงินลงทุน บทบาท เงินเดือน สิทธิ์ออกเสียง เงื่อนไขการขายหุ้น การลาออก และการตัดสินใจเรื่องสำคัญ Term Sheet นี้ยังไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันสมบูรณ์ ที่ควรจัดทำอย่างเป็นทางการในภายหลัง แต่เป็นเอกสารสรุปความเข้าใจเบื้องต้นที่ควรชัดพอให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน

นอกจากนี้ ควรระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับหุ้นให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เช่น หุ้นของผู้ร่วมก่อตั้งจะได้รับทันทีทั้งหมดหรือทยอยได้รับตามระยะเวลาการทำงาน มีเงื่อนไขซื้อหุ้นคืนหรือไม่ หากผู้ร่วมก่อตั้งลาออกก่อนเวลาที่ตกลงกัน หุ้นจะถูกจัดการอย่างไร และใครมีสิทธิ์ซื้อหุ้นก่อน ประเด็นเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากกรณีที่บางคนถือหุ้นจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับธุรกิจในระยะยาว

Step 3: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำสัญญา

เมื่อมี Term Sheet แล้ว ควรนำไปให้ทนายความ นักบัญชี หรือที่ปรึกษาธุรกิจช่วยตรวจสอบและจัดทำเอกสารที่เหมาะสม เช่น สัญญาระหว่างผู้ร่วมก่อตั้ง ข้อบังคับบริษัท สัญญาจ้างผู้บริหาร หรือสัญญาโอนทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้กติกาที่ตกลงกันมีน้ำหนักและใช้งานได้จริง

Step 4: ลงนามในสัญญาและใช้เป็นเอกสารอ้างอิงร่วมกัน

สัญญาร่วมทุนที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับข้อพิพาทเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยกำหนดความคาดหวัง สิทธิ และหน้าที่ของผู้ร่วมก่อตั้งให้ตรงกันตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อทุกฝ่ายมีความเข้าใจร่วมกัน การตัดสินใจทางธุรกิจจะเป็นระบบมากขึ้น ลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิด และช่วยให้ทีมมุ่งความสนใจไปที่การขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อระวังการทำบริษัทกับคนรู้จักก่อนเซ็นสัญญาร่วมทุน

สัญญาร่วมทุนที่ดีไม่ใช่ความหวาดระแวง แต่คือความเป็นมืออาชีพ

ก่อนอื่นผู้ประกอบการต้องเข้าใจร่วมกันว่า สัญญาร่วมทุนที่ดีไม่ใช่สัญญาณของความไม่ไว้ใจ แต่เป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่ใช้กันทั่วไปในองค์กรทั่วโลก เพื่อกำหนดกรอบสิทธิ หน้าที่ และการตัดสินใจอย่างมืออาชีพ เช่น ธุรกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็วและมีมูลค่าซ่อนอยู่ในข้อมูล เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ แบรนด์ และฐานลูกค้า การไม่มีข้อตกลงชัดเจนอาจทำให้ธุรกิจเสียโอกาสเมื่อถึงวันที่ต้องรับนักลงทุน ขยายทีม หรือขายกิจการ ดังนั้น ข้อระวังการทำบริษัทกับคนรู้จักที่สำคัญที่สุด คืออย่าปล่อยให้ความเกรงใจมาแทนที่ระบบบริหารที่ดี

การตกลงทางธุรกิจ เพื่อทำบริษัทกับเพื่อนและครอบครัวอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาในอนาคต

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

การทำบริษัทกับเพื่อนหรือครอบครัวสามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแรงได้ หากทุกคนเปลี่ยนจากความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการ ไปสู่การทำงานร่วมกันแบบมืออาชีพ วิธีตั้งบริษัทกับเพื่อน หรือธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จจึงไม่ใช่แค่การจดทะเบียนบริษัทหรือแบ่งหุ้นให้เสร็จ แต่คือการออกแบบกติกาที่ทำให้ทุกคนรู้บทบาท รู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้วิธีจัดการ และเตรียมพร้อมรับมือเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลง

สำหรับผู้บริหารหรือผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจกับคนรู้จัก ควรเริ่มจากการคุยให้ชัด เขียนให้ครบ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมือจริง เพราะกติกาที่ดีตั้งแต่วันแรกจะช่วยให้บริษัทเติบโตได้เร็วขึ้น ลดความขัดแย้ง และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมก่อตั้งให้ยืนยาวกว่าเดิม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำบริษัทกับเพื่อน (FAQs)

Q: ถ้าไม่อยากเสียเพื่อน ควรทำธุรกิจร่วมกันไหม?

A: การทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวสามารถทำได้ และหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จก็เริ่มต้นจากความไว้วางใจระหว่างคนใกล้ตัว แต่สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจากความสัมพันธ์ส่วนตัวไปสู่ความเป็นมืออาชีพให้ได้ตั้งแต่วันแรก

การกำหนดบทบาท หน้าที่ อำนาจตัดสินใจ สัดส่วนหุ้น และเงื่อนไขสำคัญต่าง ๆ อย่างชัดเจน จะช่วยลดความเข้าใจผิดและป้องกันความขัดแย้งในอนาคต เพราะไม่ว่าธุรกิจจะเริ่มต้นกับใคร หากขาดระบบและข้อตกลงที่ชัดเจน ก็มีโอกาสเกิดปัญหาได้ทั้งสิ้น

Q: ถ้าเพื่อนลงทุนด้วยเงินอย่างเดียว ไม่ลงแรง ควรแบ่งหุ้นอย่างไร?

A: ควรแยกส่วนของ “เงินลงทุน” ออกจาก “การลงแรง” ให้ชัดเจน คนที่ลงทุนด้วยเงินควรได้หุ้นตามสัดส่วนเงินลงทุน ส่วนคนที่ลงแรงควรได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือหุ้นตามผลงานในรูปแบบ Sweat Equity วิธีนี้ช่วยลดความรู้สึกไม่ยุติธรรมระหว่างผู้ถือหุ้นที่มีบทบาทต่างกัน

Q: สัญญาระหว่างผู้ร่วมก่อตั้งสามารถทำภายหลังได้หรือไม่?

A: จริง ๆ สามารถทำภายหลังได้ แต่แนะนำให้ทำตั้งแต่เริ่มต้นจะดีกว่า เพราะช่วงที่บริษัทยังไม่มีมูลค่าสูง ทุกฝ่ายมักคุยกันง่ายกว่า เมื่อลูกค้าเริ่มเข้ามา รายได้เพิ่มขึ้น หรือบริษัทมีมูลค่ามากขึ้น การเจรจาเรื่องหุ้น อำนาจ และผลประโยชน์ก็จะซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Shareholder Agreements in Thailand: What You Need to Know. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 จาก https://pdlegal.co.th/shareholder-agreements-in-thailand/

  2. Key Clauses to Include in a Shareholder Agreement Contract. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 จาก https://pdlegal.co.th/key-clauses-shareholder-agreement-contract/

  3. How to Build a Founder Agreement Between Co-Founders: The Complete Guide. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 จาก https://yousign.com/blog/how-to-build-founder-agreement.

 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333