ทัศนคติการทำงานแบบ จีน–ญี่ปุ่น-เกาหลี

Edutainment
05/08/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1782 คน
ทัศนคติการทำงานแบบ จีน–ญี่ปุ่น-เกาหลี
banner

แต่ละประเทศก็มีทัศนคติการทำงานบางอย่างที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเชื่อชาติ ภาษา วัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่างคนไทยส่วนใหญ่จะมีวัฒนธรรมที่เกื้อกูลแนวเครือญาติ สังคมอุปถัมภ์ เคารพตามรุ่น ตามอาวุโส นี่คือรูปแบบวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นมาแต่เดิมของไทย แล้วถ้าเป็นเพื่อนๆ เราในเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ละประเทศเขามีทัศนคติในการทำงานอย่างไร เอาเฉพาะเรื่องดีๆ นะ เรื่องที่ไม่ค่อยดีเรามองว่าเป็นเป็นนิสัยเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทัศนคติการทำงานของคนส่วนใหญ่

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ทัศนคติการทำงานกับคนจีน

ขยันหมั่นเพียร

ภาพของคนจีนที่เรามักเห็น คือ คนจีนนั้นเป็นคนที่มีความขยัน หมั่นเพียร เห็นได้เลยว่าธุรกิจของจีนในสมัยนี้ก้าวหน้าแทบจะเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในหลายๆ อุตสาหกรรมแล้ว ที่เห็นได้ชัดเจนก็แบรนด์โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ทั้งหัวเหว่ย และซัมซุง ซึ่งเกิดจากการไม่หยุดพัฒนาต่อยอดของเขานั่นเอง โดยเขาจะดูพาร์ทเนอร์ หรือเลือกคนร่วมธุรกิจด้วยจากความขยันเหล่านี้นี่แหละ

ซื่อสัตย์จริงใจ

เคยมีเพื่อนคนจีนบอกว่า ในกลุ่มคนจีน 10 คน ในนั้นอาจจะมีโจร นักต้มตุ๋น ฉกชิง อยู่ครึ่งหนึ่งแน่นอน คนพวกนี้ไม่ได้มองคุณเป็นเพื่อนดังนั้นต้องระวัง แต่ถ้าคุณเป็นเพื่อนเขา เชื่อใจได้ว่าทั้ง 10 คนนั้นจะไม่มีทางหลอกลวงคุณ เขาบอกว่าคนจีนให้ความสำคัญต่อความซื่อสัตย์ต่อมิตร เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ เขาจะจริงใจต่อคู่ค้า บอกในสิ่งที่สมควรบอก และเป็นประโยชน์ให้กับคุณทั้งหมด ซึ่งถ้าคุณเองอยากร่วมธุรกิจกับชาวจีนไปนานๆ ก็อย่าพยายามหมกเม็ดในสิ่งต่างๆ

มีของมาให้กันเสมอ

แน่นอนว่า เรารู้ว่าคุณก็รู้ คนจีนชอบการให้ และการได้รับ คนจีนจะชื่นชอบของขวัญในโอกาสต่างๆ มากเลยล่ะครับ เพราะเขาให้ค่ากับวันสำคัญต่างๆ มาก ทำให้ของขวัญในวันเหล่านี้คุณจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด การมอบสินน้ำใจให้กันจะทำให้เขารู้สึกดีกับคุณ ให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ในวันเกิดกับคนรอบตัวเขา ทั้งครอบครัว หรือลูกเล็กๆ ก็จะซื้อใจนักธุรกิจจีนได้แล้ว คนจีนเชื่อว่า ของขวัญแสดงออกถึงความจริงใจของผู้ให้ แต่เรื่องนี้คุณต้องศึกษาอย่างละเอียด แม้คนจีนจะชอบของขวัญแต่ก็มีกฎเกณฑ์ในการให้และการรับเช่นกัน


ทัศนคติการทำงานกับคนญี่ปุ่น

ทำงานหนัก มาก่อนกลับทีหลัง

คนญี่ปุ่นมีคติทำงานให้หนัก เพื่อสร้างชาติมาตั้งแต่ครั้งแพ้สงคราม เราคงคุ้นหูกันดีกับประโยคนี้ของชาวญี่ปุ่นที่ทุ่มเทเอาใจใส่กับการทำงานอย่างมาก ซึ่งมีค่านิยมว่า ถ้าเจ้านายไม่กลับ ลูกน้องก็จะกลับไม่ได้ ทำให้พนักงานส่วนใหญ่ต้องอยู่ทำงานต่อแม้ถึงเวลาเลิกงาน โดยญี่ปุ่นนั้นมีการแข่งขันกันสูงมาก และให้คุณค่ากับคนทำงานมากที่สุด ดังนั้นทุกคนจึงแข่งขันกันแสดงความขยันออกมา เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนมองไม่ดี และหลุดตำแหน่งในการทำงานไป เพราะมีคนรอเสียบอีกมากมาย ดังนั้นถ้าอยากทำธุรกิจร่วมกัน ต่อให้เป็นเวลาเลิกงานคุณเองก็ต้องหาทางมาเจอมาพูดคุยกันให้ได้

ตรงต่อเวลา

เวลาเป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานในบริษัทญี่ปุ่น หรือเป็นคู่ค้าที่จะทำธุรกิจร่วมกัน การตรงต่อเวลาคือสิ่งที่คุณจะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งไม่เพียงแค่มาให้ทัน แต่คุณต้องมาก่อนเวลานัดสักเล็กน้อย มาก่อน 10 นาทีถือว่าตรงเวลา เพื่อให้เขาเห็นถึงความตั้งใจในการทำงานตรงนี้จริงๆ เขาจะตัดสินจากการมาตามนัดครั้งนี้ว่าคุณให้ความสำคัญกับมันมากแค่ไหน และจะเริ่มมอบความไว้วางใจให้คุณหลังจากนั้นเป็นต้นไป

ให้ความสำคัญกับงานสังสรรค์

ใครๆ ก็ชอบปาร์ตี้ คนญี่ปุ่นก็เช่นกัน งานเลี้ยงหลังเลิกงานแทบจะเป็นธรรมเนียมที่คนญี่ปุ่นโปรดปรานที่สุด เพราะการทำงานหนักมาทั้งวันแล้วได้ผ่อนคลายแบบเปิดอกคุยนั้นจะทำให้เข้าใจกันและกันมากขึ้น สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการพูดคุยเปิดเผยความในใจให้รับรู้กันทั้งสองฝ่ายแบบไม่มีตำแหน่งหัวหน้างานมาขวางกั้น ทำให้กล้าที่จะพูดในสิ่งที่คิดออกไปได้มากกว่าที่เคย และถ้าคุณทำงานที่ญี่ปุ่น เลิกงานแล้วกลับบ้านเลย อาจถูกมองว่าเป็นคนไม่มีสังคม


ทัศนคติการทำงานกับคนเกาหลี

ไม่ตัดสินที่อายุจริง แต่ดูที่อายุงาน

คนเกาหลีจะทำงานกันแบบไม่ยึดหลักอายุตัวเลขจริง แต่จะยึดหลักอายุงานเป็นหลัก เช่น ถ้าคุณอายุ 40 แล้วเพิ่งเข้าองค์กรเค้าไปได้ 1 เดือน คุณอาจจะมีหัวหน้าเป็นเด็กอายุ 30 ที่ทำงานมาก่อนคุณ 5 ปีก็ได้ และคุณให้ความเคารพนอบน้อมกับการทำงานกับเค้าเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้เองที่แตกต่างกับไทยอย่างมาก คนเกาหลีจะบอกเสมอว่า “ต่อให้น้ำจะเต็มแก้วมาจากที่อื่นมากแค่ไหน ถ้าเริ่มต้นองค์กรใหม่ คุณก็ต้องเทน้ำเดิมทิ้งและเป็นแก้วใบใหม่เท่านั้น” เฉียบมาก

ไม่สนปูนหลังการเรียน ทีมต้องมาก่อน

คนเกาหลีบางส่วนให้ความสำคัญเรื่องรุ่น สถานที่เรียน แต่เหนืออื่นใด เขาจะมองแค่ว่าคุณทำงานร่วมกับทีมได้หรือไม่ ทำในสิ่งที่ทีมต้องการได้หรือไม่ เพราะทุกองค์กรจะมีบททดสอบให้ทำอยู่ เราแค่ต้องทำแบบทดสอบเหล่านั้นให้ผ่าน และจะรับรู้ว่าเราเหมาะสมกับทีมหรือไม่

แบ่งแยกเก่ง ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน

ถ้าไม่ใช่เพื่อนกัน คนเกาหลีอาจจะไม่ยอมให้คุณแอดเฟซบุ๊กหรือช่องทางโซเชียลมีเดีย เพราะเขาถือว่านั่นเป็นพื้นที่ส่วนตัว การทำงานไม่จำเป็นต้องก้าวก่ายกัน ในชีวิตจริงคุณจะเป็นคนยังไงเขาไม่สนใจ และเขาจะเป็นคนยังไงคุณก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้ สำคัญที่สุดอยู่ที่คุณทั้งคู่สามารถดีลงานกันให้มันประสบความสำเร็จอย่างที่คุยกันไว้ได้หรือไม่เท่านั้นพอ

จะเห็นได้เลยว่าวัฒนธรรมการทำงานของหลายๆ ประเทศก็แตกต่างกับบ้านเราพอสมควรเลยล่ะ ถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลกันสักเท่าไหร่ บินลัดฟ้าไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง แต่มันก็ทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าไม่ควรเอาบรรทัดฐานของเราไปตัดสินใคร และควรจะเปิดใจศึกษาวัฒนธรรมของแต่ละที่ให้ดีก่อนจะเข้าไปร่วมทำธุรกิจหรือร่วมงานในองค์กร และนี่ก็ไม่ใช่บรรทัดฐานเช่นกัน เป็นเพียงการหยิบยกแนวคิดทั่วไปจากประสบการณ์ที่พบเห็น ดังนั้นอย่ายึดถือเป็นจริงเป็นจังมาก 

ข้อดีของการมีลูกน้องนิสัยน่าเบื่อ

ออฟฟิศน่าอยู่ พนักงานแฮปปี้ Productivity เพิ่มแน่นอน


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์ Edutainment

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเผช...
320573 | 02/07/2019
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ Edutainment

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว...
263493 | 12/06/2019
ธุรกิจร้อยล้าน สุขภาพพันล้าน Edutainment

ธุรกิจร้อยล้าน สุขภาพพันล้าน

ผลกำไรจากการประกอบการ เป็นเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจฉันใด การมีสุขภาพดีก็ต้องการ การกำหนดจุดมุ่งหมายและดำเนินการเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่...
234803 | 01/06/2019
banner
banner