สร้างคุณค่าให้แบรนด์ ด้วยข้อมูลที่ลูกค้าเชื่อมั่น
SME KnowledgeSME Update

สร้างคุณค่าให้แบรนด์ ด้วยข้อมูลที่ลูกค้าเชื่อมั่น

25 ส.ค. 2569
|
23

Well-being Economy คือเศรษฐกิจที่เติบโตจากความต้องการด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต สำหรับ SME โอกาสไม่ได้อยู่แค่การขายสินค้าเพื่อสุขภาพ แต่คือการทำให้คุณค่าของแบรนด์ชัดเจน มีข้อมูลรองรับ และสอดคล้องกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญ เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้ต่อแบรนด์

ตลาด Well-being กำลังเติบโตจากความต้องการด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่หลากหลายขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้พิจารณาเฉพาะประโยชน์ของสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณค่า ภาพลักษณ์ และประสบการณ์ที่แบรนด์สื่อสารว่าเข้ากับวิถีชีวิตของตนหรือไม่ โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่คุ้นเคยกับการค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ประเด็นนี้ทำให้ Well-being ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสินค้าเพื่อสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ได้ด้วย

Well-being Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพชีวิตและสุขภาวะ มีมูลค่ากว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และยังขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับ SME โอกาสจึงไม่ได้อยู่เพียงการพัฒนาสินค้าหรือบริการด้านสุขภาพ แต่รวมถึงการทำให้ลูกค้ามองเห็นว่าแบรนด์มีคุณค่าอย่างไร แตกต่างจากทางเลือกอื่นตรงไหน และสิ่งที่สื่อสารนั้นมีข้อมูลหรือหลักฐานรองรับเพียงใด

Well-being Economy คืออะไร และสร้างโอกาสให้ SME อย่างไร?


Well-being Economy คืออะไร และสร้างโอกาสให้ SME อย่างไร?

Well-being Economy คือกลุ่มธุรกิจที่เติบโตจากความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่อาหาร การออกกำลังกาย สุขภาพจิต ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ตัวเลขจาก Global Wellness Institute ระบุว่าตลาด Well-being ทั่วโลกมีมูลค่าเกิน 6 ล้านล้านดอลลาร์ และกลุ่มย่อย Longevity & Healthy Aging คาดว่าจะแตะ 610 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่รายงานจาก Julius Baer พบว่าผู้บริโภคในเอเชีย-แปซิฟิกระบุชัดว่าสุขภาพและ well-being คือสิ่งที่พร้อม "ลงทุน" อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายทั่วไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ Well-being เริ่มเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและตัวตนของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ช่องทางดิจิทัลในการค้นหา เปรียบเทียบ และตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้น แบรนด์จึงควรทำให้คุณค่าที่สื่อสารสอดคล้องกับประสบการณ์จริงของสินค้าและบริการ มากกว่าพึ่งคำโฆษณาหรือภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว


จาก Well-being สู่ Brand Value ผู้บริโภคมองหาคุณค่าอะไรจากแบรนด์?

SME ในกลุ่มอาหาร ไลฟ์สไตล์ และบริการสุขภาพบางรายอาจมีสินค้าหรือบริการที่ดี แต่ยังขาดการวางตำแหน่งแบรนด์ (Positioning)

SME ในกลุ่มอาหาร ไลฟ์สไตล์ และบริการสุขภาพบางรายอาจมีสินค้าหรือบริการที่ดี แต่ยังขาดการวางตำแหน่งแบรนด์ (Positioning) ที่ชัดเจนพอให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจคุณค่าของแบรนด์ หรือมีคำกล่าวอ้าง (Claim) ว่าตอบโจทย์ well-being แต่ยังไม่มีหลักฐานที่จับต้องได้มารองรับ ผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z เป็นหนึ่งในตัวอย่างของกลุ่มที่คุ้นเคยกับการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ

นี่คือจุดที่ SME สามารถพัฒนาได้ โดยใช้ความยืดหยุ่นและความใกล้ชิดกับลูกค้าเป็นแต้มต่อในการเล่าเรื่องราวของแบรนด์อย่างจริงใจ และสร้างชุมชนของลูกค้าที่มีความผูกพันกับแบรนด์


สำหรับสินค้าและบริการด้าน Well-being ความน่าเชื่อถือเริ่มจากข้อมูลหรือหลักฐานที่ตรวจสอบได้

SME สร้างมูลค่าเพิ่มจาก Well-being ได้อย่างไร? 3 แนวทางที่นำไปใช้ได้

      1. มีข้อมูลหรือหลักฐานรองรับคุณค่าของสินค้าและบริการ

สำหรับสินค้าและบริการด้าน Well-being ความน่าเชื่อถือเริ่มจากข้อมูลหรือหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เช่น แหล่งที่มาของวัตถุดิบ ส่วนประกอบ กระบวนการผลิต มาตรฐาน หรือผลทดสอบที่เกี่ยวข้อง การสื่อสารข้อมูลเหล่านี้อย่างชัดเจนช่วยให้ผู้บริโภคประเมินคุณค่าของสินค้าได้มากกว่าการใช้คำกว้าง ๆ เช่น "สะอาด" "ธรรมชาติ" หรือ "ดีต่อสุขภาพ" เพียงอย่างเดียว

สิ่งสำคัญคือคำกล่าวอ้าง (Claim) ควรมีหลักฐานรองรับที่ตรวจสอบได้ เช่น แหล่งที่มาของวัตถุดิบ มาตรฐาน Organic Thailand การรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อสื่อสารกับผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบแบรนด์ผ่านช่องทางดิจิทัล

     2. ทำให้สินค้า ประสบการณ์ และการสื่อสารสอดคล้องกัน

ในตลาด Well-being ประสบการณ์ของลูกค้าควรสอดคล้องกับคุณค่าที่แบรนด์สื่อสาร เช่น หากแบรนด์วางตำแหน่งเรื่องความเรียบง่ายและการดูแลใจ ประสบการณ์ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ การบริการ ไปจนถึงเนื้อหาก็ควรสะท้อนแนวคิดเดียวกัน ความสอดคล้องนี้ช่วยให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ไม่หยุดอยู่แค่การสื่อสาร แต่เชื่อมกับประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจริง

หากแบรนด์สื่อสารว่า "ช่วยลดความเครียด" ก็ควรมีการออกแบบเส้นทางประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Journey) ที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้รู้สึกสงบ กระบวนการให้บริการที่ไม่เร่งรีบ หรือเนื้อหาที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่อาศัยเพียงภาพลักษณ์ที่สวยงาม

     3. ทำให้ลูกค้าเห็นว่าแบรนด์เข้ากับวิถีชีวิตของเขาอย่างไร

แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมโยงได้มากขึ้นเมื่อช่วยให้ลูกค้าเห็นว่า สินค้าหรือบริการนั้นเข้ากับวิถีชีวิต ความสนใจ หรือคุณค่าที่ตนให้ความสำคัญอย่างไร เช่น ความโปร่งใส การสนับสนุนชุมชน หรือแนวทางด้านความยั่งยืนที่มีข้อมูลรองรับ สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z ประเด็นเหล่านี้ยิ่งมีโอกาสถูกนำไปค้นหาและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ จุดสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน แต่คือการสื่อสารให้ชัดว่ากำลังสร้างคุณค่าให้ใครและอย่างไร

จุดยืนของแบรนด์ควรสะท้อนผ่านการลงมือทำจริง เช่น ระบุแหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่น เปิดเผยส่วนแบ่งรายได้ที่มอบให้ชุมชน หรือจัดทำรายงานด้านความยั่งยืนที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงข้อความในหน้าแนะนำแบรนด์ที่ระบุว่า "รักษ์โลก รักชุมชน"


ธุรกิจ SME กลุ่มไหนต่อยอดโอกาสจาก Well-being Economy ได้บ้าง?

SME ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสามารถต่อยอดด้วยความโปร่งใสด้านข้อมูลวัตถุดิบ เช่น เปิดเผยแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และมาตรฐานที่ได้รับ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคประเมินข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น

SME ในกลุ่มฟิตเนสและสุขภาวะสามารถสร้างชุมชนของลูกค้าที่มีความผูกพันกับแบรนด์ โดยออกแบบประสบการณ์ให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ใส่ใจตัวเอง และสามารถใช้แบรนด์สะท้อนวิถีชีวิตหรือคุณค่าที่ตนให้ความสำคัญ

SME ในกลุ่มไลฟ์สไตล์และเสื้อผ้าสามารถสร้างจุดยืนที่ชัดเจนผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนหรือช่างฝีมือในไทย และสื่อสารให้เห็นถึงการดำเนินงานจริง

จุดที่ SME สามารถใช้เป็นแต้มต่อได้ คือความใกล้ชิดกับลูกค้า ความยืดหยุ่นในการปรับสินค้าและบริการ และความสามารถในการเล่าที่มาของแบรนด์อย่างเป็นรูปธรรม หากเชื่อมสิ่งเหล่านี้กับหลักฐานและประสบการณ์จริงได้ ก็มีโอกาสช่วยเพิ่มคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้ต่อแบรนด์


SME ควรเริ่มสร้างมูลค่าแบรนด์จาก Well-being อย่างไร?

ขั้นที่ 1 เลือกคุณค่า Well-being ที่ธุรกิจทำได้จริง 1 เรื่อง

เริ่มจากคำถามว่า ลูกค้าควรจดจำแบรนด์ของคุณเรื่องอะไรในบริบท Well-being เช่น คุณภาพของวัตถุดิบ ความสะดวกในการดูแลสุขภาพ ประสบการณ์ที่ช่วยลดความซับซ้อน หรือแนวทางธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม เลือก 1 เรื่องที่ธุรกิจมีหลักฐานหรือการดำเนินงานรองรับอยู่แล้วก่อน

ขั้นที่ 2 รวบรวมหลักฐานที่ยืนยันคุณค่านั้นได้

ตรวจสอบว่าแบรนด์มีอะไรที่ใช้ยืนยันคุณค่าได้แล้ว เช่น ใบรับรอง แหล่งวัตถุดิบ รีวิวหรือประสบการณ์จากลูกค้าจริง หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกับชุมชน สิ่งเหล่านี้คือสินทรัพย์ของแบรนด์ที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นเนื้อหาได้

ขั้นที่ 3 สื่อสารอย่างต่อเนื่องและวัดผลจากพฤติกรรมลูกค้า

เลือกช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใช้งานจริง แล้วสื่อสารคุณค่า Well-being ที่เลือกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นติดตามสัญญาณตอบรับ เช่น การบันทึก การแชร์ ความคิดเห็น การสอบถามข้อมูล หรือยอดซื้อซ้ำ เพื่อประเมินว่าคุณค่าที่แบรนด์ต้องการสื่อสารตรงกับสิ่งที่ลูกค้ารับรู้หรือไม่


สรุป: SME ใช้ Well-being Economy เพิ่มคุณค่าแบรนด์ได้อย่างไร?

สำหรับ SME การสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาด Well-being ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการทำทุกด้านพร้อมกัน แต่ควรเริ่มจากคุณค่าที่ธุรกิจทำได้จริง มีหลักฐานรองรับ และสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เมื่อสินค้า ประสบการณ์ และเรื่องราวของแบรนด์ไปในทิศทางเดียวกัน ก็มีโอกาสช่วยให้ลูกค้ารับรู้ความแตกต่างและเห็นคุณค่าของแบรนด์ได้ชัดขึ้น

"มูลค่าเพิ่มของแบรนด์ไม่ได้เกิดจากการสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดเมื่อสิ่งที่แบรนด์พูด สิ่งที่ลูกค้าได้รับ และคุณค่าที่ลูกค้าเชื่อมโยงกับตัวเองสอดคล้องกัน"


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Well-being Economy สำหรับ SME

Well-being Economy คืออะไร?

Well-being Economy คือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจากความต้องการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครอบคลุมอาหาร การออกกำลังกาย สุขภาพใจ ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

SME จำเป็นต้องเป็นธุรกิจสุขภาพจึงจะต่อยอดจาก Well-being Economy ได้หรือไม่?

ไม่จำเป็น ธุรกิจสามารถเชื่อมโยงกับ Well-being ผ่านคุณภาพสินค้า ประสบการณ์ ความโปร่งใส ความสะดวก หรือคุณค่าทางสังคม ตราบใดที่สิ่งที่สื่อสารสอดคล้องกับการดำเนินงานจริง

SME ควรเริ่มจากอะไรหากต้องการเพิ่มคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้?

เริ่มจากเลือกคุณค่าที่ธุรกิจทำได้จริง 1 เรื่อง รวบรวมหลักฐานที่ตรวจสอบได้ แล้วสื่อสารอย่างสม่ำเสมอในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใช้งาน พร้อมวัดผลจากพฤติกรรมของลูกค้า

📌 Key Takeaways

  • SME ในกลุ่มอาหาร ไลฟ์สไตล์ และสุขภาวะมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ได้ หากวางตำแหน่งแบรนด์ชัดเจนและมีหลักฐานจริงรองรับคุณค่าที่สื่อสาร

  • การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ควรเริ่มจากการทำให้คุณค่าที่สื่อสารมีหลักฐานรองรับ และเชื่อมโยงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญ โดย Gen Z เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ

  • 3 แนวทางที่ช่วยต่อยอดมูลค่าแบรนด์ ได้แก่ การมีข้อมูลหรือหลักฐานรองรับคุณค่าของสินค้าและบริการ การทำให้สินค้า ประสบการณ์ และการสื่อสารสอดคล้องกัน และการทำให้กลุ่มเป้าหมายเห็นว่าแบรนด์เข้ากับวิถีชีวิตของตนอย่างไร

  • การเริ่มต้นอาจเลือกคุณค่า Well-being เพียง 1 เรื่องที่ธุรกิจมีหลักฐานรองรับอยู่แล้ว จากนั้นสื่อสารอย่างต่อเนื่องและวัดผลจากพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลมาปรับการวางตำแหน่งแบรนด์ต่อไป


📎 Sources

  1. Global Wellness Institute — Global Wellness Economy Monitor (2025) — https://globalwellnessinstitute.org/industry-research/2025-global-wellness-economy-monitor/

  2. Julius Baer — Global wealth and Lifestyle Report: Asia Pacific (2024) — https://www.juliusbaer.com/fileadmin/publications/The_Julius_Baer_Global_Wealth_and_Lifestyle_Report_2024.pdf

  3. McKinsey & Company — Still feeling good: The US wellness market continues to boom (2024) — https://www.mckinsey.com/industries/consumer-packaged-goods/our-insights/still-feeling-good-the-us-wellness-market-continues-to-boom

 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333