ฝ่า ‘วิกฤตภูมิอากาศ’ คว้า ‘โอกาส’ ในอาเซียน
SME KnowledgeSME Go Inter

ฝ่า ‘วิกฤตภูมิอากาศ’ คว้า ‘โอกาส’ ในอาเซียน

24 เม.ย. 2569
|
31

เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีและพายุไต้ฝุ่นฟงวองเข้าพัดถล่มฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนหลายล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายแห่งได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะไฟฟ้าดับและขาดแคลนน้ำสะอาดเป็นเวลาหลายวัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างของความท้าทายล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้น โดยในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงอย่างเดียว ได้สร้างความเสียหายทางตรงมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเลยทีเดียว

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากความสูญเสียในกระบวนการผลิต การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และผลกระทบต่อสุขภาพ ก็นับเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าภาครัฐจะเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ภาคเอกชนก็ยังมีโอกาสรออยู่อีกมหาศาล โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับน้ำ ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม 

ความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น โครงการ Southeast Asia Partnership for Adaptation through Water (SEAPAW) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Singapore International Foundation และ World Economic Forum ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของโครงการที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและปลดล็อกโอกาสการลงทุนเหล่านี้

ซึ่งความต้องการเทคโนโลยีและโซลูชันส์ที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นในการปรับตัวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าภายในปี 2573 ความต้องการเงินทุนสำหรับโซลูชันส์ด้านทะเลและน้ำ อาจสูงถึงประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดเทคโนโลยีเพื่อการปรับตัวและสร้างความยืดหยุ่นก็มีโอกาสในการลงทุนในระดับสูงใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ เงินลงทุนด้านทะเลและน้ำจากภาคเอกชนในปัจจุบันยังมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของกระแสเงินทุนทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการลงทุนในภาคส่วนนี้อย่างมาก

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แนวคิดใหม่ๆ เริ่มเน้นย้ำถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะเกิดขึ้นจากการไม่ลงมือสร้างความยืดหยุ่นด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งน้ำท่วมไม่ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นความเสี่ยงต่อ GDP การเติบโต และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ การลงทุนดังกล่าวอาจรวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีป้องกันชายฝั่ง การใช้ระบบพยากรณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่ขับเคลื่อนด้วย AI หรือการลงทุนระบบน้ำหมุนเวียนที่สามารถนำน้ำเสียกลับมาใช้ในอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำเป็นหลักได้ นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องพัฒนากระบวนการทำงานสำหรับโครงการที่พร้อมลงทุน และสร้างนวัตกรรมทางการเงินเพื่อระดมเงินทุนจากภาคเอกชนจำนวนมาก

โดยสรุปแล้ว การลงทุนสร้างความยืดหยุ่นด้านทรัพยากรน้ำไม่ใช่แค่เป็นสิ่งจำเป็น แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำหรับภาคธุรกิจ โดยธุรกิจที่เริ่มก่อนจะมีความพร้อมที่จะเติบโตในโลกแห่งความผันผวนนี้ได้ดีกว่า

ที่มา: Climate adaptation and resilience: The opportunity awaiting South-East Asia

ผู้เรียบเรียง: ณภัสสร มีไผ่แก้ว

https://www.weforum.org/stories/2026/02/climate-adaptation-and-resilience-southeast-asia/ 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333