“Evolt” มองการเปลี่ยนแปลงให้เป็นโอกาส พร้อมสร้างการเติบโตด้วยการจับมือพันธมิตร
SME KnowledgeSME Sharing

“Evolt” มองการเปลี่ยนแปลงให้เป็นโอกาส พร้อมสร้างการเติบโตด้วยการจับมือพันธมิตร

31 ต.ค. 2569
|
25

หลายครั้ง โอกาสทางธุรกิจไม่ได้เกิดจากการมองเห็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่เกิดจากการมองให้ออกว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางใด และเมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจริง จะนำไปสู่ความต้องการใหม่อะไรบ้าง

นี่คือแนวคิดที่สะท้อนเส้นทางของ บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด หรือ Evolt ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ในช่วงที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น

คุณพูนพัฒน์ โลหารชุน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร มองเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงจากต่างประเทศ ประกอบกับประสบการณ์จากการทำงานในธุรกิจพลังงานและประสบการณ์ส่วนตัว ก่อนชวนผู้ร่วมก่อตั้งอีก 3 คน ซึ่งมีประสบการณ์และองค์ความรู้ที่แตกต่างกัน มาร่วมกันสร้างรากฐานของธุรกิจ

8 A2 D A875 B356 4 F00 9218 7 Efe A1 E3 C E0 A

จุดตั้งต้นของ Evolt คือความเชื่อที่ว่า หากรถยนต์ไฟฟ้าเติบโต โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานก็ต้องเติบโตไปพร้อมกัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ Evolt จึงไม่ได้เติบโตไปพร้อมกับตลาด EV เท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวทางของ SME ที่เลือกเข้าสู่ Megatrend ตั้งแต่ตลาดยังไม่ชัดเจน กล้าลงทุนสร้างความเชี่ยวชาญ พัฒนาโมเดลธุรกิจ และใช้พลังของพันธมิตรในการขยายธุรกิจ

เพราะในมุมของ Evolt การเติบโตในตลาดใหม่ไม่ใช่เรื่องของการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่คือการรู้ว่าองค์กรมีจุดแข็งอะไร และจะนำจุดแข็งนั้นไปเชื่อมต่อกับคนอื่นเพื่อสร้างคุณค่าที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างไร

โอกาสใหม่ของ SME เริ่มจากการมองให้ออกว่าอะไร “กำลังเปลี่ยนแปลง”

จุดเปลี่ยนสำคัญของคุณพูนพัฒน์เริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงที่ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา และมีโอกาสทดลองใช้รถ Tesla ของรุ่นพี่ ทำให้ได้สัมผัสทั้งประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้าและประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างจากรถยนต์น้ำมันอย่างชัดเจน

“ตอนนั้นผมมีโอกาสได้ลองใช้ Tesla และรู้สึกประทับใจทั้งประสิทธิภาพของรถและประสบการณ์การใช้งาน โดยเฉพาะการเดินทางแบบ Road Trip ที่ต้องวางแผนแวะชาร์จระหว่างทาง ทำให้เห็นว่า EV ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนประเภทของรถ แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางและวิธีที่เราใช้พลังงานด้วย”

ประสบการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อเชื่อมโยงกับพื้นฐานการทำงานของเขา หลังจบปริญญาตรี คุณพูนพัฒน์เคยทำงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขุดเจาะน้ำมัน ทำให้ได้เห็นอุตสาหกรรมพลังงานจากอีกด้านหนึ่ง เมื่อมองกลับมาที่ EV จึงเริ่มเห็นภาพของการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานน้ำมันไปสู่พลังงานไฟฟ้าได้ชัดเจนขึ้น

ขณะเดียวกัน การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน ทั้งจำนวนผู้ผลิตและรุ่นรถที่เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้เห็นว่าแนวโน้มดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน

สิ่งที่คุณพูนพัฒน์ตั้งคำถามในเวลานั้นไม่ใช่เพียงว่า EV จะเติบโตหรือไม่ แต่คือ หาก EV เติบโตขึ้น โครงสร้างพื้นฐานอะไรจะต้องเติบโตตามเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนั้น

คำตอบที่เห็นได้ชัดคือ EV Infrastructure โดยเฉพาะ “สถานีชาร์จ” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้งาน EV ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของตลาด เพราะการมีโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมและได้มาตรฐาน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคทั้งด้านการใช้งานและความปลอดภัย

“ผมมองว่า ถ้าเรารอให้ตลาดชัดเจนก่อนแล้วค่อยเข้าไปทำ โอกาสบางอย่างอาจผ่านไปแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือเราต้องมองให้ออกว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปทางไหน และเตรียมตัวให้พร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น”

สำหรับ Evolt การมองเห็น Megatrend จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการตัดสินใจว่าจะเข้าไปมีบทบาทตรงไหน และจะสร้างคุณค่าอะไรให้กับตลาด

 Tua 4751

เมื่อเห็นโอกาสแล้ว ต้องตอบให้ได้ว่าจะเข้าไปอยู่ตรงไหนของตลาด

Evolt เลือกวางตัวเองในฝั่ง EV Infrastructure โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้บริการสถานีชาร์จแบบครบวงจร เพื่อช่วยลดความซับซ้อนให้กับลูกค้า และทำให้การพัฒนาสถานีสามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่อุปกรณ์ งานวิศวกรรม ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย

“เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ขายเครื่องชาร์จ เพราะการทำสถานีชาร์จจริง ๆ มีองค์ประกอบมากกว่านั้น ทั้ง Hardware, Software, Engineering และการบริหารจัดการ สิ่งที่เราต้องการคือทำให้ลูกค้าได้รับโซลูชันที่ครบและสามารถนำไปใช้งานได้จริง”

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว Evolt ค่อย ๆ ต่อยอดโมเดลธุรกิจออกเป็น 3 เสาหลัก ได้แก่

  1. การให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร (Solution Provider) ตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องชาร์จ งานวิศวกรรม การติดตั้ง ระบบแพลตฟอร์ม ไปจนถึงบริการหลังการขาย

  2. การลงทุนและขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ (Network)

  3. การพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม (Technology) เพื่อรองรับการบริหารระบบและประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า

การพัฒนาทั้ง 3 ส่วนไม่ได้ถูกมองเป็นธุรกิจที่แยกออกจากกัน แต่เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมซึ่งกันและกัน และทำให้ Evolt สามารถพัฒนาจากผู้ให้บริการโซลูชันไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น

“ที่ผ่านมาเราเติบโตจากธุรกิจ Solution และ Engineering แต่ในระยะต่อไป สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากขึ้นคือการสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเฉพาะการขยาย Network และการพัฒนา Technology ที่จะทำให้เราเติบโตไปพร้อมกับตลาดในระยะยาว” คุณพูนพัฒน์กล่าว
แนวคิดนี้สะท้อนการมองธุรกิจในระยะยาวของ Evolt เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการสร้างยอดขายในวันนี้ แต่คือการวางโครงสร้างธุรกิจให้สามารถเติบโตและสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง

2 ปีแรกกับภารกิจสร้างตลาด

แม้มองเห็นโอกาสและวางตำแหน่งธุรกิจได้ชัด แต่การเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงแรกก็หมายถึงการต้องเผชิญกับตลาดที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป

ในช่วงเวลานั้น ทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังอยู่ระหว่างทำความเข้าใจรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง สำหรับ Evolt สองปีแรกจึงไม่ได้เป็นเพียงช่วงของการสร้างธุรกิจ แต่เป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ตลาดและสร้างความเข้าใจไปพร้อมกัน

“ช่วง 2 ปีแรก รายได้ของเรายังไม่ได้มาก เพราะเราต้องใช้เวลาเรียนรู้ว่าตลาดต้องการอะไร ลูกค้าต้องการอะไร และเราจะสร้างคุณค่าให้กับตลาดได้อย่างไร แต่ผมมองว่าช่วงเวลานั้นเป็นการลงทุนที่สำคัญ เพราะทำให้เราเข้าใจตลาดจากของจริง”

การเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงแรกจึงไม่ได้หมายถึงการได้เปรียบเพียงเพราะเริ่มก่อน แต่หมายถึงการต้องพร้อมรับความไม่แน่นอน และต้องมีความอดทนมากพอที่จะสร้างตลาดไปพร้อมกับสร้างธุรกิจ

เมื่อผ่านช่วงของการเรียนรู้และตลาดเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น Evolt จึงสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สะสมมาใช้ต่อยอดธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

“ผมคิดว่าการทำธุรกิจในตลาดใหม่ เราต้องยอมรับว่าเราอาจไม่ได้เห็นผลทันที แต่สิ่งที่เราสร้างในช่วงแรกคือความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจลูกค้า ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นความได้เปรียบของเรา”

บทเรียนดังกล่าวสะท้อนว่า สำหรับ SME ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดเกิดใหม่ การมองเห็นโอกาสอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ต้องประเมินต่อว่าตลาดพร้อมแค่ไหน และองค์กรพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างตลาดนั้นหรือไม่

เมื่อพันธมิตรคือกลยุทธ์การเติบโตเมื่อธุรกิจผ่านช่วงเริ่มต้นและตลาดมีความชัดเจนมากขึ้น โจทย์สำคัญของ Evolt จึงเปลี่ยนจากการสร้างธุรกิจไปสู่การขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างพันธมิตรให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจ โดยเฉพาะการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จผ่านเจ้าของพื้นที่หรือผู้ที่ต้องการลงทุน ขณะที่ Evolt ทำหน้าที่ด้านระบบ เทคโนโลยี วิศวกรรม แพลตฟอร์ม การบริหารสถานี และบริการหลังการขาย

“ผมเชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเอง สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าเราเก่งอะไร และหา Partner ที่มีจุดแข็งในสิ่งที่เราไม่มี แล้วนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาต่อกันให้เกิดคุณค่าที่ใหญ่ขึ้น”

Evolt จึงเลือกใช้แนวทางที่เปิดให้พันธมิตรนำทรัพยากรของตัวเองเข้ามาร่วมสร้างเครือข่าย ขณะที่ Evolt นำความเชี่ยวชาญด้านระบบ วิศวกรรม เทคโนโลยี และการบริหารสถานีเข้ามาเสริม

“เราไม่ได้มอง Partner เป็นเพียงคนที่เข้ามาช่วยเรา แต่ต้องเป็นการสร้าง Win-Win ที่แต่ละฝ่ายนำสิ่งที่ตัวเองมีมาเติมเต็มกัน เจ้าของพื้นที่มี Location และ Capital ส่วนเรามี Technology, Engineering และ Know-how เมื่อเอาสิ่งเหล่านี้มาต่อกัน เราจะสามารถสร้างสิ่งที่ใหญ่กว่าการที่แต่ละคนทำคนเดียว”

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีทรัพยากรแตกต่างกัน เช่น Central Group ซึ่งช่วยให้ Evolt สามารถขยายสถานีไปยังเกือบทุกสาขาทั่วประเทศ และยังมีการขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

6 B5 A9600 (2)

ขณะที่ Banpu ซึ่งเป็นหนึ่งในนักลงทุนของ Evolt ตั้งแต่ช่วงแรก ก็มีบทบาทในการพัฒนาธุรกิจด้านการชาร์จสำหรับรถเชิงพาณิชย์ เช่น รถหัวลากและรถพิกอัป

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า Partner ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีบทบาทเหมือนกันทั้งหมด บางรายมีพื้นที่ บางรายมีเงินทุน บางรายมีฐานลูกค้า ขณะที่บางรายสามารถช่วยสร้างตลาดหรือพัฒนาธุรกิจใหม่ได้

“เวลาที่เรามองหา Partner เราจะไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าเขาจะช่วยอะไรเรา แต่เราจะเริ่มจากการถามว่า เราจะช่วยเขาได้อย่างไร และเมื่อเราเอาจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน เราจะสร้างโอกาสใหม่อะไรได้บ้าง”

ขณะเดียวกัน บทบาทของ Evolt ยังครอบคลุมไปถึงการสร้างการใช้งานให้เกิดขึ้นจริง โดยทีมพัฒนาธุรกิจทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ใช้รถเชิงธุรกิจ เพื่อนำความต้องการเข้าสู่เครือข่าย รวมถึงสนับสนุนด้านการตลาดให้กับสถานี

“เราดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการติดตั้ง การลงทุน การบริหารสถานี ไปจนถึงการสร้าง Demand ให้เกิดขึ้นจริง เพราะสถานีที่ดีไม่ใช่แค่มีเครื่องชาร์จ แต่ต้องมีคนใช้งานด้วย”

ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างพันธมิตรสำหรับ Evolt จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการลดภาระการลงทุน แต่เป็นกลยุทธ์ในการขยายขีดความสามารถขององค์กร

“ผมเชื่อว่าไม่มีใครสามารถชนะได้ด้วยตัวคนเดียว โดยเฉพาะในธุรกิจ EV ที่มีทั้ง Automotive, Energy, Infrastructure และ Technology เข้ามาเกี่ยวข้อง เราต้องมีเพื่อนร่วมทาง และต้องสร้าง Ecosystem ไปด้วยกัน”

“ดีพอ” แต่ยังไม่พอ

การเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงที่ EV ยังเป็นเรื่องใหม่ ทำให้ Evolt มีโอกาสเรียนรู้ตลาด สั่งสมความเชี่ยวชาญ และพัฒนาบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น แต่เมื่อเทรนด์เริ่มชัดเจน ผู้เล่นรายใหม่ก็เข้ามาในตลาดมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับคุณพูนพัฒน์ การเริ่มก่อนจึงเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ไม่ใช่ข้อได้เปรียบที่จะรักษาไว้ได้โดยอัตโนมัติ เพราะเมื่อมีผู้เล่นเข้ามามากขึ้น การแข่งขันก็เปลี่ยนรูปแบบไป

วันนี้การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องชาร์จเพียงอย่างเดียว เพราะ Hardware ในตลาดเริ่มมีความแตกต่างกันน้อยลง สิ่งที่สำคัญมากขึ้นคือ Value ที่ลูกค้าจะได้รับในระยะยาว ทั้งมาตรฐานของอุปกรณ์ คุณภาพของบริการ และความเหมาะสมกับรูปแบบการลงทุนของแต่ละธุรกิจ

“วันนี้ Hardware อาจไม่ได้แตกต่างกันมากเหมือนในอดีต เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือทำให้ลูกค้าเห็น Value ที่มากกว่าแค่ราคาของอุปกรณ์ เราต้องมองทั้งมาตรฐาน คุณภาพของบริการ และความคุ้มค่าตลอดอายุการลงทุน”

โจทย์ของ Evolt จึงไม่ได้อยู่แค่การมีสินค้าและบริการที่ครบ แต่คือการทำอย่างไรให้องค์กรสามารถพัฒนาตัวเองได้เร็วพอที่จะตอบรับการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพราะทั้ง Technology, Customer และ Competitor ต่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

“ตลาดนี้เปลี่ยนเร็วมาก ทั้ง Technology, Customer และ Competitor เราจึงต้องถามตัวเองตลอดเวลาว่า วันนี้เราเก่งอะไร อะไรที่เรายังไม่เก่ง และอะไรที่เราต้องพัฒนา”

ในมุมของคุณพูนพัฒน์ การแข่งขันจึงไม่ใช่เพียงแรงกดดันจากคู่แข่ง แต่เป็นแรงผลักให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนตัวเองอยู่เสมอว่า สิ่งที่เคยทำได้ดีในวันนี้ จะยังตอบโจทย์ตลาดในวันข้างหน้าหรือไม่

“คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า วันนี้เราดีพอหรือยัง แต่คือเราเร็วพอหรือยัง เพราะในตลาดที่เปลี่ยนเร็ว คนที่หยุดอยู่กับที่ ต่อให้เคยเก่งแค่ไหน วันหนึ่งก็อาจไม่เพียงพอ”

แนวคิดนี้สะท้อนว่า การมองเห็น Megatrend ได้เร็วอาจช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสเริ่มต้นก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรักษาความได้เปรียบไว้ได้ตลอด เมื่อโอกาสเริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้นสำหรับผู้เล่นจำนวนมาก สิ่งที่สำคัญจึงเปลี่ยนจาก “ใครเห็นก่อน” ไปสู่ “ใครเรียนรู้เร็ว ปรับตัวเร็ว และสร้างสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็วกว่า”

“ผมมองว่าตลาดนี้ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก สิ่งสำคัญคือเราต้องกลับมาดูว่าเรามีจุดแข็งอะไร และจะนำจุดแข็งนั้นไปต่อยอดกับ Megatrend เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจหลักของเราได้อย่างไร”

Gju6hjuio

เมื่อมองย้อนกลับไป เส้นทางของ Evolt ไม่ได้เริ่มจากตลาดที่พร้อมอยู่แล้ว แต่เริ่มจากการมองเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ วางตำแหน่งธุรกิจ สั่งสมความเชี่ยวชาญ พัฒนาความสามารถ และสร้างพันธมิตรเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในระยะยาว

และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ SME ในวันที่ Megatrend เริ่มชัดเจนขึ้น เพราะการเห็นโอกาสก่อนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญกว่าคือการกลับมามองว่าองค์กรของเรามี “จุดแข็ง” อะไร และสามารถนำความสามารถนั้นไปต่อยอดกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างไร

บางธุรกิจอาจมีพื้นที่ บางธุรกิจมีฐานลูกค้า บางธุรกิจมีเงินทุน เทคโนโลยี หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงในระดับอุตสาหกรรมก็ไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะตลาดใหม่ที่ต้องอาศัยผู้เล่นหลายฝ่ายเข้ามาร่วมกันสร้างทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ความเชื่อมั่น และรูปแบบการใช้งานให้เกิดขึ้นจริง

สำหรับคุณพูนพัฒน์ การเติบโตในยุคของ Megatrend จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นคนที่ “เห็นก่อน” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเข้าใจจุดแข็งของตัวเอง เลือกตำแหน่งที่เหมาะสม เรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างพันธมิตรที่ช่วยเติมเต็มความสามารถซึ่งกันและกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มต้นจากการมองเห็น แต่การเปลี่ยนโอกาสนั้นให้กลายเป็นการเติบโต ต้องอาศัยทั้งการตัดสินใจที่ถูกจังหวะ ความเร็วในการปรับตัว และความสามารถในการพัฒนาองค์กรไปพร้อมกับตลาด

สำหรับ SME การมองเห็นเมกะเทรนด์ก่อนอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่ตัดสินการเติบโตคือ

การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม พัฒนาความสามารถที่ตอบโจทย์ และสร้างพันธมิตรที่ช่วยเติมเต็มจุดแข็งซึ่งกันและกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว โอกาสไม่ได้เป็นของคนที่เห็นก่อนเสมอไป แต่อยู่กับคนที่ปรับตัวและลงมือได้อย่างถูกจังหวะมากกว่า

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333