‘อาเซียน’ จะก้าวข้าม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ได้หรือไม่?
เศรษฐกิจในภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาส่งผลให้หลายประเทศสามารถยกระดับสถานะรายได้ของประเทศได้ แต่ก็มีเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถก้าวจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางไปเป็นกลุ่มประเทศรายได้สูง ซึ่งสะท้อนว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990
ในปัจจุบัน มีเพียงสิงคโปร์และบรูไนที่อยู่ในกลุ่มประเทศรายได้สูง ขณะที่กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และติมอร์-เลสเต อยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ ส่วนไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม อยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง โดยฟิลิปปินส์และเวียดนามเพิ่งได้รับการปรับสถานะขึ้นเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในปี 2569 นี้ หลังจากติดอยู่ในสถานะประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำมาเป็นเวลาหลายทศววรษ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจตั้งคำถามว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังตกอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางหรือไม่ โดยธนาคารโลกได้ให้คำนิยามปรากฎการณ์นี้ไว้ว่าเป็นการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ซึ่งเกิดจากการที่ไม่สามารถปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้รองรับการก้าวเข้าสู่รายได้ระดับสูงได้อย่างยั่งยืน
โครงสร้างดังกล่าว ประกอบด้วย การมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ การมีสถาบันที่เข้มแข็ง การคอร์รัปชันอยู่ในระดับต่ำ และมีนโยบายที่เอื้อต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี และที่สำคัญยังรวมถึงการมีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและระบบนิเวศด้านการวิจัยและพัฒนาที่สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นจุดอ่อนของหลายประเทศในอาเซียน
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศในอาเซียนหลายประเทศได้มีการขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การพัฒนาดังกล่าวไม่ได้มาพร้อมกับการยกระดับคุณภาพ โดยหนึ่งสัญญาณที่บ่งชี้คือผลการประเมินระบบการศึกษาระดับนานาชาติ เช่น PISA PIRLS TIMSS ที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง ราชการ และภาคธุรกิจที่แสวงหาแต่ผลประโยชน์ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป โดยผลประโยชน์หลักของกลุ่มคนเหล่านี้คือการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การหาประโยชน์จากแรงงานราคาถูกและแรงงานที่ไม่มีทักษะ รวมถึงควบคุมหรือได้รับสิทธิในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก งบประมาณ การแต่งตั้งตำแหน่ง สัญญา และสัมปทานต่าง ๆ จากภาครัฐ และในบางครั้งระบบการศึกษาก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสะสมทรัพยากร สร้างระบบอุปถัมภ์ เพิ่มแรงสนับสนุนทางการเมือง และรักษาอำนาจมากกว่ามุ่งผลิตแรงงานที่มีทักษะ ส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์และการตั้งคำถาม หรือกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความคิดเชิงนวัตกรรม
ดังนั้น ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคจึงจำเป็นต้องหาวิธีเพิ่มบทบาทและอิทธิพลของผู้กำหนดนโยบายที่มีความรู้ความสามารถ รวมถึงกลุ่มที่มีแนวคิดก้าวหน้า ให้สามารถให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาและการวิจัยและพัฒนาได้มากกว่ากลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง ราชการ และภาคธุรกิจที่ยึดแต่ผลประโยชน์เดิม ซึ่งถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำได้ยาก แต่ก็ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหากับดักรายได้ปานกลางของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่มา: https://thediplomat.com/2026/07/can-southeast-asia-overcome-the-middle-income-trap/
ผู้เรียบเรียง: ณภัสสร มีไผ่แก้ว